
10ประเด็นร้อน 24 ก.พ.
ประเด็นร้อนวันที่ 24 ก.พ. ร้อนแต่เช้า ร้อนที่กระเป๋าเงินของทุกท่าน ส่วนการเมืองเป็นเรื่องที่ต้องดูท่าทีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเปิดท่อกดปุ่มสั่งแกนนำเสื้อแดงเคลื่อนขบวนวันไหน
ประเด็นร้อนวันที่ 24 ก.พ. ร้อนแต่เช้า ร้อนที่กระเป๋าเงินของทุกท่าน ส่วนการเมืองเป็นเรื่องที่ต้องดูท่าทีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเปิดท่อกดปุ่มสั่งแกนนำเสื้อแดงเคลื่อนขบวนวันไหน
1.เช้าตรู่ 05.00 น. ผู้ค้าทุกรายปรับราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด 60 สตางค์ต่อลิตร ยกเว้น อี85 โดยราคาขายปลีกสถานีบริการน้ำมันในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล วันที่ 24 ก.พ. เป็นดังนี้ เบนซิน 91 ลิตรละ 36.94 บาท แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 33.34 บาท แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 31.84 บาท อี20 ลิตรละ 31.04 บาท และ อี85 ลิตรละ 18.72 บาท ส่วนดีเซลลิตรละ 28.69 บาท ไบโอดีเซล บี5 อยู่ที่ลิตรละ 27.49 บาท
2.แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ประชุมหารือกันวันที่ 24 ก.พ. ที่ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล ถึงเรื่องการจัดกองกำลังเสื้อแดงปิดค่ายทหารตามที่ต่างๆ ในวันชุมนุมใหญ่ ซึ่งยังไม่กำหนดวันที่ชัดเจน เช่น จ.ปราจีนบุรี ชลบุรี ลพบุรี กาญจนบุรี ต้องรอฟังว่าการชุมนุมใหญ่ล้มรัฐบาลม้วนเดียวจบใน 7 วัน 1 ล้านคน พ.ต.ท.ทักษิณ จะเป่านกหวีดในวันไหน จะเป็นวันที่ 6 มี.ค. ตามที่นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร ปูดออกมาก่อนหน้าหรือไม่
3.ว่ากันถึงความเคลื่อนไหวบนสถานการณ์การเมืองร้อน ดูเหมือนรัฐบาลจะมีกิจกรรมเชิงรุกที่รุดหน้าคนเสื้อแดง ขยับกันไปมา คณะกรรมการศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) กทม. จะเปิดศูนย์รักษาความปลอดภัย กทม. 1555 ในวันที่ 24 ก.พ. ที่ศาลาว่าการ กทม. โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง จะเป็นประธานเปิดศูนย์
4.ที่รัฐสภามีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระการประชุมเป็นการพิจารณาร่างกฎหมาย ส่วนใหญ่เป็นกฎหมายด้านการศึกษา ด้านสิ่งแวดล้อม ฯลฯ ที่น่าสนใจคือ ร่าง พ.ร.บ.การยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของทางราชการ ถ้าพิจารณาทันคงอภิปรายกันสนุก อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาว่าที่ประชุมสภาจะหยิบยกประเด็นสถานการณ์ร้อนทางการเมืองในช่วงใกล้วันที่ 26 ก.พ. นี้ ขึ้นมาหารือในที่ประชุมหรือไม่
5.ด้านกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ จากพรรคเพื่อไทยเป็นประธาน ได้เชิญนายกรัฐมนตรีมาชี้แจงเรื่องการจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดจีที 200 หลังมีมติให้ยกเลิกการจัดซื้อเพิ่มเติม พร้อมกันนี้กรรมาธิการจะซักถามนายกฯ ถึงมาตรการควบคุมฝูงชนในช่วงนัดฟังคำพิพากษาคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท ในวันที่ 2527 ก.พ.
6.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตารางเดินสายแน่นเอี้ยดทั้งวัน เช้าไปปาฐกถาพิเศษเรื่อง “นโยบายการประกันรายได้เกษตรกร” ที่โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ พร้อมกับมีการบรรยายพิเศษเรื่อง “มิติใหม่การคุ้มครองและรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกรจากภาครัฐ” พร้อมกันนี้จะมีการนำเสนอผลศึกษามาตรการแทรกแซงตลาดพืชผลการเกษตรเพื่อป้องกันการทุจริต หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีจะเดินทางกลับเข้ารัฐสภา
7.พูดถึงเกษตรกรต้องต่อด้วยเรื่องร้อนๆ ประมูลข้าวที่คนจับตากันทั้งประเทศ แล้วก็จริงดังคาด นายวิจักร วิเศษน้อย อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ยอมรับว่าเปิดซองประมูลราคาออกมาเสนอราคากันต่ำกว่าตลาดมากๆ ทุกราย วันที่ 24 ก.พ. คณะทำงานเจรจาต่อรองที่มีนายวิจักษ์เป็นประธาน จะเรียกผู้ส่งออกที่เสนอราคาผ่านเกณฑ์มาต่อรองราคา ข่าวดังมาจากทำเนียบฯ ว่า ถ้าราคาไม่ถูกใจไม่เอื้อต่อราคาข้าวเปลือกในมือชาวนา นายกรัฐมนตรีประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ไม่โอเค
8.ข้าวแล้วก็ต้องชาวนา วันที่ 24 ก.พ. ประตูทำเนียบรัฐบาลจะเปิดรับตัวแทนชาวนาใน 4 ตำบล ของ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก และชาวนาใน จ.สุโขทัย ที่ประท้วงบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก ขอให้รัฐบาลช่วยเหลือเรื่องราคาข้าว หลังถูกโรงสีกดราคารับซื้อเหลือเพียงตันละ 6,000-6,500 บาท จะเดินทางเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในช่วงเช้า เพื่อพิจารณาให้การช่วยเหลือต่อไป โดยขอ 1.4 หมื่นบาท
9.มากันที่เรื่องเศรษฐกิจปากท้องชาวบ้าน ประเด็นร้อนต้องจับตามองคือ ควันหลงจากการตัดสินใจไม่ต่ออายุมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาลที่จะหมดลงในวันที่ 28 มี.ค. ที่จะถึงนี้ ทำให้ค่าโอนเพิ่มขึ้นมาเป็น 2% จาก 0.01% ค่าจดจำนองเพิ่มเป็น 1% จาก 0.01% และภาษีธุรกิจเฉพาะเพิ่มเป็น 3.3% จาก 0.11% ทำให้ผู้ซื้อบ้านและผู้ประกอบการต้องมีภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อบ้านเพิ่มขึ้นกว่า 6.3 หมื่นบาท หากซื้อบ้านราคา 1 ล้านบาท ซึ่งอาจทำให้เกิดการโอนบ้านจำนวนมากก่อนสิ้นอายุมาตรการ และราคาบ้านน่าจะถีบตัวตามต้นทุนขึ้นมาอีก 45%
10.ปิดท้ายด้วยสถานการณ์ทางด้านค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมาระดับ 33.07/08 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าอย่างต่อเนื่องจากช่วงเช้าที่ระดับ 33.13/15 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในวันที่ 23 ก.พ. และถือว่าแข็งค่ากว่าคู่แข่งในภูมิภาค อันเป็นผลจากนักลงทุนคลายความกังวลที่ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นตามคาดการณ์ไว้ ทำให้ผู้ที่ถือเงินเหรียญสหรัฐเอาไว้ก็เทขายออกมา มีการประเมินว่าน่าจะแข็งค่าขึ้นมากกว่านี้อีก และอาจจะทะลุ 33 บาทต่อเหรียญสหรัฐในเร็ววันนี้...ธุรกิจส่งออกเหนื่อย







