
ญี่ปุ่นยืดลงทุนขอดูแผนน้ำรัฐ
ก่อนตัดสินใจเพิ่มผลิตในไทยหรือไม่
ก่อนตัดสินใจเพิ่มผลิตในไทยหรือไม่
นักลงทุนญี่ปุ่นชะลอลงทุน รอแผนป้องกันน้ำท่วมรัฐบาลชัด พร้อมขอช่วยค่าจ้าง 25% จากที่บริษัทจ่ายอยู่ 75% เพื่อให้พนักงานได้เต็ม
นายคัตซึยูกิ คูนิกาตะ รองประธานอาวุโส บริษัท นิปปอน ซุปเปอร์ พรีซิชั่น ผู้ผลิตชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ในนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน เปิดเผยว่า บริษัทต้องการให้รัฐบาลมีการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ทำให้เกิดปัญหาซ้ำอย่างในครั้งนี้อีก ซึ่งผลกระทบจากน้ำท่วมทำให้บริษัทต้องชะลอการขยายกำลังการผลิตออกไป จากเดิมที่มีแผนจะเพิ่มขึ้นอีก 20% ก็จะเลื่อนออกไปจนกว่าจะเห็นแผนการป้องกันที่ชัดเจน โดยในเดือน ม.ค. 2555 แผนการทั้งหมดควรจะชัดเจนแล้ว เพื่อรองรับฤดูฝนในครั้งหน้า
ขณะเดียวกันบริษัทต้องการให้รัฐบาลเข้ามาช่วยสนับสนุนค่าจ้างที่บริษัทต้องจ่ายให้กับพนักงาน โดยเดือนแรกที่หยุด บริษัทจ่ายค่าจ้างเต็ม 100% แต่เดือนถัดมาจ่ายเพียง 75% จึงอยากให้รัฐบาลชดเชยส่วนที่ขาดไปอีก 25% เพื่อช่วยทั้งผู้ประกอบการ และผู้ใช้แรงงาน
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนได้เข้าใจกับสถานการณที่เกิดขึ้นว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และพอใจที่ระดับน้ำลดลงเร็วกว่าที่คาดไว้ ทำให้ผู้ประกอบการมีโอกาสที่จะเข้ามาฟื้นฟูโรงงานอย่างรวดเร็ว โดยยืนยันว่าจะยังเดินหน้าทำธุรกิจในประเทศไทยต่อไป แต่เรื่องการขยายลงทุนคงต้องชะลอออกไปสักระยะเวลาหนึ่งเพื่อรอดูความชัดเจน
สำหรับบริษัท นิปปอน ซุปเปอร์พรีซิชั่น ลงทุนอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน มูลค่า 3,000 ล้านบาท ขณะนี้เครื่องจักรจมน้ำเกือบทั้งหมด และคาดว่าจะกลับมาผลิตได้อีกครั้งใน 2 เดือนข้างหน้า มีกำลังการผลิต 1,200-1,300 ชิ้นต่อวัน โดย 20% ส่งออก และอีก 80% จำหน่ายในประเทศ
นายสุขุม ศรีโสภณางกูร ประธานกรรมการบริษัท โคคุโบะ ร็อกไอซ์ (ประเทศไทย) ผู้ผลิตน้ำแข็งจากประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า บริษัทต้องการเห็นการบริหารจัดการน้ำในระยะยาว ซึ่งจากที่คุยกับนักลงทุนญี่ปุ่นด้วยกันหลายบริษัทยังต้องการที่จะลงทุนในเมืองไทยอยู่ แต่หากรัฐบาลไม่มีความชัดเจน ก็มีความเป็นไปได้ที่จะย้ายการลง ทุนไปประเทศอื่นๆ
ทั้งนี้ ขณะที่โรงงานน้ำท่วมทำไม่สามารถเดินเครื่องจักรผลิตสินค้าได้ ทางบริษัทได้ขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นำเข้าน้ำแข็งจากญี่ปุ่นเข้ามาขายในประเทศไทยชั่วคราวก่อน โดยนำเข้ามาจำนวน 1 ล้านถุง และจะกระจายไปยังร้านค้าต่างๆ ทั่วประเทศ โดยปกติจะขายอยู่ในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น และร้านสะดวกซื้อต่างๆ ซึ่งคาดว่าจะนำเข้ามาจำหน่ายได้ตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.นี้ และจะขายในราคาเท่าเดิม
อย่างไรก็ตาม คาดว่าโรงงานที่ถูกน้ำท่วมจะใช้เวลาฟื้นฟู 90 วัน ให้กลับมาผลิตได้อีกครั้ง โดยเครื่องจักรผลิตน้ำแข็งนำเข้ามาจากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นโรงงานแห่งแรกในเมืองไทย โดยตอนนี้ยังไม่ได้มีการประเมินความเสียหาย แต่บริษัทได้ทำประกันภัยครอบคลุมไว้แล้ว
สำหรับบริษัทโคคุโบะ ร็อกไอซ์ (ประเทศไทย) ลงทุนในเมืองไทยมูลค่า 250 ล้านบาท มีกำลังการผลิตน้ำแข็งวันละ 400 ตัน หรือคิดเป็น 4 หมื่นถุงต่อวัน
ด้านแหล่งข่าวจากผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร เปิดเผยว่า มีผู้ประกอบการในสวนอุตสาหกรรมบางกะดี จ.ปทุมธานี และนิคมฯไฮเทค จ.พระนครศรีอยุธยา เจรจากับผู้บริหารบริษัทขอซื้อที่ดินตั้งโรงงาน เพื่อความปลอดภัยจากน้ำท่วมในอนาคต
นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน เปิดเผยว่า มีแนวโน้มผู้ประกอบการที่ตั้งโรงงานในนิคมฯที่น้ำท่วมเข้ามาเจรจากับบริษัทเพื่อซื้อที่ดินตั้งโรงงานใหม่ทำให้งบประมาณของผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น แต่ความปลอดภัยก็เพิ่มขึ้นด้วย เพราะนิคมฯอมตะนคร และนิคมฯอมตะซิตี้ ที่ชลบุรีน้ำท่วมไม่ท่วม และห่างจากทะเลไม่เกิน 3 ก.ม.ที่เป็นที่รับน้ำได้ถึง 240ตารางกิโลเมตร กว้างกว่าอ่าวไทย







