
มติกกต.ฉลุย4ต่อ1จตุพรสิ้นสภาพสส.
กกต. มีมติ 4 ต่อ 1 ชี้ขาด “จตุพร” สิ้นสุดความเป็น สส. ฐานไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
กกต. มีมติ 4 ต่อ 1 ชี้ขาด “จตุพร” สิ้นสุดความเป็น สส. ฐานไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
นายสมชาติ เจศรีชัย รองเลขาธิการรักษาการเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงว่า ที่ประชุม กกต.ได้มีมติ 4 ต่อ 1 เห็นว่านายจตุพร พรหมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ขาดจากความเป็นสมาชิกภาพความเป็น สส. ตามมาตรา 106 (4) และ (5) เนื่องจากไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 3 ก.ค. 2554 ทำให้ขาดจากความเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย
ทั้งนี้ กกต.จะส่งเรื่องไปให้ประธานสภายื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญ พิจารณาวินิจฉัยความสิ้นสุดลงของสมาชิกภาพความเป็น สส.ต่อไป
นางสดศรี สัตยธรรม กกต. กล่าวว่า ตัวเองมีความเห็นเป็นเสียงข้างน้อย 1 เสียง ที่เห็นว่าไม่ต้องส่งศาล เพราะเห็นว่านายจตุพรจะเข้าลักษณะตามมาตรา 106 ถ้าจะนำเอากฎหมายของ พ.ร.บ.มาใช้ประกอบการพิจารณา ซึ่งก็เห็นว่ายังมีความขัดกันของกฎหมายอยู่
ด้านที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 29 พ.ย. ได้แต่งตั้งข้าราชการระดับสูงหลายกระทรวง รวมทั้งการตั้งบอร์ดรัฐวิสาหกิจ อาทิ นายวิจารย์ สิมาฉายา เป็นอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ซึ่งเป็นคนสนิทของนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา เป็นอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง นายนิทัศน์ ภู่วัฒนกุล เป็นอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี และนายชัยภัฎ สมบูรณ์ดำรงกุล เป็นผู้อำนวยการองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศ มีการแต่งตั้งเอกอัครราชทูตหลายรายที่สำคัญ อาทิ นายปสันน์ เทพรักษ์ ทูตออสเตรเลีย เป็นเอกอัครราชทูตประจำกระทรวง โดยให้นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ ทูตสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล คนสนิทของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นทูตออสเตรเลียแทน และนายจักริน ฉายะพงศ์ ทูตสหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล เป็นอธิบดีกรมพิธีการทูต







