
มรสุมถล่มสงขลา-ตะลุมพุก
คลื่นลมกำลังแรงในอ่าวไทยทำให้เกิดคลื่นสูง 3 เมตร ซัดชายฝั่งในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช และสงขลา มาแล้ว 3 วัน
คลื่นลมกำลังแรงในอ่าวไทยทำให้เกิดคลื่นสูง 3 เมตร ซัดชายฝั่งในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช และสงขลา มาแล้ว 3 วัน
โดยเฉพาะในพื้นที่แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช บ้านเรือนประชาชนพังกว่า 10 หลัง ถนนเสียหาย จนต้องอพยพประชาชน 2 หมู่บ้าน ออกจากพื้นที่ เนื่องจากคลื่นได้กัดเซาะชายฝั่ง และซัดเข้ามาถึงพื้นที่กลางหมู่บ้าน โดยกรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าภาวะดังกล่าวจะเกิดขึ้นไปจนถึงวันที่ 28 พ.ย.นี้
ขณะเดียวกันชาวบ้านริมทะเล จ.สงขลา ก็ต้องอพยพขนย้ายสิ่งของออกไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยเช่นกัน ที่หาดชลาทัศน์ แหลมสมิหลา อ.เมือง จ.สงขลา คลื่นซัดต้นสนขนาดใหญ่ที่อยู่ชายหาดล้มไปแล้ว 20 ต้น แม้ว่าทางเทศบาลนครสงขลาจะนำกระสอบทรายไปวางป้องกันการกัดเซาะแนวชายหาดก็ไม่สามารถป้องกันความแรงของคลื่นลมในช่วงฤดูมรสุมได้
ด้านสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ หลังจาก จ.พัทลุง ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติทั้งจังหวัดไปแล้ว ล่าสุดวันที่ 25 พ.ย. จ.ปัตตานี ได้ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ 6 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมือง โคกโพธิ์ มายอ ยะรัง หนองจิก และสายบุรี
ขณะที่ จ.นราธิวาส แม่น้ำโกลก และแม่น้ำบางนรา น้ำได้เอ่อล้นตลิ่ง ทำให้ต้องประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติใน 8 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ยี่งอ บาเจาะ ระแงะ สุไหงโกลก แว้ง จะแนะ เจาะไอร้อง และตากใบ
เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร กล่าวว่า ฝนที่ตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ และคลื่นลมกำลังแรงที่ซัดถล่ม เป็นมรสุมปกติตามฤดูกาล จากอิทธิพลของลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ
ส่วนสถานการณ์น้ำหลากเข้าท่วมพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา นั้น เสรี คาดว่ายังไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากการตรวจวัดปริมาณน้ำฝนในช่วงที่ผ่านมายังมีไม่ถึง 300 มิลลิเมตร
“ขณะนี้ฟ้าก็เปิดแล้ว จะมีปัญหาเฉพาะ จ.นราธิวาสและปัตตานี ซึ่งต้องระวังน้ำป่าไหลหลาก อย่างไรก็ตาม คาดว่าตั้งแต่วันที่ 26 พ.ย.เป็นต้นไปสถานการณ์จะเริ่มเบาลง” เสรี ระบุ







