
นิคมฯสหรัตนเชื่อ15ธ.ค.สูบน้ำเกลี้ยงเข้าฟื้นได้
นิคมฯ สหรัตนนคร ยัน 15 ธ.ค.สูบน้ำเสร็จ สิ้นปีจ่ายไฟฟ้าน้ำ ด้านนักลงทุนญี่ปุ่นในนิคมฯ หวั่นถูกลอยแพโดนทิ้ง
นิคมฯ สหรัตนนคร ยัน 15 ธ.ค.สูบน้ำเสร็จ สิ้นปีจ่ายไฟฟ้าน้ำ ด้านนักลงทุนญี่ปุ่นในนิคมฯ หวั่นถูกลอยแพโดนทิ้ง
นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ขณะนี้นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร ได้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ ปัจจุบันระดับน้ำในพื้นที่นิคมฯ อยู่ที่ 1.38 ม. โดยเจาะถนนสายคลองสะแก ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของนิคมฯ เพื่อระบายน้ำลงคลองมะเดื่อ ไหลลงแม่น้ำป่าสัก ขณะเดียวกันได้ซ่อมแซมปิดถนนสายบ้านขล้อตาลเอน กั้นไม่ให้น้ำไหลเข้ามาในบริเวณนิคมฯ เพิ่มเติม
คาดว่าวิธีการดังกล่าว จะทำให้น้ำลดจนเห็นคันดินได้ใน 13 วัน โดยปัจจุบันน้ำลดลงเฉลี่ย 58 ซม.ต่อวัน ซึ่งจะเริ่มซ่อมแซมคันดินที่เสียหายและเริ่มสูบน้ำออกจากนิคมฯ ได้ในวันที่ 7 ธ.ค. โดยคาดว่าจะสูบน้ำเสร็จใน 7 วัน จากปริมาณน้ำที่มีอยู่ในพื้นที่ทั้งหมด 2.5 ล้าน ลบ.ม. และนิคมฯ จะแห้งในวันที่ 15 ธ.ค. โดยผู้ประกอบการสามารถเข้าซ่อมแซมทำความสะอาดโรงงานได้ ขณะระบบน้ำและไฟฟ้าจะจ่ายให้ได้ในสิ้นปีนี้ ซึ่งงบประมาณในการเจาะถนนและสูบน้ำออกอยู่ที่ประมาณ 10 ล้านบาท
ด้านตัวแทนจากนักลงทุนญี่ปุ่นที่ตั้งโรงงานอยู่ในนิคมฯ สหรัตนนคร เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการขาดความเชื่อมั่นอย่างมาก รู้สึกเหมือนนิคมฯ สหรัตนนครถูกลอยแพ เพราะไม่มีใครสนใจ ซึ่งนิคมฯ นี้ถูกน้ำท่วมเป็นแห่งแรก แต่ความช่วยเหลือยังเข้าไม่ถึงและช้าที่สุด จึงต้องการให้รัฐบาลสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุนเกี่ยวกับการฟื้นฟูนิคมฯ ว่ามีทิศทางอย่างไรต่อไป
ทั้งนี้ เนื่องจากปัจจุบันระดับน้ำยังอยู่ในระดับสูง พนักงานส่วนใหญ่ก็กลัวจะถูกเลิกจ้าง จึงต้องการรีบกลับมาประกอบกิจการอย่างเร็วที่สุด
“เห็นญี่ปุ่นส่งความช่วยเหลือเข้ามาที่ประเทศไทย ก็ไปลงที่โรจนะ นิคมฯ บางปะอินน้ำก็แห้งแล้ว และนิคมฯ อื่นๆ ก็เริ่มทยอยแห้ง แต่นิคมฯ สหรัตนนครไม่มีใครเข้ามาดูเลย” ตัวแทนนักลงทุนกล่าว
ขณะที่การจ่ายระบบน้ำ และไฟฟ้าจะให้บริการได้ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เอาหม้อแปลงเข้ามาติดตั้ง และซ่อมแซมตู้ควบคุมไฟเรียบร้อย โดยโรงงานใดที่มีความพร้อมก็สามารถจ่ายไฟฟ้าได้ทันที
ขณะนี้ก็มีโรงงานจำนวนมากเริ่มเข้ามาเก็บกู้เครื่องจักร และทำความสะอาดโรงงานบ้างแล้ว เพราะพื้นที่ของแต่ละโรงงานมีความสูงไม่เท่ากัน
"หากเทียบกับนิคมฯอื่นๆ เราเริ่มต้นช้า เพราะข้อจำกัดของพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมสูงอยู่ แต่ตามแผนการดำเนินงานแล้ว น่าจะเสร็จได้พร้อมๆ กับนิคมฯอื่นในช่วงปลายปีเหมือนกัน" นายณัฐพล กล่าว
นายณัฐพล กล่าวถึงความกังวลของนักลงทุนในนิคมฯ ว่า นักลงทุนไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะถูกทิ้ง แผนการฟื้นฟูนิคมฯในระยะยาวรัฐบาลจะเข้ามาดูแล ถ้าผู้พัฒนานิคมฯทำไม่ได้ และตอนนี้ก็อยู่ระหว่างการเร่งฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับมาประกอบกิจการให้เร็วที่สุด
สำหรับการลงพื้นที่พื้นที่สำรวจนิคมฯสหรัตนนคร พบว่าระดับน้ำในนิคมฯยังอยู่สูงเกินกว่า 1 เมตร แต่พนักงงานหลายโรงงานได้เริ่มเข้ามาเก็บกู้เครื่องจักรแล้ว เช่น บริษัทไทยมาริจูน ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ ส่งให้บริษัทฮอนด้า ที่โรจนะ โดยเป็นผู้ผลิตตัวถังรถยนต์ ซึ่งเครื่องจักรเฉพาะหุ่นยนต์ประกอบเสียหายทั้งหมด 30 ตัว ตัวละ 5 ล้านบาท ส่วนเครื่องจักรอื่นก็จมน้ำหมด โดยโรงงานแห่งนี้มีกำลังการผลิต 1,600 คันต่อวัน ส่งให้ฮอนด้า 80% โดยคาดว่าจะใช้เวลาฟื้นฟู 4 เดือน ถึงจะกลับมาผลิตได้ตามปกติ
ทั้งนี้นิคมฯ มีจำนวนโรงงานทั้งสิ้น 43 โรง แรงงาน 1.46 หมื่นคน มูลค่าการลงทุน 9,472 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ และมีนักลงทุนญี่ปุ่นเป็นสัดส่วน 78%







