posttoday
เดิมพันระหว่างหลักการกับตัวบุคคล

เดิมพันระหว่างหลักการกับตัวบุคคล

24 พฤศจิกายน 2554

ผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองไทยได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า หากรัฐบาลปูยิ่งลักษณ์ต้องการอยู่ใน

ผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองไทยได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า หากรัฐบาลปูยิ่งลักษณ์ต้องการอยู่ใน

อำนาจไปนานๆ ไม่ควรกระทำการในสามเรื่องสำคัญ คือ หนึ่ง อย่าท้าทายสถาบันพระมหากษัตริย์ สอง อย่าท้าทายสถาบันทหารด้วยการล้วงลูกการแต่งตั้งโยกย้าย และ สาม อย่าท้าทายสถาบันตุลาการด้วยการพาทักษิณกลับบ้านโดยไม่ต้องรับโทษตามกฎหมาย เพราะถ้าคิดจะลองทำการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสามอย่าง ก็คงเจอกับกระแสต่อต้านอย่างรุนแรง

อยู่ๆ รัฐบาลก็เร่งผลักดันออกร่าง พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ โดยกระทำอย่าง “ลุกลี้ลุกลน ปกปิดซ่อนเร้น ปราศจากความโปร่งใส” จนกลายเป็นประเด็นสำคัญทางการเมืองที่โผล่ขึ้นมาท่ามกลางวิกฤตน้ำท่วมที่ยังแก้กันไม่ตก จริงอยู่รัฐบาลมีอำนาจตามกฎหมายในการเสนอขอพระราชทานอภัยโทษถูกต้องตามขั้นตอน แต่จะชอบด้วยกฎหมายและมีความชอบธรรมหรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่อง เป็นที่เข้าใจว่า เรื่องนี้นอกจากเป็นภารกิจเร่งด่วนลำดับต้นๆ ของรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งมีการเตรียมการและเตรียมตัวบุคคลไว้แล้ว ยังมี “ปัจจัยเวลา” เป็นตัวแปรสำคัญ ที่ต้องเร่งทำให้เสร็จก่อนวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ใกล้เข้ามาทุกที

ความกล้าเสี่ยงดูจะเป็นคุณลักษณะประจำของเจ้าของพรรคและแกนนำในพรรคนี้ ที่อาจมองว่า ช่วงนี้เป็นจังหวะเวลาที่ดีที่สุดที่คนกำลังสนใจกับปัญหาน้ำท่วมจนไม่มีเวลาคิดในเรื่องอื่น กลุ่มคนที่จะออกมาคัดค้านก็เจอน้ำท่วม การออกมาเคลื่อนไหวก็ลำบาก หรืออย่างน้อยก็มีพลังไม่มาก เพราะคนส่วนหนึ่งไม่สะดวกที่จะมาร่วม

ในทัศนะของเรา เห็นว่า หากมีการเสนอร่างกฎหมายในทำนองที่เป็นการเอื้อประโยชน์โดยตรงหรืออ้อม ทั้งปัจจุบันและอนาคตแก่ใครคนใดคนหนึ่ง ถือว่าเป็นเรื่องที่ขัดหลักการและเป็นอันตรายต่อบ้านเมืองอย่างน้อย 4 เรื่อง

ประการแรก เป็นการขัดกับ “หลักนิติรัฐ”ที่ว่า กฎหมายถือเป็นสิ่งสูงสุดในการปกครองประเทศ

การที่ใช้กฎหมายปกครองประเทศ เพราะกฎหมายได้ผ่านการพิจารณาจากสภามาเป็นอย่างดีเพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชน แต่สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำนั้นเป็นการท้าทายความเป็นนิติรัฐและนิติธรรม กลายเป็นว่าผู้มีอำนาจสูงสุดทางการเมืองอยู่เหนือกฎหมายหรือใช้กฎหมายตามใจกู

ประการที่สอง รัฐบาลกำลังทำลาย “หลักการแบ่งแยกอำนาจอธิปไตย” ที่อำนาจทั้งสามต่างเป็นอิสระต่อกัน รัฐบาลกำลังใช้อำนาจบริหารลบล้างคำตัดสินของศาล ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างแบบอย่างที่ไม่ถูกต้อง ประเทศประชาธิปไตยถือว่าคำตัดสินของศาลซึ่งผ่านกระบวนการหลายขั้นตอนเป็นที่สิ้นสุด

ประการที่สาม หากรัฐบาลตัดคำสั่งแนบท้ายที่รัฐบาลชุดก่อนระบุว่า นักโทษค้ายาเสพติดและคนทุจริตคอร์รัปชันต้องไม่ได้ประโยชน์จากการนี้ออกไปจริง ถือว่ารัฐบาลไม่ให้ความสำคัญต่อสิ่งที่ทั่วโลกกำลังห่วงใย นั่นคือ การต่อต้านยาเสพติด และการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งถือว่าเป็น “วาระโลก” หากรัฐบาลไม่ระบุไว้ชัดเจน ถือว่ารัฐบาลไม่มีความจริงใจในการดำเนินนโยบายต่อต้านยาเสพติดและการทุจริตคอร์รัปชันที่รัฐบาลประกาศไว้ว่าเป็น “วาระแห่งชาติ”

ประการที่สี่ รัฐบาลนำผลประโยชน์ส่วนตัวบุคคลมาผูกพันกับผลประโยชน์ของชาติ ตั้งแต่ช่วงยังเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งกรณีนี้อาจเรียกว่า“ผลประโยชน์ทับซ้อน” ประเภทหนึ่งก็ได้

โดยหลักการ หน้าที่ของรัฐบาล คือ การทำให้บ้านเมืองมีความสงบสุข ประชาชนมีความสามัคคีปรองดอง สิ่งใดที่จะทำให้บ้านเมืองมีปัญหาก็ต้องหาทางขจัดปัดเป่าก่อน ไม่ใช่สร้างปัญหาขึ้นมาเสียเอง ซึ่งเท่ากับเป็นการ “ซ้ำเติม” วิกฤตน้ำท่วมที่มีอยู่แล้ว หรือโยนปัญหาขึ้นไปว่าเป็นเรื่องของพระราชอำนาจ รัฐบาลที่ดีเมื่อรู้ว่าอะไรจะไปรบกวนเบื้องพระยุคลบาทก็ต้องหาทางระงับยับยั้งเสียก่อน ไม่ใช่ปล่อยขึ้นไป ซึ่งเท่ากับเป็นการดึงสถาบันสูงสุดมาเป็นคู่ขัดแย้งด้วย

รัฐมนตรียุติธรรมได้ยืนยันในภายหลังทำนองว่า ไม่มีการปลดล็อกเพื่อช่วยใครตามที่สังคมห่วงกังวล เราก็เชื่อในเกียรติยศของท่าน แต่หากรัฐบาลยังดึงดันที่จะเสนออีกในรูปแบบใดก็ตาม ขอทำนายว่า รัฐบาลจะอยู่ไม่สุขแน่ ประชาชนกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะคนที่มีความรู้ ความคิด จะรวมตัวออกมาต่อต้าน และพร้อมที่จะเผชิญกับคนอีกกลุ่มที่แกนนำประกาศว่าจะนำมาสนับสนุนรัฐบาล ถึงจุดนี้จะไม่มีใครกลัวใครอีกแล้ว ฝ่ายหนึ่งแม้มีปริมาณน้อยกว่า แต่มีคุณภาพและมี “เดิมพัน” สูงมาก เพราะเป็นการสู้เพื่อ “หลักการของชาติ” และ “หลักการสากล” แต่อีกฝ่ายสู้เพื่อตัวบุคคล โดยเอาประโยชน์ส่วนบุคคลมาผูกพันกับประโยชน์บ้านเมือง

ในขณะที่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวร และทรงมีความทุกข์จากความเดือดร้อนของประชาชนจากวิกฤตน้ำท่วม รัฐบาลควรทำทุกอย่างเพื่อให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ใช้วิกฤตน้ำท่วมเป็นโอกาสสร้างความสามัคคีปรองดองในหมู่ประชาชน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ซึ่งจะทำให้การเฉลิมฉลองพระชนมพรรษา 7 รอบ มีความหมายยิ่งขึ้น

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท