
ที่ปรึกษานายกฯซัดปทุมฯ-กทม.ตัวการอมน้ำ
ข้อสงสัยของประชาชนที่อาศัยอยู่ด้านเหนือพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.)
ข้อสงสัยของประชาชนที่อาศัยอยู่ด้านเหนือพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.)
“ทำไมน้ำลดช้า” และ “ไม่ยอมไหลลงทะเลเสียที” มาจากหลายสาเหตุ อุเทน ชาติภิญโญ ที่ปรึกษาด้านการระบายน้ำของนายกรัฐมนตรี อดีตคณะกรรมการผันน้ำลงทะเลด้านตะวันออก อธิบายข้อสงสัยนี้เมื่อวันที่ 29 พ.ย. ว่า สาเหตุที่น้ำยังไม่ไหลลงมาถึง จ.สมุทรปราการ นั้น ทุกคนทราบกันดีว่าพื้นที่ตอนเหนือของ กทม. ทั้งคลอง 1 คลอง 2 น้ำยังอัดอยู่เต็ม และไม่มีการผลักดันน้ำจากคลอง 5 ไปจนถึงคลอง 13 เพื่อลงคลองหกวามากพอ
“จริงอยู่ว่าคลองหกวามีระดับความลาดชันมากกว่า ทำให้น้ำไหลลงไปได้ยาก จึงได้เสนอให้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำ แต่จนถึงวันนี้น้ำก็ยังไม่ไหลลงมามากพอจะสูบลงด้านใต้เพื่อให้น้ำไหลผ่านคลองต่างๆ ไปลงอ่าวไทยได้”
แม้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. จะไปช่วยสร้างแนวคันกั้นคลองหกวาสายล่าง แต่ อุเทน บอกว่า ประตูระบายน้ำบริเวณคลองหกวาที่ปิดขวางคลอง 5 ไปจนถึงคลอง 13 เต็มไปด้วยวัชพืช ผักตบชวา และขยะมูลฝอยจำนวนมาก ทำให้น้ำไม่สามารถไหลลงคลองลาดกระบัง คลองหนองจอก เข้าสู่คลองแสนแสบช่วงลาดกระบังและระบายต่อลงคลองลำผักชี คลองลำปลาทิว คลองจระเข้ใหญ่ คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต และคลองบางโฉลง ลงอ่าวไทย
หากทำตามที่ว่า อุเทน เชื่อว่าจะเป็นการเลี่ยงน้ำออกนอกเมืองและระบายน้ำออกจากทุ่งรังสิตได้สะดวกมากขึ้น แต่เมื่อไม่มีการเตรียมรองรับไว้เลย คณะกรรมการผันน้ำฯ จึงจะติดตั้งเครื่องสูบน้ำประมาณ 30 ตัว จากคลองหกวาสายล่าง สูบน้ำลงคลองลำผักชี และคลองลำปลาทิว ซึ่งหากว่า กทม.ทำงานเป็น ต้องเอาน้ำลงคลอง 13 เพื่อนำน้ำลงคลองลำปลาทิวให้มากที่สุด
“หากทำตามที่ว่าจะช่วยให้เขตดอนเมือง สายไหม และคลองสามวา มีปริมาณน้ำลดลงมาก แต่ก็ทำให้เจ้าของโรงงานและสนามกอล์ฟในบริเวณดังกล่าว รวมถึงที่อยู่ด้านใต้ลงมากระอักกระอ่วนใจไม่น้อยว่าจะไปกระทบกับเขา ซึ่งเจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้องยังไม่ทันได้ปฏิบัติตามคณะกรรมการผันน้ำลงทะเลด้านตะวันออกก็ถูกยุบไปเสียก่อน” อุเทน ระบุ
ขณะที่สถานการณ์น้ำฝั่งตะวันตก บริเวณสถานีสูบน้ำคลองมอญและคลองบางกอกใหญ่ อุเทนได้ไปตรวจสอบเมื่อวันที่ 27 พ.ย. พบว่าสถานีสูบน้ำคลองมอญมีระดับน้ำในคลองสูงเกินกว่าที่ควร เนื่องจากมีขยะมูลฝอยจำนวนมากกีดขวางทางไหลของน้ำ และเจ้าหน้าที่ที่ควบคุมไม่ยอมเปิดเครื่องสูบน้ำที่มีทั้งหมด
นอกจากนี้ สถานีสูบน้ำคลองบางกอกใหญ่นั้น น้ำในคลองมีระดับต่ำ แต่มีขยะมูลฝอยจำนวนมาก ทั้งนี้มีเครื่องสูบน้ำขนาด 2 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที 5 เครื่อง ซึ่งเจ้าหน้าที่เคยแจ้งว่าไม่สามารถใช้งานได้ และเคยเสนอให้ กทม.ย้ายเครื่องสูบน้ำไปไว้ที่สถานีสูบน้ำคลองมหาสวัสดิ์และสถานีสูบน้ำคลองโยงแทน ผ่านมากว่า 10 วันแล้ว ก็ยังไม่ดำเนินการ
อุเทน ยังท้าทายให้ทางผู้ว่าฯ กทม.เปิดเวทีดีเบตเรื่องการระบายน้ำว่าทำไมน้ำจึงไม่ลงไปถึง จ.สมุทรปราการ โดยจะนำข้อมูลมาเปรียบเทียบและถกเถียงกันว่าน้ำใน กทม.ถูกปล่อยเข้า จ.สมุทรปราการ เท่าใด และ กทม.บริหารจัดการน้ำด้านตะวันออกอย่างไร
“ผมอาจจะไม่รู้เรื่องน้ำดีเท่ากับหลายๆ คน แต่ผมไม่ได้โง่ ที่เขาพูดว่าน้ำยังเดินทางไปไม่ถึงและสถานีสูบน้ำเกือบทั้งหมดใน จ.สมุทรปราการ เปิดใช้เพียงแค่ไม่กี่ตัวนั้นเป็นเรื่องจริง แต่มันเกิดจากการที่ กทม.ไม่ยอมปล่อยน้ำผ่านคลองประเวศบุรีรมย์ คลองแสนแสบ คลองบางโฉลง คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต และคลองอื่นๆ ให้ไหลเข้าพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ทั้งที่ทางจังหวัดเตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว” อุเทน กล่าว
ด้าน วสันต์ มีวงษ์ โฆษก กทม. ได้ประกาศรับคำท้าของ อุเทน ที่ออกมาโจมตี กทม.ว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดน้ำท่วม โดยยืนยันว่า กทม.มีข้อมูลการระบายน้ำและพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงได้ทั้งหมด
“ผมอยากเจอมานานแล้วคนที่ชื่อ อุเทน เวทีไหนก็ได้ เพราะคนคนนี้ออกมาให้ข่าวแต่ละครั้งเต็มไปด้วยอีโก เหมือนจงใจทำให้ กทม.เสียหาย” วสันต์ กล่าว







