
ภารกิจนี้ทำเพื่อพ่อ ทหารร่วมใจป้องภัยศริราช
ในวันที่หัวใจคนไทยต่างเฝ้ารอสถานการณ์ความเป็นไปแต่ละวันอาการพระประชวรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างใจจดใจจ่อ
โดย...ธนก บังผล
ในวันที่หัวใจคนไทยต่างเฝ้ารอสถานการณ์ความเป็นไปแต่ละวันอาการพระประชวรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างใจจดใจจ่อ
เบื้องหลังนั้นมีทหารที่คอยรับใช้เบื้องพระยุคลบาทโดยไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย โดยมีกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 พัน 4 รอ.) กองพันทหารช่างที่ 2 รักษาพระองค์ (ช.พัน 2 รอ.) จังหวัดทหารบกสระแก้ว และกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ (ร.31 รอ.) ร่วมในภารกิจป้องภัยโรงพยาบาลศิริราช
พ.อ.อาสาศึก ขันติรัตน์ ผบ.ร.1 พัน 4 รอ. เล่าว่า ได้เริ่มเข้ามาปฏิบัติภารกิจตั้งแต่วันที่ 24-25 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยได้ร่วมกับกองทัพเรือ และในช่วงแรกมีเหล่าจิตอาสาที่รวมตัวกันทางโซเชียลเน็ตเวิร์กมาช่วยกรอกทราย ช่วงนี้ก็จะเป็นช่วงซ่อมแซมบ้างหากกระสอบทรายชำรุดมีภารกิจช่วยเหลือประชาชน เคลื่อนย้ายผู้ป่วย รับส่งประชาชนที่จะมาศิริราชและต่อไปจะทำให้ระบบไหลเวียนท่อระบายน้ำมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยการทำงานของทหารช่าง
ด้วยเหตุผลหลักเหตุผลเดียวที่ พ.อ.อาสาศึก บอกคือ โรงพยาบาลศิริราชเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและเป็นที่พึ่งของประชาชน ทำให้ทหาร 250 นาย กินอยู่หลับนอนถวายงาน
“เราอาบน้ำอุ่นธรรมชาติกันครับ เพราะตกเย็นมาน้ำในถังก็อุ่นพอดี เอาสังกะสีมามุง ห้องน้ำห้องท่าก็ดีไม่มีปัญหาในการอาศัยอะไร”
ไม่เฉพาะโรงพยาบาลศิริราชเท่านั้นที่ทหารรักษาพระองค์เข้าไปดูแล แต่ยังวางกระสอบทรายทำแนวคันกั้นน้ำครอบคลุมไปถึงวัดอรุณและชุมชนที่อยู่ข้างเคียงอีกด้วย
“วัดชุมชนตลาดใกล้กับโรงพยาบาลศิริราช ทหารเองก็ไม่ได้ทอดทิ้ง แรกๆ เราก็กังวลว่าจะมีใครมารื้อกระสอบทรายหรือไม่ แต่ภายหลังก็พบว่าชาวบ้านไม่ได้เกี่ยงเลย ทุกคนมาช่วยกัน ให้ความร่วมมือดีมาก ชุมชนหลังแนวกระสอบทรายก็ยังมาช่วยดู ทุกคนรู้ว่าตรงนี้คือบ้านพ่อ” พ.อ.อาสาศึก กล่าว
ความในใจของ ผบ.ร.1 พัน 4 รอ.ถึงภารกิจป้องภัยโรงพยาบาลศิริราช พ.อ.อาสาศึก กล่าวสั้นๆ ว่า
“ผมภูมิใจในสิ่งที่เราทำ ถือว่าเป็นเกียรติแก่ตนเองและครอบครัว แม้ว่าจะเป็นหน้าที่หลักของทหารรักษาพระองค์อยู่แล้ว เพราะที่นี่คือบ้านของในหลวง เราจึงถวายงานให้พระองค์ด้วยความภาคภูมิใจ หลายคนยังไม่มีโอกาสได้รับใช้ ตรงนี้ผมถือว่าสุดยอดแล้ว” ผบ.ร.1 พัน 4 รอ. กล่าว
ในขณะอีกภารกิจหลักที่สำคัญ คือ การตรวจสอบ ซ่อมสร้างท่อระบายน้ำใต้โรงพยาบาลศิริราช เพื่อเป็นการป้องกันน้ำท่วมในอนาคต พ.ท.วีรพจน์ สุภธีระ ผบ.ช.พัน 2 รอ. อธิบายหลังจากที่ได้ลงไปสำรวจท่อระบายน้ำใต้ดินว่า โรงพยาบาลศิริราชสร้างมานานถึง 130-140 ปี ซึ่งถือว่าเก่าแก่มากพอสมควร
“ระบบท่อค่อนข้างซับซ้อน ถูกทำลายไปบางส่วน มีตำนานว่าท่อข้างใต้โรงพยาบาลศิริราชมีอุโมงค์ขนาดใหญ่ ผมได้ลงไปแล้วก็พบว่ามีจริงตามตำนาน เพียงแต่ว่าขนาดของอุโมงค์ที่เล่าสืบต่อกันมาว่าคนลงไปเดินได้นั้นไม่จริง เป็นอุโมงค์ขนาดที่ลอดได้เท่านั้น”
“ตอนนี้เราทำมาสเตอร์แพลนให้โรงพยาบาลศิริราชต่อไปในอนาคต เพราะในแปลนที่กำหนดท่อระบายน้ำในผังว่ามี แต่ความจริงไม่มี ต้องไปกำหนดสูงต่ำบังคับน้ำให้ไหลไปทางไหน ต้องใช้ปั๊มสูบน้ำจำนวนเท่าไร ซึ่งเราพบว่ามีจุดเชื่อมต่อกับ กทม.อยู่ 5 ท่อ นอกจากจะศึกษาเนื้องานแล้วต้องศึกษาประวัติศาสตร์ด้วย ในหลวงทรงวางแนวทางเห็นปัญหาและวิธีแก้ แผนนี้เมื่อทำเสร็จก็ถวายให้ทรงทอดพระเนตรอีกที ตอนสร้างโรงพยาบาลศิริราชคือรัชกาลที่ 5 วันนี้มาซ่อมแซมในรัชกาลที่ 9”
พ.ท.วีรพจน์ กล่าวอีกว่า พระปรีชาสามารถของในหลวง รัชกาลที่ 9 ได้มีพระราชดำริให้สร้างโรงสูบน้ำเมื่อปี 2532 ซึ่งทำให้ตั้งแต่นั้นน้ำไม่เคยท่วมอีกเลย แต่พอปัจจุบันมวลน้ำเปลี่ยนไป ต้องมีการวางระบบท่อใหม่
“ภารกิจที่เราทำ ประชาชนที่มีจิตอาสาเองก็มีโอกาสทำเพื่อพ่อของคนไทย เป็นการร่วมใจ โดยเฉพาะที่โรงพยาบาลศิริราชนี้ เป็นการร่วมใจกัน มีคนไทยอีกหลายคนที่ยังไม่ได้ทำตรงนี้ เราเห็นแล้วว่าคนไทยที่มีจิตอาสานับพัน ครั้งนี้จะเป็นการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ไทยต่อไป” พ.ท.วีรพจน์ กล่าว
ภารกิจป้องภัยโรงพยาบาลศิริราช คือภารกิจหลักของทหารในการทำเพื่อ “พ่อ” ของคนไทยทุกคนไม่ว่าจะยากลำบากอย่างไร เหน็ดเหนื่อยแค่ไหน แต่ทหารก็ภูมิใจทุกครั้งที่จะทำเพื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว







