posttoday
ชาวบ้านหลั่งน้ำตาถาม บริหารยังไงถึงฉิบ...ขนาดนี้?

ชาวบ้านหลั่งน้ำตาถาม บริหารยังไงถึงฉิบ...ขนาดนี้?

23 พฤศจิกายน 2554

นํ้าท่วมขังในพื้นที่ฝั่งตะวันตก ซึ่งผู้คนนับล้านที่ยังไม่รู้ว่าชีวิตของพวกเขาจะกลับคืนสู่ภาวะปกติ

นํ้าท่วมขังในพื้นที่ฝั่งตะวันตก ซึ่งผู้คนนับล้านที่ยังไม่รู้ว่าชีวิตของพวกเขาจะกลับคืนสู่ภาวะปกติ

เมื่อใด ทำให้ชาวบ้านในหลายพื้นที่รวมตัวกันทวงถามมาตรการแนวทางแก้ปัญหา

ช่วงเช้าวานนี้ ประชาคมปทุมธานีฝั่งตะวันตก ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนหมู่บ้านและชุมชนต่างๆ กว่า 100 คน เข้าพบ ขจรศักดิ์ สิงโตกุล ผวจ.ปทุมธานี ขอทราบแนวทางการแก้ปัญหา

ในที่ประชุมระหว่างภาครัฐและกลุ่มชาวบ้าน สุภัทร์ นิ่มหลัง ตัวแทนหมู่บ้านปาริชาติ อ.เมือง จ.ปทุมธานี หลั่งน้ำตาระหว่างลุกขึ้นตั้งคำถามต่อผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างดุเดือดเผ็ดร้อน

ชาวบ้านหลั่งน้ำตาถาม บริหารยังไงถึงฉิบ...ขนาดนี้?

“ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเริ่มลดลงไปบ้างแล้ว ตามที่กรมชลประทานแถลง ก็ควรจะซ่อมหรือเสริมตั้งแนวกระสอบทรายให้สูง แล้วเร่งสูบน้ำออกจากทุ่งลงสู่เจ้าพระยา มิเช่นนั้นพวกเราก็ต้องจมอยู่กับน้ำ 2-3 เมตรในหมู่บ้านตลอดไป ในบ้านระดับเอว ถนนหน้าบ้านมิดหัวโดยไม่มีกำหนด เช่นนี้อยู่ไม่ได้แล้ว ปัญหาเหล่านี้จะโยนไปให้กรมชลประทานฝ่ายเดียวไม่ได้ จึงอยากฝากไปถึงหน่วยงานราชการทั้งหมด จะต้องรวมใจกับประชาชน ไปถามผู้นำ ผู้มีอำนาจของประเทศว่าเขาทำอย่างไรกัน ทำให้ประเทศชาติ ประชาชน ฉิบหายมากมายได้ถึงขนาดนี้ เราเลือกเขาไป แต่เขาไม่เคยมาหาเราเลย

ตั้งแต่น้ำท่วม จนถึงวันนี้หมดค่าใช้จ่ายไปเป็นจำนวนมาก ตกงานจะมีใครมาช่วยข้าราชการยังมีเงินเดือนประจำ มีสวัสดิการรองรับ เงินเดือน ภาษีประชาชนก็จ่ายไม่เคยหลบเลี่ยง แต่กับพวกที่หลบเลี่ยงวันนี้ได้เป็นใหญ่เป็นโตกันหมด ชาวบ้านทุกคนมีมันสมอง ไม่ใช่ควาย พูดได้คำเดียวว่าคนเลือกควายไปทำงาน ไม่ใช่ควายเลือกคนมาทำงาน” สุภัทร์ วิจารณ์ทั้งน้ำตาอย่างดุเดือด โดยได้รับเสียงปรบมือจากประชาชนที่ไปร่วมประชุม

ขณะที่ นัฐพงศ์ ศิริโภค รักษาการชลประทานจังหวัดปทุมธานี ได้ชี้แจงว่า การแก้ปัญหาน้ำในทุ่งฝั่งตะวันตก หากจะใช้เครื่องสูบน้ำก็ต้องใช้เครื่องที่มีประสิทธิภาพจำนวนมาก ซึ่งเกินกว่าอำนาจในการรับผิดชอบ แต่จะประสานให้ตามคำเรียกร้อง ส่วนที่ทำได้ก็คือ จะพยายามดำเนินการเร่งระบายทางประตูระบายน้ำบางคูวัด เกาะเกรียง บางนางจีน และยายยุ้ย แต่ละแห่งมีเครื่องสูบน้ำจุดละ 2 เครื่อง กำลังสูบจุดละ 2 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลบ.ม.)

ด้าน เลอเกียรติ แก้วศรีจันทร์ รอง ผวจ.ปทุมธานี ได้ชี้แจงว่าการระบายน้ำที่ทำได้ช้าเนื่องจากมีสิ่งกีดขวางระบายน้ำไม่เป็นไปตามธรรมชาติ เพราะกรุงเทพมหานคร (กทม.) ไม่รับน้ำไปเลย

“เราต้องมาพูดความจริงกัน ถ้าน้ำเข้าไปแล้ว กทม.กับรัฐบาลต้องไปดูว่า ปริมาณเข้ากับออกให้สมดุลกัน จะเปิดๆ หรือปิดๆ ประตูระบายน้ำก็ได้ เป็นเรื่องของการจัดการ แต่นี่ปิดตลอด เหมือนที่ลาดสวาย ถ้าไม่ให้น้ำไหลผ่านไปบ้าง คนลาดสวาย คนคลองสี่ น้ำดำเน่าเหม็นตาย กทม.ต้องยอมเปิด 3 คลองน้ำลดลงวันละ 34 เซนติเมตร ชาวบ้านก็เริ่มพอใจ ปทุมธานี อยู่ตอนเหนือ กทม.ที่บอกว่าสูบออกคลองสาม คลองหก มันออกน้อยมาก ปทุมธานีจึงเปียกก่อนแต่แห้งหลัง ตามหลักธรรมชาติน้ำเหนือเปียกก่อนต้องแห้งก่อน ซึ่งจะเสนอต่อรัฐบาลตามข้อเรียกร้อง ให้รัฐบาลกับ กทม.ตัดสิน ผวจ.ปทุมธานี ตัดสินไม่ได้ เพราะเกินกว่าอำนาจ”

ชาวบ้านหลั่งน้ำตาถาม บริหารยังไงถึงฉิบ...ขนาดนี้?

ทั้งนี้ ผลการเจรจา ทาง จ.ปทุมธานี รับปากว่าจะประสานให้กรมชลประทานจัดเครื่องสูบน้ำมาเพิ่มเติม ซึ่งอีก 3 วัน ชาวบ้านจะติดตามความคืบหน้าต่อไป

ด้านชาว จ.นนทบุรี ได้รวมตัวกันเพื่อทวงคำตอบการแก้ระบายน้ำท่วมขังจาก วิเชียร พุฒิวิญญู ผวจ.นนทบุรี อีกครั้ง หลังการเข้าพบไปแล้ว 2 ครั้งแรกไม่มีความคืบหน้า

ทั้งนี้ นอกจากข้อเรียกร้องเดิม 4 ข้อซึ่งประกอบด้วย การเปิดประตูระบายน้ำคลองมหาสวัสดิ์ ทวีวัฒนา และภาษีเจริญ การซ่อมคันคลองและกำจัดวัชพืชต่างๆ การติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อช่วยระบายน้ำออก และการประกาศให้พื้นที่ จ.นนทบุรี เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติเป็นพิเศษ พร้อมทั้งกำหนดค่าชดเชยเป็นกรณีพิเศษแล้ว ชาวบ้านได้เรียกร้องให้มีการชดเชยความเสียหายที่เหมาะสมลดหลั่นกันไปตามความเป็นจริง แต่วิเชียรชี้แจงว่า ต้องรอให้ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) พิจารณา เนื่องจากมีหลายจังหวัดก็ร้องขอในลักษณะนี้เช่นกัน

การเจรจายืดเยื้อยาวนานกว่า 2 ชม. จนกระทั่งเวลา 15.30 น. วิเชียรได้แถลงผลสรุปกับ กทม.โดยยืนยันจะเปิดประตูระบายน้ำให้ 1 ม. ตามที่ร้องขอ ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่พอใจและแยกย้ายกลับ แต่บางส่วนยังไม่เชื่อมั่น วิเชียรจึงขอให้จัดตัวแทนขึ้นมา 25 คน เดินทางไปยังคลองมหาสวัสดิ์เพื่อดูว่าได้มีการเปิดประตูจริงตามที่อ้างมาหรือไม่

เพ็ญจิตร แซ่ตั้ง ชาวบ้าน ต.บางกรวย อ.บางกรวย จ.นนทบุรี กล่าวว่า ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมขังมากว่า 1 เดือนแล้ว ระดับน้ำยังสูงกว่า 1 เมตร และจำเป็นต้องเดินทางไปทำงาน โดยลุยน้ำออกจากบ้านและเตรียมเสื้อผ้ามาเปลี่ยนในที่ทำงานทุกวัน จึงอยากขอให้เห็นใจชาว จ.นนทบุรี ที่ต้องเผชิญน้ำท่วมขังต่อไปอย่างไม่รู้กำหนด

 

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง