
ยอมความไม่ได้
เป็นอีกครั้งที่รัฐบาลแพ้คดีกับบริษัทเอกชน และต้องจ่ายเงินค่าเสียหายให้กับเอกชนจำนวน 1,097 ล้านบาท
เป็นอีกครั้งที่รัฐบาลแพ้คดีกับบริษัทเอกชน และต้องจ่ายเงินค่าเสียหายให้กับเอกชนจำนวน 1,097 ล้านบาท
โดยครั้งนี้เป็นคดีความระหว่างกรมธนารักษ์ และบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือบีทีเอส
คดีนี้เป็นเรื่องราวและต่อสู้คดีมานานนับ 10 ปี ต้นเรื่องมาจากการที่กรมธนารักษ์จะให้เช่าที่ดินบริเวณขนส่งหมอชิต ทำศูนย์การค้า ด้านล่างและชั้นใต้ดินจะเป็นอู่จอดรถไฟฟ้าและที่ซ่อมบำรุง โดยกรมธนารักษ์ให้บริษัท ซันเทค ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท บางกอกเทอร์มินอล เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
แต่ส่วนการทำศูนย์การค้านั้น มีการร้องเรียนว่าทำผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนร่วมงานหรือดำเนินกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ.ร่วมทุน) คือ มีการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 1,000 ล้านบาท ไม่สามารถดำเนินการด้วยวิธีพิเศษได้
ดังนั้น บางกอกเทอร์มินอลจึงยังทำโครงการไม่ได้ แต่บีทีเอสซึ่งไม่รู้เรื่องนี้ได้ออกเงินก่อสร้างฐานรากอาคารให้ก่อน ต่อมาเมื่อโครงการนี้ล้มจึงได้ฟ้องร้องขอเรียกค่าชดเชยการก่อสร้างฐานรากและดอกเบี้ยคืน
เมื่อเรื่องขึ้นต่อศาลปกครอง ศาลตัดสินให้รัฐแพ้คดีและต้องจ่ายเงินค่าเสียหายให้ตามที่บีทีเอสร้องขอมา
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เห็นได้ชัดเจนว่าตั้งแต่มีการจัดซื้อจัดจ้างนั้น ก็รู้แล้วว่าทำผิด เพราะสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาชี้ว่าขัดต่อ พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ก็ควรจะต้องแก้ไขให้ถูกต้อง ไม่ใช่ปล่อยให้เลยตามเลย จนเกิดความเสียหายขึ้น
เรื่องนี้แม้ศาลปกครองจะพิจารณาคดีให้รัฐแพ้คดีไปแล้ว ซึ่ง ครม.ก็อนุมัติให้นำเงินรายได้ของกรมธนารักษ์ ซึ่งควรจะนำมาใช้ในการพัฒนาประเทศไปจ่ายคืนบีทีเอส คดีในส่วนฟ้องร้องเอกชนจบแล้ว แต่คดีในส่วนของรัฐกับเจ้าพนักงานของรัฐไม่ควรจะปล่อยให้เงียบหายไปโดยไร้คนรับผิดชอบ
กรณีนี้ชัดเจนว่ามีการกระทำผิดโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งดำเนินการไม่รอบคอบ ปล่อยให้มีการทำสัญญาโดยขัดต่อกฎหมายได้อย่างไร ซึ่งระเบียบการประมูลจัดซื้อจัดจ้างนั้นมีขั้นตอนที่ชัดเจนอยู่แล้ว เมื่อรู้ว่าไม่ถูกต้องก็ไม่ควรจะทำสัญญากับเอกชน เพราะสัญญานั้นจะเป็นโมฆะ ดังนั้นเมื่อกรมธนารักษ์สู้คดีให้บีทีเอสเรียกร้องค่าเสียหายจากบางกอกเทอร์มินอลเอง จึงได้แพ้คดี
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่จะต้องสอบสวนให้กระจ่างว่าใครเป็นคนทำให้รัฐเสียหายและรัฐต้องร้องทุกข์กล่าวโทษผู้นั้น แบบยอมความกันไม่ได้ เพราะจะเป็นเยี่ยงอย่าง หยุดข้าราชการที่ทำงานโดยไม่รอบคอบ และละเมิดกฎหมายลุแก่อำนาจ และนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชัน สร้างปัญหาให้กับประเทศชาติในที่สุด







