
เอดส์เมืองโคราชยังน่าเป็นห่วง
เผยกลุ่มเสี่ยงไซไลน์-ชายรักชายเป็นเอดส์พุ่งเฉลี่ยปีละ 300 รายนางบุญช่วย นาสูงเนิน กลุ่มงานป้องกันและควบคุมโรค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ปัจจุบันพบกลุ่มเสี่ยงในจ.นครราชสีมา มีความโอกาสได้รับเชื้อ HIV มากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะในกลุ่มของเยาวชนวัยรุ่น กลุ่มชายรักชาย และกลุ่มหญิงขายบริการอิสระ ที่มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นมากว่ากลุ่มอื่น
เผยกลุ่มเสี่ยงไซไลน์-ชายรักชายเป็นเอดส์พุ่งเฉลี่ยปีละ 300 ราย
นางบุญช่วย นาสูงเนิน กลุ่มงานป้องกันและควบคุมโรค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ปัจจุบันพบกลุ่มเสี่ยงในจ.นครราชสีมา มีความโอกาสได้รับเชื้อ HIV มากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะในกลุ่มของเยาวชนวัยรุ่น กลุ่มชายรักชาย และกลุ่มหญิงขายบริการอิสระ ที่มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นมากว่ากลุ่มอื่น
ล่าสุดสถานการณ์ผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอดส์ในจ.นครราชสีมา ที่เข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องมีจำนวนทั้งสิ้น 5,747 ราย ขณะที่จำนวนผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV มากที่สุด คือ ช่วงอายุระหว่าง 30-34 ปี จำนวน 1,802 ราย คิดเป็น 27.1% รองลงมา อายุระหว่าง 25-29 ปี จำนวน 1,333 ราย คิดเป็น 20% กลุ่มอายุระหว่าง 35-39 ปี จำนวน 1,167 ราย คิดเป็น 17.6 % กลุ่มอายุระหว่าง 20-24 ปี จำนวน 627 ราย คิดเป็น 9.4 % และกลุ่มอายุระหว่าง 40-44 ปี จำนวน 580 ราย คิดเป็น 8.7 % สำหรับเด็กอายุระหว่าง 0-9 ขวบ จำนวน 221 ราย คิดเป็น 3.33 เ% และกลุ่มอายุ 10-14 ปี จำนวน 17 ราย คิดเป็น 0.2 % ในกลุ่มที่มีอายุน้อยจะมีสัดส่วนระหว่างเพศชายกับเพศหญิงใกล้เคียงกัน แต่ในกลุ่มอายุที่เป็นวัยแรงงานจะพบเพศชายมากกว่าเพศหญิง ซึ่งจำนวนผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV มีแนวโน้มที่สูงขึ้นกว่าเดิมในทุกๆปี
นางบุญช่วย กล่าวอีกว่า สำหรับสถานการณ์และจำนวนผู้ที่ติดเชื้อ เอส ไอ วี หรือ โรคเอดส์ โดยหลักแล้วข้อมูลจะมาจากการแจ้งของโรงพยาบาลต่างๆ ถึงจำนวนของผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV ที่มีการรักษาตัวอยู่และผู้ป่วยที่ขึ้นทะเบียนเพื่อมารับยาที่โรงพยาบาล ส่วนผู้ที่ติดเชื้อรายใหม่ จะได้ข้อมูลมาจากศูนย์เฝ้าระวังผู้ติดเชื้อ HIV ซึ่งสถานการณ์ล่าสุดพบว่า มีกลุ่มผู้ติดเชื้อสมัครใจเข้ามาขอรับการรักษาเพิ่มขึ้น โดยในปี 2553 นี้ ทั้งประเทศมีผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV เข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาลประมาณ 8,000 ราย เพิ่มขึ้นจากเดิมที่จะเข้ารับการรักษาเพียง 7,000 ราย / ปี ถึง 1,000 ราย
อย่างไรก็ตามในส่วนของข้อมูลจำนวนผู้ป่วยที่แน่นอนนั้นยังไม่สามารถจะระบุได้แน่ชัด เนื่องจากเหตุการณ์ในปัจจุบันได้เปลี่ยนจากเดิมเพราะผู้ป่วยบางรายที่ติดเชื้อ มีอายุยืนขึ้นและมีอัตราการรอดชีวิตมากขึ้น จึงทำให้ระบบข้อมูลมีการคลาดเคลื่อน แต่อย่างไรก็ตามในแต่ละปีหากไม่มีการควบคุมอย่างเป็นขั้นตอน ประเทศไทยจะจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่จะเพิ่มมากขึ้นโดยเฉลี่ยปีละ 5 – 6 หมื่นราย แต่หลังจากได้มีการควบคุมเป็นระยะเวลากว่า 20 ปี สามารถลดจำนวนผู้ติดเชื้อได้ จากเดิม 5 – 6 หมื่นราย เหลือเพียง 7 – 8 พันรายต่อปีและมีแนวโน้มที่จะลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือ จากการสำรวจล่าสุดพบว่า ประมาณ 30 – 40 %
จากจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ คือกลุ่มที่มีเพศสัมพันธ์ชายกับชายด้วยกันซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีการป้องกันตัวเอง และกลุ่มเยาวชนที่เป็นกลุ่มขายบริการอิสระ ที่ไม่มีสังกัด เนื่องจากหากเป็นกลุ่มผู้ขายบริการตามสถานบันเทิงต่างๆ กลุ่มนี้จะเป็นระบบสามารถให้ความรู้และจะมีการตรวจโรคอยู่เป็นประจำ แตกต่างกับผู้ขายบริการอิสระที่ไม่รู้ว่าจะมีการตรวจโรคหรือไม่







