
เจาะเหตุผล'ณรงค์'หัวขบวนฟ้องรัฐ
มหาอุทกภัยถล่มเมืองสร้างความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สินประชาชนและส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจเอกชนมหาศาล
โดย...ทีมข่าวการเมือง
มหาอุทกภัยถล่มเมืองสร้างความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สินประชาชนและส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจเอกชนมหาศาล แม้รัฐบาลจะยัดเยียดต้นเหตุมาจากธรรมชาติ แต่เป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่
ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือเป็นหัวขบวนที่ออกมาจุดประเด็นให้ประชาชนใช้สิทธิทางกฎหมายฟ้องเรียกค่าเสียหาย เปิดทางนำไปสู่การตรวจสอบภัยพิบัติครั้งนี้เป็นเพราะการบริหารจัดการน้ำผิดพลาดหรือไม่
“ผมกำลังถูกแรงกดดันจากคนจนครับ โดยเฉพาะพี่น้องผู้ใช้แรงงานถูกปลดออกจากงานและไม่มีเงิน หรือบางคนทำงานอยู่แต่ได้รับเงินเดือนไม่เต็ม และคนจนอีกจำนวนหนึ่งที่อยู่ตามแถวริมคลอง บางคนออมเงินมา 10 ปี แสนบาท สร้างบ้านเล็กๆ 7-8 หมื่นบาท น้ำมาทีเดียวหายวับไปกับตา” นักวิชาการผู้ต่อสู้เรียกร้องสิทธิผู้ใช้แรงงาน เปิดเผยสาเหตุที่ลุกขึ้นมาฟ้อง
ณรงค์ บอกว่า เมื่อมีการนำเสนอข่าว ออกไปว่า ณรงค์ จะรวบรวมประชาชนฟ้อง ก็มีคนโทร.มาหา ซึ่งไม่ใช่เฉพาะผู้ใช้แรงงาน แต่มีนักธุรกิจเอกชนพันล้านที่ได้รับผลกระทบ โทร.มายืนยันว่าได้จดแจ้งความเสียหายกับสภาทนายความแล้วที่จะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย แล้วบอกว่าขอให้เดินหน้าต่อ
ผมคิดว่าเหมือนเรือจ้าง บางทีเราไม่สามารถบอกได้ว่าคนไหนลงเรือผมได้บ้าง เมื่อทุกคนอยากจะลงเรือรับจ้างประจำทางก็ต้องไปกับเรา ทั้งคนจน นักธุรกิจ แยกไม่ได้แล้ว ถ้าคนนั้นลงเรือมาด้วยความบริสุทธิ์ใจที่ต้องการไปปลายทางกับเราก็ปฏิเสธไม่ได้ เพราะเขาเสียหายจริง
ณรงค์ ยอมรับว่า ไม่เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมากนัก แต่มีสภาทนายความ และนักกฎหมายท่านอื่นมาร่วมด้วย ทำให้เขาเปลี่ยนบทบาทเป็นตัวประสานด้วยการลงพื้นที่รับจดแจ้งความเสียหายจากประชาชนเป็นข้อมูลให้สภาทนายความฟ้องร้อง
“เรื่องที่จะฟ้องมีอยู่ 5 กรอบ ครอบ คลุมคนจน คนรวย คือ 1.ความเสียหายที่เกิดจากชีวิตและสุขภาพ เช่น สูญหาย ทุพพลภาพ เจ็บป่วย ประสบภัย 2.ทรัพย์สินเสียหาย 3.เสียโอกาส เช่น ลูกจ้างตกงาน ขาดรายได้ 4.คนที่เป็นหนี้สินไม่สามารถผ่อนชำระได้จนถูกปรับ 5.คนที่เสียหายอันเกิดจากการกระทำหรือไม่”
เมื่อจำแนก 5 หมวดหมู่เรียบร้อยก็จะมาพิจารณาว่าเรื่องนี้ฟ้องศาลปกครอง หรือฟ้องศาลแพ่ง หรือฟ้องศาลอาญา ซึ่งการพิจารณาประเด็นไหนจะฟ้องใคร จะฟ้องศาลอะไร อยู่ในดุลพินิจของคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย
ประเด็นที่นักวิชาการผู้นี้เห็นว่ารัฐบาลบริหารน้ำผิดพลาด เริ่มจากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 16 ส.ค.
“การประชุม ครม.เมื่อ 16 ส.ค. 2554 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้รับผิดชอบติดตามสถานการณ์ประเมินเรื่องน้ำท่วม แล้วให้วิเคราะห์ดูว่าน้ำจะท่วมจังหวัดไหนอีก เมื่อส่งสัญญาณแล้วว่าน้ำจะท่วมจังหวัดไหน ก็ให้หาทางป้องกันแก้ไขด้วย นี่เป็นคำสั่งตามมติ ครม.ในวันดังกล่าว แต่ผมติดตามมติ ครม. พบว่าทั้งสองกระทรวงไม่ได้ส่งสัญญาณอะไรเลย ทั้งที่นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยาน้ำท่วมแล้ว มันเลี่ยงไม่ได้เลยจะต้องเข้าปทุมธานี นนทบุรี กทม. แต่เราไม่รู้ว่าจะเข้าเมื่อไหร่”
“1 เดือน กับ 15 วัน ไม่ได้ส่งสัญญาณ หรือส่งผมก็ไม่รู้นะ แต่ผมไม่รู้เลย ผมอยู่ทวีวัฒนา ไม่รู้สัญญาณเลย มารู้อย่างเดียวว่าเขาสั่งหยุดราชการ 27 ต.ค.-31 ต.ค. แล้วบอกว่า 31 ต.ค.น้ำทรงตัว เอาอยู่ ผมยื้อเต็มที่น่ะ แต่ตื่นขึ้นมาวันที่ 1 พ.ย. น้ำท่วมเลย ไหนบอกว่าเอาอยู่ไง การส่งสัญญาณผิด หรือไม่ส่งสัญญาณเนิ่นๆ ถือว่าเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหาย ถือว่าเข้าข้อ 5 ของสภาทนายความ”
ณรงค์ กล่าวว่า สมมติเมื่อมีการส่งสัญญาณว่าอีก 15 วันน้ำเข้า กทม. กทม.ต้องเคลียร์แล้วทั้งสิ่งกีดขวางทางน้ำต่างๆ เพื่อรองรับน้ำที่กำลังจะมา ถ้า กทม.ไม่ทำ กทม.ก็ผิด ไม่ปฏิบัติในสิ่งที่ควรปฏิบัติ ถูกมั้ย แบบนี้ก็ฟ้อง กทม.ได้ เพราะฉะนั้นคนที่เกี่ยวข้อง เราไม่ได้บอกว่าเป็นใคร ไม่ได้บอกพรรคการเมืองไม่เกี่ยว คุณไปไล่กันเองในศาล
“เราต้องฟ้องเพื่อชดใช้ให้ผู้ได้รับความเสียหาย ซึ่งไม่ได้บอกว่าฟ้องใคร แต่จะฟ้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เคยตั้งใจว่าจะฟ้องรัฐบาลหรือนายกฯ แต่เหตุการณ์จะไล่ไปเอง ก็ถือว่าเป็นเรื่องของศาลจะพิจารณา” ณรงค์ กล่าวย้ำ
เสียงวิจารณ์ว่า ณรงค์ เป็นฝั่งตรงข้ามกับรัฐบาลเพื่อไทย ซึ่งถ้าไม่ใช่รัฐบาลพรรคนี้บริหารประเทศ จะออกมาเป็นแถวหน้าฟ้องร้องหรือไม่ ณรงค์ตอบว่า จะคิดกันอย่างไรก็ตาม แต่ในอดีตเคยทำงานร่างนโยบายให้พรรคไทยรักไทย เคยทำงานร่วมกับนักการเมืองหลายคน และไม่เคยได้รับประโยชน์อะไรเลย แถมซ้ำยังถูกนักการเมืองเหล่านั้นฟ้องดำเนินคดีเขาอีก
“ผมไม่เคยขออะไรจากพรรคไทยรักไทย คุณไปถามเลย พวกเกรียงกมล พวกภูมิธรรม ถามหมอมิ้ง นายณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ เคยเรียกร้องตำแหน่งอะไรจากพรรคบ้าง ไม่มี ไม่เคยเรียกร้อง” ณรงค์ กล่าวทิ้งท้าย







