
บอร์ดท่าเรือฯจ่อช่วยเหลือเอกชน
ท่าเรือประชุมบอร์ดนัดแรก ฟิต เร่งหาแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่งสินค้า
ท่าเรือประชุมบอร์ดนัดแรก ฟิต เร่งหาแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่งสินค้า
นายถวัลย์รัฐ อ่อนศิระ อธิบดีกรมเจ้าท่า ในฐานะประธานกรรมการ การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ กทท.ชุดใหม่ จะประชุมนัดแรกวันที่ 30 พ.ย.นี้ ซึ่งในเบื้องต้นทราบว่าการขนถ่ายสินค้าภายในท่าเรือลดความแออัดไปมาก เนื่องด้วยผู้ประกอบการสามารถเดินทางเข้ามารับสินค้าได้สะดวกขึ้น ซึ่งคณะกรรมการจะได้ให้ผู้บริหาร กทท. ชี้แจงปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น เพื่อที่จะพิจารณาแนวทางแก้ปัญหาและแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่งสินค้าต่อไป
“ยังบอกไม่ได้ว่าจะมีการปรับลดค่าธรรมเนียมการขนส่งสินค้าภายในท่าเรือเพื่อช่วยผู้ประกอบการหรือไม่ เพราะยังไม่ทราบปัญหา แต่หากเดือดร้อนจริงก็พร้อมช่วยเหลือส่วนการขนถ่ายสินค้าภายในท่าเรือนั้น เชื่อว่าเมื่อสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย การขนส่งสินค้าต่างๆ จะกลับคืนสู่สภาพปกติ ซึ่งท่าเรือกรุงเทพ และท่าเรือแหลมฉบังยังมีขีดความสามารถในการรองรับการขนถ่ายสินค้าด้วยความสะดวกสบาย” นายถวัลย์รัฐ กล่าว
นายเฉลิมชัย มีคุณเอี่ยม ผู้อำนวยการ กทท. กล่าวว่า ผลการดำเนินงานการให้บริการเรือ สินค้า และตู้สินค้าผ่านท่าเรือในความรับผิดชอบประจำปีงบประมาณ 2554 ระหว่างเดือน ต.ค. 2553–ก.ย. 2554 พบว่า จำนวนตู้สินค้าผ่านท่าเรือของ กทท. ในภาพรวมมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 7,113 ล้านทีอียู ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 9%
เนื่องจากมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผลการดำเนินงานด้านการเงินพบว่า กทท.มีกำไรสุทธิ 3,536 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.92% หรือมีกำไรสุทธิทางบัญชีเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 705 ล้านบาท รายได้จากการดำเนินงาน 11,371 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.47% ซึ่งนับเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันที่ กทท.มีรายได้เกินหมื่นล้านบาท
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน 7,835 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยประมาณ 0.81% เนื่องจาก กทท.สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านบุคคลและลดภาระค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้เกือบ 700 ล้านบาท สำหรับปี 2555 คาดว่าปริมาณตู้สินค้าผ่านท่าเรือจะขยายตัวเพียง 6.5% หรือมีปริมาณรวม 7.577 ล้านทีอียู.แบ่งเป็นตู้สินค้าผ่านท่าเรือกรุงเทพประมาณ 1.411 ล้านทีอียู. และผ่านท่าเรือแหลมฉบังประมาณ 6.166 ล้านทีอียู.
“ปีหน้าปริมาณตู้สินค้าผ่านท่าเรือจะเพิ่ม 6.5% ภายใต้สมมติฐานการเติบโตของเศรษฐกิจไทยปี 2555 ที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) คาดว่าจะขยายตัวอยู่ในช่วง 2.5–3%ซึ่งมีผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยงทั้งภายในและภายนอกประเทศในหลายๆ ด้าน ต่อเนื่องจากปลายปี 2554 เช่น ปัญหาหนี้สาธารณะในสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป เศรษฐกิจในประเทศญี่ปุ่น หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิ รวมทั้งภาวะวิกฤตน้ำท่วมในประเทศที่รุนแรง แต่ในต้นปี 2555 จะมีปัจจัยบวกเป็นแรงขับเคลื่อนจากการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศและจากนโยบายรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อฟื้นฟูประเทศหลังภาวะวิกฤตน้ำท่วม” นายเฉลิมชัย กล่าว







