
สกัดมวลชนคนท่วมนานด้วยรอยยิ้ม
ชาวบ้านร่วม 200 คน ที่อาศัยอยู่ในชุมชนเหนือแนวบิ๊กแบ็ก บริเวณแยกกรมควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ (คปอ.)
ชาวบ้านร่วม 200 คน ที่อาศัยอยู่ในชุมชนเหนือแนวบิ๊กแบ็ก บริเวณแยกกรมควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ (คปอ.)
โดย...ทีมข่าวในประเทศ
ชาวบ้านร่วม 200 คน ที่อาศัยอยู่ในชุมชนเหนือแนวบิ๊กแบ็ก บริเวณแยกกรมควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ (คปอ.) ใช้เวลา 4 ชั่วโมงครึ่ง ตั้งแต่ 11.0015.30 น. รื้อแนวกระสอบยักษ์สองฝั่งถนนพหลโยธินเปิดช่องทางการจราจร 100% โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 กองร้อย 500 นาย ยืนดูด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“พอใจกันหรือยังครับพี่น้อง พอใจรึยัง” ตำรวจนายหนึ่งกล่าวผ่านเครื่องขยายเสียงบนหลังรถ 6 ล้อ โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงยืนแนบกาย
กำลังตำรวจจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 และกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน ตรึงแนวนิ่งหลังบิ๊กแบ็กห่างจากมวลชนเพียงไม่กี่ย่างก้าว นายตำรวจรายเดิมประกาศด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริงว่า “เดี๋ยวผมคงต้องสั่งให้เจ้าหน้าที่ดันเข้ามาแล้วนะครับ ผมยอมท่านมามากแล้ว ท่านต้องยอมผมบ้าง ผมทำตามหน้าที่ นี่ถ้าปล่อยท่านทำต่อไป ผมอาจต้องถูกขัง 7 วัน” ชาวบ้านหยุดฟังก่อนจะหัวเราะร่า
“เหลือเวลาอีก 5 นาที ตำรวจจะดันเข้ามาแล้ว อย่าไปสาดน้ำใส่เขา เขาแค่เล่นละคร เพราะถูกนายสั่ง” หญิงชาวบ้านโพล่งขึ้น ประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงได้ยินแล้วช่วยกันบอกต่อ “อย่าสาดน้ำ อย่าสาดน้ำ เดี๋ยวตำรวจเปียก”
พลันที่บิ๊กแบ็กถุงสุดท้ายถูกทำลายลง ชาวบ้านโห่ร้องคึกคะนอง “มันเหมือนตายแล้วได้เกิดใหม่” ใครบางคนเก็บอารมณ์ยินดีไว้ไม่อยู่ นายตำรวจประกาศผ่านโทรโข่งต่อไป “เราจะดันเข้าไปแล้ว ขอความร่วมมือด้วย”
“พี่อย่าดันแรงนะคะ หนูกลัวเจ็บ” หญิงวัยกลางคนรับคำเชิงหยอกเอิน บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น
นาทีต่อมา ชาวบ้านทั้งหมดถอยออกจากซากบิ๊กแบ็ก นายตำรวจบนรถ 6 ล้อสั่ง “หน้าเดิน” กำลังพล 500 นาย เคลื่อนตัวอย่างเนิบนาบ
เป็นอันสมประโยชน์ ชายวัยกลางคนแจ้งต่อชาวบ้าน “วันนี้พอแค่นี้แหละ ถ้ามีใครแอบมาเสริมแนว เราก็จะมารื้ออีก”
สิ้นสุดเสียงประกาศ ชาวบ้านแยกย้ายขึ้นเรืออย่างมีระเบียบ เพียงไม่ถึง 10 นาที เห็นชัดว่าบางตาลงจนเหลือแต่เจ้าหน้าที่
นายตำรวจชั้นผู้น้อยกล่าวระหว่างยืนอยู่ในแถว โดยยอมรับว่า ดีใจที่ชาวบ้านกลับไป เพราะเมื่อยขา เนื่องจากยืนแช่น้ำอยู่เฉยๆ โดยไม่ได้ทำอะไรมาตั้งแต่ 08.00 น.
กำลังทั้ง 500 นาย เคลื่อนออกจากจุดพิพาทภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจตามที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) กำหนดไว้ ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ สน.สายไหม เฝ้าระวังต่อไป
ขณะที่ช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ ปกรณ์ภัทร ทิพย์เอื้อตระกูล ประธานชมรมสิ่งแวดล้อมปทุมธานี ได้นัดรวมตัวประชาชนชาวรังสิตปทุมธานี เพื่อขอฉันทามติว่าจะรื้อบิ๊กแบ็กตลาดรังสิตหรือไม่ โดยก่อนหน้านี้ 1 วัน ปกรณ์ภัทร มั่นใจว่าจะมีผู้เข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 300 คน แต่ทว่าเมื่อถึงเวลานัดหมาย มีชาวบ้านมาเพียง 20 คน
ปกรณ์ภัทร พาชาวบ้านเดินลงจากจุดนัดหมายบริเวณสะพานแก้วหน้าเมเจอร์รังสิต จนถึงหน้าสถาบันธัญญารักษ์ แล้วชี้นิ้วไปที่กระสอบทรายซึ่งถูกน้ำล้นผ่านมาแล้ว “เห็นด้วยหรือไม่ที่จะรื้อตรงจุดนี้” เขาหยั่งความเห็นมวลชน ชาวบ้านรายหนึ่งย้อนถาม “รื้อตรงนี้จะช่วยอะไรได้” ปกรณ์ภัทร เงียบ ก่อนจะกล่าว “ไม่รื้อก็ไม่รื้อ”
เขาเสนออีก “งั้นเราไปรื้อที่ดอนเมืองกันเลยดีไหม” ชาวบ้านคัดค้าน “ถ้าจะรื้อก็ควรรื้อที่รังสิต ไม่ควรไปยุ่งกับแนวดอนเมือง มันไกล”
“ไม่รื้ออะไรก็กลับ” ปกรณ์ภัทร ตัดบท ชาวบ้านทยอยกลับ
ชาวบ้านชุมชนตลาดพรพัฒน์ ย่านประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์ ระบายอย่างหัวเสียว่า ถ้าผู้นำไม่มีแผน ไม่มีข้อมูล และไม่รู้ว่าจะรื้อจุดไหน ก็ไม่ควรนัดชาวบ้านมา







