
ปวีณาพาสาวร้อยเอ็ดร้องสธ.หลังคลินิกจ่ายยาทำตาบอด
ปวีณาพาสาวร้อยเอ็ดร้อง สธ. เจอคลินิกจ่ายยาทำตาบอด อย.ชี้อาจผิดทั้งผู้ป่วยและแพทย์
ปวีณาพาสาวร้อยเอ็ดร้อง สธ. เจอคลินิกจ่ายยาทำตาบอด อย.ชี้อาจผิดทั้งผู้ป่วยและแพทย์
น.ส.จิราวรรณ วิชัยศร ผู้ร้องทุกข์กรณีประสาทตาข้างซ้ายได้รับความเสียหาย จากการใช้ยาหยอดตาของคลินิกแห่งหนึ่งที่ถนนสุริยเดชบำรุง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด เดินทางมาพร้อมกับนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เพื่อเข้าพบนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข เพื่อขอให้ดำเนินการกับคลินิกดังกล่าวให้มีการตรวจสอบข้อบ่งชี้การใข้ยาว่าเป็นไปอย่างถูกต้องหรือไม่
เนื่องจาก พ.ต.ท.รุ่งเรือง สลับสี พนักงานสอบสวน สภ. เมืองร้อยเอ็ด เจ้าของสำนวนคดีที่น.ส.จิราวรรณ แจ้งความดำเนินคดีกับคลินิกดังกล่าว ได้เข้าพบรมว.สธ.โดยระบุว่า ต้องการยื่นหนังสือให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อตรวจสอบสารที่พบในยาหลอดตา ตามการตรวจสอบของกองพิสูจน์ หลักฐาน สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่รายงานผลการตรวจพิสูจน์ว่า 1. ยาหลอดตาบรรจุขวดพลาสติกฝาสีเขียว ตรวจพบสารชนิดแอนตาโซลีน (Antazoline) และ 2 ยาหยอดตาบรรจุขวดพลาสติกฝาสีเหลืองตรวจพบสารชนิดเพร็ดนิโซโลน(Prednisolone)ซึ่งสารทั้งสองชนิด เป็นยาในกลุ่ม “สเตียรอยด์”
ด้าน น.ส.จิราวรรณ กล่าวว่า ได้ไปรักษาอาการคันบริเวณเปลือกตาที่คลินิกดังกล่าวตั้งแต่ปี 2546 เมื่อตรวจอาการแล้วหมอบอกว่าเป็นการแพ้อาหารทะเลและควันบุหรี่ และได้จัดยาหยอดตามาให้ 2 หลอด โดยข้างขวดยาระบุเพียง “ใช้หยอดตาวันละ 8 ครั้ง หรือทุกๆ 2 ชั่วโมง ซึ่งช่วงแรกที่ใช้ยารู้สึกมีอาการดีขึ้น จึงใช้ติดต่อกันเป็นเวลา 1 ปี จึงเดินทางไปที่ประเทศฮอลแลนด์ จึงให้แม่ซื้อยาส่งไปให้ใช้มาโดยตลอดจนถึงเดือนส.ค. 2552 แต่ต่อมา ตาข้างซ้ายเกิดบวมมาก มีตุ่มขึ้นบริเวณเปลือกตาด้านล่าง มีอาการปวดศีรษะ และอาเจียนอย่างรุนแรง จึงไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลประเทศฮอลแลนด์ และทราบว่าตาข้างซ้ายของตนประสาทตาได้รับความเสียหายตาบอดถึง 80% ใช้ได้เพียง 20% เนื่องจากมีความดันตาสูงมาก และมีต้อหิน เป็นผลจากการรักษาป้องกันโรคภูมิแพ้กับสเตียรอยด์
“คลินิกดังกล่าวมีผู้เข้ามารับบริการจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านหมอพูดอะไรก็เชื่อ เพราะไม่มีความรู้เชื่อว่ามีอีกหลายคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน แต่ไม่รู้ว่าจะไปร้องทุกข์กับใคร ตอนนี้ยังไม่คิดจะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ แต่ต้องการให้แพทย์ปิดสถานบริการทางการแพทย์ที่ไม่รับผิดชอบกับประชาชนก่อน เพื่อไม่ให้คนอื่นตกเป็นเหยื่อ” น.ส.จิราวรรณ กล่าว
ด้าน นางวีรวรรณ แตงแก้ว รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า กรณีการสั่งจ่ายยาทางไปรษณีย์จำนวนมาก ถือเป็นเรื่องความหละหลวมของแพทย์และเป็นเรื่องจริยธรรมของแพทย์โดยตรง เมื่อไม่มีการตรวจผู้ป่วยก่อนก็ไม่สามารถสั่งจ่ายได้มากขนาดนี้ ในขณะเดียวกับเป็นความไม่รู้ของผู้เสียหาย เกี่ยวกับข้อบ่งชี้ในการใช้ยาที่มีการใช้ยาติดต่อกันเป็นเวลานานถึง 6 ปี ซึ่งการใช้ยาในกลุ่มสเตียรอยด์นั้น ไม่ควรใช้เกิน 7 วันหากอาการไม่ดีขึ้น ซึ่งอย.จะทำหนังสือตอบกลับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไม่เกิน 1 สัปดาห์







