
กทม.ยอมรับข้อเสนอเปิดบิ๊กแบ็ก-ประตูน้ำ
ที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) วันที่ 25 พ.ย. ได้ข้อสรุปที่จะรื้อแนวกระสอบยักษ์ หรือบิ๊กแบ็ก
ที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) วันที่ 25 พ.ย. ได้ข้อสรุปที่จะรื้อแนวกระสอบยักษ์ หรือบิ๊กแบ็ก
เพื่อลดระดับน้ำท่วมขังในพื้นที่ด้านเหนือ บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนซึ่งถูกน้ำท่วมขังมานานนับเดือน
อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เลขานุการคณะทำงานระบายน้ำในพื้นที่สาธารณภัยร้ายแรง กล่าวว่า ในด้านวิชาการนั้นทำข้อมูลเสร็จหมดแล้วว่าจะรื้อบิ๊กแบ็กทั้งระบบอย่างไร รื้อจุดไหนก่อน จุดไหนหลัง แนวที่สามารถรื้อได้เลย คือ จุดที่อยู่ตามลำคลองต่างๆ ที่เหลือบางจุดก็สามารถลดระดับลงเป็นฝายน้ำล้นได้ มิใช่แนวคิดที่เพิ่งเกิดหลังชาวบ้านเหนือคันกั้นบิ๊กแบ็กออกมาเคลื่อนไหว แต่ ศปภ.มีแผนอยู่แล้ว
“สิ่งแรกที่ต้องดำเนินการ คือ การเปิดคันบิ๊กแบ็กบริเวณถนนวิภาวดีฯ ขาออก ซึ่งขณะนี้เปิดอยู่ที่ระดับ 8 ม. แต่ในขณะนี้ได้เปิดจนถึงระดับพื้นถนนแล้ว เพื่อให้รถยนต์สามารถสัญจรไปมาได้ ทั้งนี้จะมีการเปิดแนวคันบิ๊กแบ็กเพิ่มจนมาถึงบริเวณทางรถไฟ เป็นระยะประมาณ 20-30 ม. ให้น้ำสามารถระบายลงมาตามคลอง และข้ามถนนวิภาวดีรังสิตจนเข้าสู่คลองเปรมประชากรต่อไป”
อานนท์ กล่าวว่า ในขณะเดียวกันก็ได้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำไว้ที่ประตูระบายน้ำเปรมประชากรที่เชื่อมต่อกับคลองรังสิต นอกจากนี้ยังต้องปิดแนวคันกั้นน้ำบริเวณยูเทิร์นสะพานแก้ว เพื่อลดปริมาณน้ำไม่ให้เข้าถนนวิภาวดีรังสิต ขณะเดียวกันยังได้เพิ่มเครื่องสูบน้ำบริเวณหลักสี่จำนวน 1 เครื่อง เพื่อรองรับน้ำที่จะไหลเข้ามาเพิ่มเติม และก็จะมีการเพิ่มเครื่องผลักดันน้ำที่คลองบางเขน บริเวณจุดตัดสะพานประชาชื่น ส่วน จ.ปทุมธานี จะช่วยสนับสนุนการขุดลอกคูคลอง ขณะเดียวกัน กทม.ก็ตกลงที่จะเปิดประตูระบายน้ำคลองพระยาสุเรนทร์ที่ระดับ 1.5 ม. แล้ว ส่วนบริเวณคลอง 810 ที่ จ.ปทุมธานี ก็จะเปิดเพิ่มจนไปอยู่ที่ระดับ 1.14 ม. ระบายน้ำจากคลองหกวาสายล่าง เชื่อว่าหลังจากนี้น้ำจะลดลงอย่างต่อเนื่อง ภายในวันที่ 30 พ.ย. น่าจะลดจนต่ำกว่าตลิ่งในลำคลอง
ด้าน รอยล จิตรดอน กรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) เปิดเผยว่า การเร่งระบายน้ำจากนนทบุรีลงสู่ทะเลเป็นเรื่องยาก ประกอบกับพื้นที่ด้านตะวันตกมีลักษณะเป็นแอ่ง เก็บกักน้ำได้ถึง 2,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ทางเดียวที่จะระบายได้คือต้องสูบออก
“วิธีแก้ปัญหา คือ ต้องทำคันกั้นน้ำบริเวณบางใหม่ บางกรวย ไทรน้อย และบางบัวทอง เพื่อกักน้ำให้เป็นบล็อกๆ จากนั้นจึงค่อยสูบออกลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา แต่หากไม่ทำคัน แม้จะสูบออกน้ำก็จะวกกลับเข้ามาใหม่ ทั้งนี้คาดว่าภายในกลางเดือน ธ.ค.นี้ พื้นที่ส่วนใหญ่จะแห้ง สำหรับพื้นที่ฝั่งธนฯ คาดว่าช่วงสัปดาห์แรกของเดือน ธ.ค.จะแห้ง เช่นเดียวกับพื้นที่ด้านตะวันออก อาทิ ดอนเมือง สายไหม ซึ่งสถานการณ์จะดีขึ้นในเวลาเดียวกัน ส่วนบริเวณถนนรังสิตนครนายก มั่นใจว่าจะแห้งภายในวันที่ 1 ธ.ค.นี้” รอยล กล่าว







