
พธม.ขู่ชุมนุมใหญ่จี้ปูเชือดเว็บหมิ่น
ขอเก็บหลักฐานขีดเส้นรัฐ14วัน ยิ่งลักษณ์ปิดปากเงียบวันที่สอง
ขอเก็บหลักฐานขีดเส้นรัฐ14วัน ยิ่งลักษณ์ปิดปากเงียบวันที่สอง
“สนธิ” ลั่นชุมนุมใหญ่ 2 เงื่อนไข ไม่จัดการขบวนการหมิ่น และให้ทักษิณกลับไทยโดยไม่ผิด
นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) เปิดเผยว่า พธม.ย้ำมานานแล้วว่า จะออกมาชุมนุมต่อเมื่ออยู่บนเงื่อนไข 2 ข้อ เรื่องแรก ถ้ารัฐบาลไม่หยุดยั้งขบวนการจาบจ้วงสถาบัน ซึ่งในขณะนี้ยังมีอยู่และ พธม.กำลังเก็บหลักฐานให้มากกว่านี้ เมื่อได้จะ ยื่นข้อเสนอยังรัฐบาลให้เวลาไม่เกิน 14 วัน หากไม่หยุดยั้งขบวนการจาบจ้วงจากเว็บไซต์ต่างๆ และคนของพรรคเพื่อไทยก็จะชุมนุมแน่ อีกเรื่อง ถ้ารัฐบาลผลักดันให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับมาประเทศไทยโดยไม่ผิดกฎหมายก็จะไม่ยอมเด็ดขาด
แกนนำ พธม. กล่าวว่า จากข้อมูลที่สืบมาพบว่าในร่างพระราช กฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ขอพระราชทานอภัยโทษ ที่รัฐบาลส่งให้สำนักงานกฤษฎีกา มีข้อความระบุชัดว่า บุคคลที่ขอพระราชทานอภัยโทษให้รวมถึงคนที่ไม่ได้ติดคุกด้วย ถ้ายังคงไว้อย่างนี้ พธม.จะไม่ยอมแน่ เพราะเป็นการทำลายหลักนิติรัฐ
พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม เปิดเผยว่า ได้หารือกับผู้บัญชาการ (ผบ.) เหล่าทัพเป็นการส่วนตัว ทุกคนยืนยันจะไม่เข้าไปยุ่งกับสถานการณ์การเมืองขณะนี้ ปล่อยให้เป็นเรื่องของผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยกองทัพจะดูแลทุกข์สุขของประชาชนและฟื้นฟูให้กับผู้ประสบอุทกภัย
นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ที่วิจารณ์ว่าสาเหตุที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ออกแถลงการณ์ไม่ขออภัยโทษเพราะกลัวรัฐบาลล้ม เนื่องจากมีแรงต้านนั้น อยากชี้แจงว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ทราบเนื้อหา พ.ร.ฎ.ฉบับนี้ และไม่ทราบว่าจะมีการขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่ใครบ้าง แต่เมื่อเรื่องนี้อาจทำให้เกิดความแตกแยกทางความคิด พ.ต.ท.ทักษิณ จึงป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งลุกลาม
พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ได้แถลงเรื่อง พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษไปหมดแล้ว ทั้งที่เป็นเรื่องลับไม่ควรเปิดเผย
เมื่อถามว่า รัฐบาลมีนโยบายเสนอ พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษเอื้อประโยชน์ต่อบุคคลใดหรือไม่ พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า “ข่าวที่ออกมาพวกท่านคิดไปเอง ฝันไปเอง นอนตื่นมาก็โวยวาย”
สำหรับความเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 21 พ.ย. ยังคงไม่ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวในประเด็นต่างๆ โดยเฉพาะจุดยืนของรัฐบาลต่อ พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ ซึ่งถือว่าเป็นวันที่ 2 แล้ว หลังจากเดินทางกลับจากการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่ประเทศอินโดนีเซีย







