
เอกเผยแค้นสุพจน์ไล่แม่ส่งซิกทีมปล้น
"เอก"สารภาพแค้นสุพจน์ไล่มารดาพ้นเลขาส่วนตัวคาบข่าวไปบอกทีมปล้นยันไม่มีส่วนรู้เห็น ตำรวจเชื่อหัวหน้าแก๊งหิ้ว200ล้านกบดานลาว
"เอก"สารภาพแค้นสุพจน์ไล่มารดาพ้นเลขาส่วนตัวคาบข่าวไปบอกทีมปล้นยันไม่มีส่วนรู้เห็น ตำรวจเชื่อหัวหน้าแก๊งหิ้ว200ล้านกบดานลาว
นายชยธัชหรือเอก จันนะชัย อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาคนสำคัญในคดีปล้นบ้านนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวทีเอ็นเอ็น ทเวนตี้โฟว์ยอมรับว่า เป็นผู้ให้ข้อมูลถึงเงินจำนวนมหาศาลในบ้านพักของนายสุพจน์ให้กับนายบุญสืบหรือสืบ โจมกัน อายุ 43 ปี หนึ่งในทีมปล้น เพราะแค้นใจที่มารดาซึ่งเคยเป็นเลขานุการส่วนตัวของนายสุพจน์ไล่ออกโดยไม่เป็นธรรม จนทำให้นายบุญสืบนำเรื่องนี้ไปคุยกับนายวีระศักดิ์ หรือ โก้ เชื่อลี อายุ 36 ปี เป็นหัวหน้าแก๊ง และพรรคพวกเพื่อวางแผนปล้นจนเป็นข่าวใหญ่โต
ทั้งนี้ นายชยธัชยืนยันว่าในวันเกิดเหตุอยู่กับมารดาที่จ.เลย ไม่มีส่วนรู้เห็นหรือสั่งการใดๆรวมทั้งไม่ได้รับส่วนแบ่งจากการปล้นในครั้งนี้
"ผมมั่นใจว่าไม่มีส่วนรู้เห็นจึงเข้ามอบตัวส่วนเรื่องที่นำข้อมูลไปบอกกับทีมปล้นก็เพียงแค่คุยกันเล่นๆมีคนถามว่าปลัดเป็นอย่างไรก็เลยบอกไป ซึ่งวันที่เกิดเหตุได้อยู่กับแม่ที่จ.เลย" นายชยธัช กล่าว
อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้ระบุว่า ในทางกฎหมายอาญา นายชยธัชมีความผิดเท่ากับทีมปล้นเพราะเป็นผู้ให้ข้อมูลซึ่งนำไปสู่การก่อเหตุ รวมทั้งจากการสอบสวนพบว่า นายชยธัช ให้การขัดแย้งกับทีมปล้นในหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องช่วงเวลา และสถานที่
นอกจากนี้คาดว่า นายวีระศักดิ์ ได้หลบหนีอยู่ในประเทศลาว นำเงินสดที่ปล้นได้จำนวน200ล้านบาทติดตัวไปด้วย เนื่องจากทีมปล้นให้ข้อมูลว่าในวันเกิดเหตุนายวีระศักดิ์ได้นำเงินสดใส่กระเป๋า2ใบ และกระสอบ1ใบติดตัวไป







