posttoday
ชาวรังสิตจี้รื้อบิ๊กแบ็กตลอดแนว

ชาวรังสิตจี้รื้อบิ๊กแบ็กตลอดแนว

23 พฤศจิกายน 2554

สถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ไม่เป็นไปตามการคาดการณ์

สถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ไม่เป็นไปตามการคาดการณ์

ทั้งจากศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) กทม. และนักวิชาการประจำ ศปภ. โดยมีแนวโน้มว่าเหตุการณ์น้ำท่วมมีโอกาสยืดเยื้อออกไป และเลวร้ายที่สุดคน กทม.อาจจะต้องฉลองปีใหม่ปี 2555 กันท่ามกลางสายน้ำยังนองถนนในบางพื้นที่

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ขณะนี้ระดับน้ำในคลองรังสิตประยูรศักดิ์เริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง จากเดิม 3.40 เมตร เหลือ 3.04 เมตร และหากระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่งเมื่อใดจะทำให้น้ำในพื้นที่ดอนเมืองไหลลงคลองรังสิตฯ ตามธรรมชาติ มั่นใจว่าอีก 10 วัน น้ำในถนนเส้นหลักของเขตดอนเมืองจะแห้ง

อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เลขานุการคณะทำงานบริหารจัดการระบายน้ำในพื้นที่สาธารณภัยร้ายแรง ศปภ. ก็ประเมินไปในทิศทางเดียวกันว่า ขณะนี้น้ำที่ท่วมขังในหลายพื้นที่ของ กทม. น่าจะลดลงและกลับคืนสู่สภาวะปกติประมาณกลางเดือน ธ.ค. หลังจากสามารถระบายน้ำออกได้ในหลายพื้นที่

“ขณะนี้วิกฤตน้ำท่วมที่คนไทยเผชิญกันมาเหลืออีกแค่ 10% สุดท้ายเท่านั้น” อานนท์ ย้ำ

ชาวรังสิตจี้รื้อบิ๊กแบ็กตลอดแนว

ทั้งนี้ การเจรจาระหว่าง ศปภ. และชาวบ้านเขตดอนเมือง หลักสี่ และรังสิต ร่วม 50 คน เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ซึ่งมีอานนท์เป็นตัวแทน ปรากฏว่าข้อสรุปค่อนข้างคลุมเครือ โดยอานนท์ระบุว่า ขณะนี้ระดับน้ำในคลองรังสิตฯ ล้นตลิ่งเพียงเล็กน้อย โดยจะลดลงวันละ 3-4 เซนติเมตรต่อวัน คาดว่าภายใน 3-4 วัน จะกลับมาอยู่ในระดับตลิ่งได้

ขณะที่มีแนวคันกั้นน้ำบริเวณคลองรังสิตฯ ฝั่งใต้ยาว 1.6 กิโลเมตร และบริเวณแนวคลอง 1 ช่วงร้านโชคชัยสเต็กเฮ้าส์ยาว 300 เมตร อยู่ในระดับต่ำ ทำให้น้ำรั่วเข้ามาในพื้นที่รังสิต จึงจำเป็นต้องเสริมบิ๊กแบ็กเพิ่มเติมรวมระยะทาง 1.9 กิโลเมตร ซึ่งจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 2-3 วัน

นอกจากนี้ ระดับน้ำในถนนวิภาวดีรังสิตลดลงเรื่อยๆ จึงเตรียมเปิดแนวบิ๊กแบ็กบริเวณหน้า สน.ดอนเมือง ฝั่งขาออกให้ลึกลงถึงพื้นถนนยาว 8 เมตร มีผลให้น้ำไหลเข้า กทม. ประมาณ 4 แสนลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวัน ส่วนบิ๊กแบ็กฝั่งขาเข้าต้องรอ กทม.แก้ปัญหาที่สถานีสูบน้ำคลองบางเขนให้แล้วเสร็จก่อนจึงจะเปิดแนวได้

ขณะที่ข้อเสนอให้เปิดประตูระบายน้ำที่คลองบ้านใหม่นั้นจะเปิดได้ภายหลังขุดลอกคลองด้านปากเกร็ดระยะ 500-600 เมตรแล้วเสร็จ และจะเริ่มดำเนินการได้ภายในวันที่ 23 พ.ย.นี้

ด้าน กฤษณา ทองอินทร์ ชาวบ้านหมู่บ้านสายทิพย์ สรงประภา 18 กล่าวว่า ครั้งแรกที่ ศปภ.ประกาศ 7 เขตเฝ้าระวัง กลับไม่มีพื้นที่ดอนเมือง จากนั้นอยู่ๆ ก็ประกาศว่าดอนเมืองน้ำจะท่วมแล้วก็ท่วมสูงทันทีโดยไม่ให้ตั้งตัว ถามว่าดอนเมืองเป็นเขตแรกใน กทม.ที่น้ำท่วม ยังจะต้องเป็นเขตสุดท้ายที่แห้งอีกใช่หรือไม่

ขณะที่ ปกรณ์ภัทร ทิพย์เอื้อตระกูล ประธานชมรมฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม จ.ปทุมธานี ระบุว่า ในวันที่ 23 พ.ย.นี้ เวลา 10.00 น. ประชาชนชาวรังสิต-ปทุมธานี จำนวน 200-300 คน จะรวมตัวกันกำหนดท่าทีที่หน้าศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิตเพื่อให้ทาง กทม.รื้อบิ๊กแบ็กบนถนนวิภาวดีรังสิตออกทั้งหมด เนื่องจากการเสริมแนวบิ๊กแบ็ก 1.9 กิโลเมตร และรื้อแนวบิ๊กแบ็กหน้า สน.ดอนเมือง 8 เมตร ไม่ได้ทำให้ระดับน้ำใน จ.ปทุมธานี และพื้นที่รังสิตลดลง

วสันต์ มีวงษ์ โฆษก กทม. ระบุว่า ระดับน้ำบริเวณประตูระบายน้ำและคลองสายต่างๆ เริ่มลดระดับลงในหลายพื้นที่แล้ว รวมถึงถนนหลายสายน้ำก็ได้ลดลงเรื่อยๆ เช่นกัน แต่ กทม.ยังคงเฝ้าระวังการเปิดกระสอบทรายและเปิดประตูระบายน้ำเพิ่มเติม ซึ่งจะส่งผลให้ปัญหาน้ำท่วมใน กทม.ยาวนานขึ้น รวมถึงเฝ้าระวังแนวริมน้ำเจ้าพระยาทุกจุด เนื่องจากน้ำทะเลจะหนุนสูงช่วงประมาณวันที่ 27 พ.ย. บวกกับฐานน้ำเดิมมีระดับสูงอยู่แล้ว อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนริมแม่น้ำ ยกเว้นฝั่งตะวันตกที่น้ำยังคงท่วมสูงในหลายพื้นที่

ขณะที่ ชวลิต จันทรรัตน์ ผู้บริหารทีมกรุ๊ป วิศวกรแหล่งน้ำ จากกลุ่มบริษัททีมกรุ๊ป กล่าวว่า ขณะนี้มีมวลน้ำขังอยู่ประมาณ 9,000 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) แยกเป็นฝั่งตะวันออก 4,000 ล้าน ลบ.ม. และฝั่งตะวันตก 5,000 ล้าน ลบ.ม. โดยน้ำทั้งหมดจะทยอยผ่านพื้นที่ทั้งสองฝั่งไปตั้งแต่ช่วงวันที่ 2 ธ.ค.

 

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย