
เวิลด์แบงก์คาดฟื้นฟู7.5แสนล้าน
กิริฎา เภาพิจิตร เศรษฐกรอาวุโสธนาคารโลก หรือเวิลด์แบงก์ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า จากการศึกษาผลกระทบ
กิริฎา เภาพิจิตร เศรษฐกรอาวุโสธนาคารโลก หรือเวิลด์แบงก์ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า จากการศึกษาผลกระทบ
น้ำท่วมครั้งนี้ คาดว่า ไทยต้องใช้งบประมาณในการฟื้นฟูประเทศหลังน้ำลด เพื่อให้กลับมาเริ่มต้นผลิตใหม่ในช่วงปี 2555-2556 ในวงเงินประมาณ 7.56 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้จะเป็นความต้องการใช้ฟื้นฟูในภาคเอกชน 5.2 แสนล้านบาท และของรัฐบาลอีก 2.35 แสนล้านบาท
เม็ดเงินที่ต้องใช้ในการฟื้นฟูระยะสั้นในช่วง 6 เดือน 2.47 แสนล้านบาท ช่วง 6 เดือน-2 ปี ประมาณ 3.86 แสนล้านบาท และเม็ดเงินที่จะใช้ฟื้นฟูเป็นเวลามากกว่า 2 ปี อีก 1.23 แสนล้านบาท
เมื่อจำแนกประเภทการใช้เงิน แบ่งเป็น 1.ด้านโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ ระบบการจัดการน้ำ 6.91 หมื่นล้านบาท ระบบขนส่ง 2.45 หมื่นล้านบาท
2.ภาคการผลิต อาทิ ภาคการเกษตร ปศุสัตว์ และประมง 1,290 ล้านบาท ภาคอุตสาหกรรม 1.51 แสนล้านบาท โดยคาดว่าจะมีผู้ประกอบการต้องการใช้เงินสภาพคล่องผ่านระบบสถาบันการเงิน 4.30 แสนล้านบาท
3.ภาคสังคม อาทิ ด้านสุขภาพ 3,692 ล้านบาท สังคม 2.18 หมื่นล้านบาท การศึกษา 1.4 หมื่นล้านบาท และ 4.ภาคส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ สิ่งแวดล้อม 8,184 ล้านบาท
“วงเงินที่คาดว่าต้องใช้ในการฟื้นฟูนี้ คิดว่ารัฐบาลมีศักยภาพ แต่ละปีใช้เม็ดเงินไม่มาก ปี 2555 ประมาณ 7.67 หมื่นล้านบาท ปี 2556 ประมาณ 1.20 แสนล้านบาท เฉลี่ยปีละ 23 แสนล้านบาท ไม่น่ามีปัญหาน่าจะหามาได้ เพราะถ้าดูตามกฎหมายการกู้ของรัฐบาลในปัจจุบันก็ยังกู้ได้ไม่เกินเพดาน อยู่ที่ว่ารัฐบาลจะเลือกกู้ในประเทศหรือต่างประเทศ อยู่ที่วิจารณญาณของรัฐบาล” กิริฎา กล่าว
เวิลด์แบงก์ ประเมินว่า มูลค่าความเสียหายสูงถึง 1.36 ล้านล้านบาท แยกเป็นความเสียหายของทรัพย์สินต่างๆ 6.4 แสนล้านบาท และค่าเสียโอกาสทางธุรกิจ 7.16 แสนล้านบาท โดยความเสียหายส่วนใหญ่เกิดกับภาคอุตสาหกรรม 9.3 แสนล้านบาท ภาคการท่องเที่ยว 9.4 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ ยังประเมินว่าน้ำท่วมจะส่งผลทำให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของไทยในปีนี้ลดลง 1.2% จากที่ประเมินไว้ 3.6% เหลือ 2.4% แต่ในปีหน้าการฟื้นฟูประเทศหลังน้ำลดจะทำให้จีดีพีเพิ่มขึ้นอีก 0.3% มาที่ 4% จากเดิม 3.7%
แอนเน็ต ดิกสัน ผู้อำนวยการธนาคารโลก ประจำประเทศไทย กล่าวว่า วงเงินฟื้นฟูในภาคส่วนต่างๆ 7.56 แสนล้านบาท รัฐบาลไทยไม่น่าจะมีปัญหา เนื่องจากมีนโยบายที่ระมัดระวังมานาน น่าจะมีเงินมาทำกิจกรรมฟื้นฟูอยู่แล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลจะมีเงินมาทำนโยบายประชานิยมทุกอย่างที่สัญญาไว้กับประชาชนพร้อมๆ กับมีเงินมาลงทุนฟื้นฟู
ด้านบุญชัย จรัสแสงสมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวว่า จากน้ำท่วมที่เกิดขึ้นทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเร่งตัวขึ้นมาอยู่ที่ 4.2% จาก 4% เนื่องจากน้ำท่วมทำให้ราคาสินค้าสำเร็จรูป อาหารสดปรับสูงขึ้น นอกจากนี้ทำให้เกิดปัญหาคนว่างงาน 3-4 แสนคน แต่หากภาคเอกชนกลับมาผลิตได้ตามปกติ การว่างงานจะลดลงเหลือ 1 แสนคน







