
ประชารับบริหารศปภ.อลหม่าน
"ประชา" รับบริหาร ศปภ.อลหม่าน ปลอบน้อง "การุณ-ฐานิสร์" อย่ากลัวแม้ถูกถอดถอน โวหากบริหารล้มเหลวป่านนี้ กทม.จม2เมตร
"ประชา" รับบริหาร ศปภ.อลหม่าน ปลอบน้อง "การุณ-ฐานิสร์" อย่ากลัวแม้ถูกถอดถอน โวหากบริหารล้มเหลวป่านนี้ กทม.จม2เมตร
พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรมในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ได้กล่าวชี้แจงต่อที่ประชุมรัฐสภาโดยยอมรับว่าการบริหารจัดการ ศปภ.มีความผิดพลาดบ้างแต่ก็ต้องแก้ไข แต่ที่ผ่านมาในการทำงาน สส.ครึ่งพรรคเพื่อไทย (พท.)ได้เข้ามาช่วยงาน และได้รับการช่วยงานจากหน่วยราชการรวมถึงภาคเอกชนเข้ามาทำงานด้วยกัน และยังมีประชาชนนับพันคนที่มีจิตอาสาเข้ามาช่วยกันทำงาน จึงทำให้เกิดความสับสนอลหม่านในการทำงานใน ศปภ.บ้างพอสมควร
ทั้งนี้เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สามารถบริจาคเรือ หรือเงินบริจาค จำนวน 5 ล้านบาท ได้โดยไม่ได้สร้างความเสียหายแต่อย่างใด และในการบริหารจัดการของบริจาคของ ศปภ.ที่แต่ละวันมีของบริจาคเข้ามาจำนวนมากและสามารถระบายออกได้ทุกวัน
พล.ต.อ.ประชากล่าวอีกว่า ทั้งนายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. หรือ นายฐานิสร์ เทียนทอง รมช.กระทรวงมหาดไทย จึงไม่ต้องห่วงเพราะได้ทำงานให้กับประชาชน ดังนั้นจึงไม่ต้องเสียใจหากจะถูกถอดถอนเพราะได้ทำงานให้กับประชาชนเต็มที่ และในการเลือกตั้งครั้งหน้าขอรับประกันได้ว่า จะชนะการเลือกตั้งลอยลำเข้ามาเป็นสส.ได้อย่างแน่นอน
"ผมแต่งตั้ง คนทั้งสองจริงในวันที่ 22 ต.ค. และก็ได้ยกเลิกในภายหลังจากได้หารือกับกฤษฎีกา และไม่ได้มีเจตนาให้คนทั้งสองเข้าไปทำผิดหรือคิดไม่ชอบแต่อย่างใด" พล.ต.อ.ประชา กล่าว
ทั้งนี้การบริหารจัดการมวลน้ำมาหาศาลนั้นถ้ามีการบริหารจัดการล้มเหลวจริง กทม.น้ำจะท่วมสูงประมาณ 2 เมตรไปเรียบร้อยแล้ว แต่ที่ผ่านมาได้ทำงานเต็มที่แต่กลับต้องมาแบกรับชะตากรรมอย่างนี้ และที่ผ่านมาได้วางแผนการผันน้ำไว้ คือ การทำแนวคันกั้นน้ำ 3 แนว คือ คลองระพีพัฒน์ แนวหลักหก และคลองทวีวัฒนา เพื่อระบายน้ำออกทางตะวันออก ส่วนฝั่งตะวันตกจะระบายออกทางแม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นหลัก หรือแม้แต่การระบายน้ำลงคลองเปรมประชากร ไม่ให้น้ำทะลักเข้าคลองประปาที่ผลิตน้ำประปาหล่อเลี้ยงคน กทม.
พล.ต.อ.ประชากล่าวว่าแนวทางดังกล่าวสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้ แต่โชคไม่เข้าข้าง เพราะแนวคลองระพีพัฒน์แยกตกเกิดแตกน้ำจึงไหลท่วมประตูน้ำพระอินทราชา และประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์ จึงทำให้เกิดความสูญเสียต่อภาคอุตสาหกรรม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเกิดจากภัยธรรมชาติ และในเวลาต่อมาได้สร้างคันกั้นน้ำแนวที่ 2 ขึ้นมาแก้ไขปัญหามวลน้ำ นั้นคือ แนวกระสอบทรายยักษ์ หรือ บิ๊กแบ็ก ระยะทางยาว 22.8 กม. แม้จะเกิดปัญหามวลชนบ้าง แต่มั่นใจว่าบิ๊กแบ็กป้องกันน้ำไม่ให้เข้า กทม.ชั้นในอย่างแน่นอน และเตรียมรื้อแนวบิ๊กแบ็กต่อไป







