
ท่วมกรุงยืดเยื้อถึงต้นเดือนธ.ค. 'ดอนเมือง-รังสิต'รุกทวงศปภ.ซ้ำ
เมื่อวันที่ 21 พ.ย. ตัวแทนประชาชนจากเขตดอนเมือง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร (กทม.) และ จ.ปทุมธานี
เมื่อวันที่ 21 พ.ย. ตัวแทนประชาชนจากเขตดอนเมือง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร (กทม.) และ จ.ปทุมธานี
กว่า 20 หมู่บ้าน นำโดย พงษ์เทพ ศิริทรัพย์ และ แทนคุณ จิตต์อิสระ อดีตผู้สมัคร สส.เขตดอนเมือง พรรคประชาธิปัตย์ ได้เข้ายื่นข้อเรียกร้อง 6 ข้อ กับตัวแทนศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.)
ข้อเสนอ 6 ข้อ ประกอบด้วย 1.เพิ่มเครื่องสูบน้ำ 30 เครื่อง เพื่อสูบน้ำออกจากคลองเปรมประชากรลงคลองรังสิตประยูรศักดิ์ เร่งแก้ไขปัญหาขยะและสิ่งกีดขวางในลำคลอง 2.เร่งระบายน้ำออกจากคลองเปรมประชากรลงระบบระบายน้ำของ กทม. เพื่อแก้ปัญหาขยะ 3.เร่งทำแนวบิ๊กแบ็กกั้นคลองรังสิตบริเวณใต้สะพานรังสิต เพื่อไม่ให้น้ำไหลเข้าเติมบนถนนวิภาวดีรังสิต และเร่งสูบน้ำออกในพื้นที่โดยเร็ว
4.เร่งระบายน้ำออกจากคลองรังสิต ซึ่งปัจจุบันมีน้ำลดลงมาก แต่ยังมีปัญหาเรื่องระบายน้ำออกทางด้านตะวันออก 5.ให้รัฐบาลมีความชัดเจนในการเยียวยาให้ประชาชนที่อยู่เหนือคันบิ๊กแบ็ก และ 6.ขอให้พิจารณาการระบายน้ำออกจากคลองบ้านใหม่ และทำความเข้าใจกับมวลชนในพื้นที่ อ.ปากเกร็ด
นอกจากนี้ ตัวแทนชาวบ้านยังเรียกร้องให้ผ่อนผันการเก็บค่าทางด่วนดอนเมือง-โทลล์เวย์ออกไปอีก เนื่องจากเป็นเส้นทางเดียวที่ใช้เข้าพื้นที่หลักสี่ ดอนเมือง และรังสิต อีกทั้งให้รื้อบิ๊กแบ็กบริเวณถนนโลคัลโรด หน้า สน.ดอนเมือง ออกให้สัญจรได้ และให้รัฐบาลเปิดจุดรับเยียวยาบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิตด้วย
อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เลขานุการคณะทำงานบริหารจัดการระบายน้ำในพื้นที่สาธารณภัยร้ายแรง ศปภ. กล่าวภายหลังรับข้อเรียกร้องจากชาวบ้านว่า ศปภ.จะวางบิ๊กแบ็กบริเวณแนวคลองรังสิตจนไปสิ้นสุดที่ประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์ภายใน 2 วัน และจะเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำ โดยน้ำในพื้นที่ดอนเมืองส่วนใหญ่ไม่นับรวมพื้นที่แอ่งกระทะจะลดลงอย่างเห็นผลได้ชัดภายใน 7 วันอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ การระบายน้ำออกจากพื้นที่ดอนเมืองจะใช้คลองเปรมประชากร คลองบ้านใหม่ แต่จะเน้นระบายลงคลองบางเขนใหม่และคลองบางเขนเก่า เนื่องจากมีขนาดกว้างและมีเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ตั้งอยู่มาก ส่วนการผันน้ำลงคลองบ้านใหม่นั้น ศปภ. จะหารือกับเทศบาลนครปากเกร็ดให้เร่งระบายน้ำออก รวมทั้งหารือกับ กทม. ในการรื้อบิ๊กแบ็กถนนโลคัลโรด
อย่างไรก็ตาม อานนท์ ย้ำอีกว่า สถานการณ์น้ำท่วม กทม. ในภาพรวมขณะนี้คิดว่าภายใน 23 สัปดาห์ จะเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูได้ เพราะผ่านมาเกือบ 2 เดือนเศษ จึงเหลืออีก 10% สุดท้ายในการระบายน้ำบางจุด
“ตอนนี้คิดว่าอีกไม่นานภารกิจของคณะทำงานระบายน้ำน่าจะจบลง เพราะสถานการณ์น้ำในเส้นทางสายหลัก พื้นที่เศรษฐกิจก็น่าจะดีขึ้น หรืออย่างเร็วที่สุดภายในสัปดาห์แรกของเดือน ธ.ค.นี้”
อย่างไรก็ตาม สัปดาห์ก่อนหน้านี้ อานนท์ได้ระบุว่า น้ำใน กทม.จะแห้งภายใน 2 สัปดาห์
ทั้งนี้ ภายหลังได้รับฟังคำชี้แจงจากทาง ศปภ. ชาวบ้านกลุ่มนี้ก็พอใจ และได้ทยอยเดินทางกลับไป โดยนัดหารือร่วมกันอีกครั้งในวันที่ 22 พ.ย. เวลา 10.00 น. ที่ร้านอาหารเพาะรัก สี่แยกศรีสมาน
ด้าน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ได้ลงพื้นที่เขตดอนเมือง บริเวณแนวบิ๊กแบ็กถนนวิภาวดีรังสิต พร้อมมอบเรือ 85 ลำ ถุงยังชีพ ยารักษาโรค และน้ำหมักชีวภาพ อีเอ็มบอล ให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
โดยระบุว่า การระบายน้ำในพื้นที่ดอนเมืองยังทำได้ช้าและมีน้ำท่วมขังเกิน 1 เดือน เนื่องจากระบายน้ำลงคลองเปรมประชากรได้ทางเดียว ขณะที่พื้นที่เชื่อมโยงกับคลองรังสิต จ.ปทุมธานี ซึ่งอยู่นอก กทม. แต่น้ำฝั่ง จ.ปทุมธานี ยังมีน้ำท่วมสูง แม้จะเร่งระบายน้ำให้เร็วที่สุด แต่ก็ขึ้นอยู่กับระดับน้ำในคลองรังสิตด้วย
ขณะที่ อุเทน ชาติภิญโญ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีด้านข้อมูลการระบายน้ำ เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ขอเสนอแนะให้ กทม.เร่งผลักดันน้ำเข้าสู่คลองภาษีเจริญ คลองสี่วาพาสวัสดิ์ คลองสนามชัย และประตูระบายน้ำกระทุ่มแบน เพื่อลดน้ำท่วมบนถนนเพชรเกษม และซอยแยกต่างๆ บนถนนพระราม 2 รวมไปถึงพื้นที่ภาษีเจริญ บางบอน ทวีวัฒนา และบางขุนเทียน พ้นวิกฤตน้ำท่วมเร็วขึ้น
นอกจากนี้ ควรเพิ่มเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำเพิ่มในคลองมหาสวัสดิ์ และคลองโยงให้ระบายลงสู่แม่น้ำท่าจีน ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำใน อ.บางใหญ่ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี และ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ลดลง และให้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ และขุดลอกคูคลองช่วยร่นระยะทางจากคลองสายหลักลงแม่น้ำท่าจีนได้เร็วขึ้น
ธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวระหว่างการลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมฝั่งตะวันตกที่คลองทวีวัฒนาและคลองมหาสวัสดิ์ ว่า หากระบายน้ำลงลงแม่น้ำท่าจีนและแม่น้ำเจ้าพระยาได้ตามแผน ประชาชนในพื้นที่ฝั่งตะวันตกจะสามารถกลับเข้าบ้านได้ในช่วงสัปดาห์แรกของเดือน ธ.ค.นี้แน่นอน
อย่างไรก็ดี แม้โดยรวมหลายพื้นที่น้ำเริ่มลดลงและถนนสายหลักสามารถสัญจรได้ แต่ยังมีอีก8 เขต ของ กทม.ที่ยังวิกฤต มีน้ำท่วมขังเกิน 80 ซม. ประกอบด้วย 1.ดอนเมือง 2.สายไหม 3.คลองสามวา 4.บางเขน 5.ทวีวัฒนา 6.ตลิ่งชัน 7.บางพลัด และ 8.บางแค จากเดิมมี 11 เขตวิกฤต โดยล่าสุดเขตหนองแขม หลักสี่ และจตุจักร น้ำลดลงต่อเนื่องและมีแนวโน้มดีขึ้น







