posttoday
ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน กับความร่วมมือกรณีภัยพิบัติ

ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน กับความร่วมมือกรณีภัยพิบัติ

19 พฤศจิกายน 2554

วันนี้หลายคนเริ่มตระหนักถึงผลของการรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC)

วันนี้หลายคนเริ่มตระหนักถึงผลของการรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC)

ที่จะเปิดเสรีทางการค้าเต็มรูปแบบในปี 2558 โดยเฉพาะเมื่อผลพวงของพิบัติภัยอันเกิดจากน้ำท่วมครั้งใหญ่ในประเทศทำให้สินค้าอุปโภค บริโภค ที่มีเกินพอในภาวะปกติ กลายเป็นความขาดแคลนทันทีเมื่อแหล่งผลิตจมน้ำ

จนกระทั่งรัฐบาลได้มีมติเปิดทางให้ภาคเอกชนดำเนินการนำเข้าสินค้าจำเป็นต่อการยังชีพ อาทิ น้ำดื่ม ไข่ไก่ อาหารกึ่งสำเร็จรูป ฯลฯ เพื่อเป็นทางออกของการแก้ปัญหา

อย่างไรก็ตาม การนำเข้าสินค้าเหล่านี้มาชดเชยส่วนที่หายไปจากตลาดได้ทันที เป็นผลมาจากความพยายามในการเปิดการค้าเสรีของกลุ่มประเทศอาเซียนที่ดำเนินการต่อเนื่องมายาวนานและปรากฏเป็นรูปธรรมชัดเจน นับตั้งแต่มีแผนงานภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC Blueprint) เมื่อปี 2550

ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน กับความร่วมมือกรณีภัยพิบัติ

 

สำหรับรายละเอียดในการเจรจาด้านความร่วมมือของประชาคมอาเซียนที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติ ตลอดจนการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับความขาดแคลนอาหารในอนาคต อันเกิดจากความเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศโลกนั้น ศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะคณะทำงานในกรอบ “ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” หรือ ASEAN Economic Community : AEC ได้ให้ความกระจ่างดังนี้

การแก้ปัญหาสินค้าอุปโภคบริโภคขาดแคลนจากภาวะน้ำท่วมครั้งนี้ กรมเจรจาการค้าไม่ได้มีบทบาทโดยตรงในการนำเข้าสินค้า แต่ความตกลงที่กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศได้ดำเนินการไว้ภายใต้อาเซียน คือการจัดทำเขตการค้าเสรีอาเซียนจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำเข้าสินค้าได้โดยไม่มีภาษีศุลกากร เท่ากับลดต้นทุนการซื้อสินค้าให้กับผู้บริโภค ซึ่งเป็นหลักการของการรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่ต้องการรวมทั้ง 10 ประเทศ ให้เกิดเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียว ซึ่งมีขนาดใหญ่ด้วยจำนวนประชากรเกือบ 600 ล้านคน จึงช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการนำเข้าส่งออกสินค้ามากขึ้น

ปัจจุบันการนำเข้าสินค้าในกลุ่มประเทศอาเซียน 6 (ประกอบด้วย ไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ มาเลเซีย และบรูไน) อัตราภาษีศุลกากรลดลงเหลือร้อยละ 0 ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2553 แต่ยังมีสินค้าในบัญชีอ่อนไหวบางรายการที่คงอัตราภาษีอยู่ สำหรับประเทศไทย สินค้าในบัญชีอ่อนไหวที่มีอัตราภาษีสุดท้าย (Final Rate) ร้อยละ 5 ประกอบด้วย กาแฟ มันฝรั่ง ไม้ตัดดอก และมะพร้าวแห้ง

ภายใต้การรวมตัวกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนมิได้มีการกล่าวถึงความร่วมมือในกรณีที่เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติโดยตรง เนื่องจากเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับด้านสังคมและวัฒนธรรม ภายใต้การเป็นประชาคมอาเซียน ซึ่งมีการหารือเรื่องการจัดการภัยพิบัติ โดยกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัยเป็นผู้แทนของไทย รวมทั้งหารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นในการประชุมผู้นำอาเซียนในเดือน พ.ย. 2554

ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติ ที่ผ่านมาอาเซียนหารือกันเพื่อกำหนดท่าทีในเรื่องการลดผลกระทบด้านเทคนิคในการเกิดภาวะโลกร้อน และได้มีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานด้านการจัดการภัยพิบัติ และช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ที่ประเทศอินโดนีเซีย จนล่าสุดกรณีน้ำท่วมครั้งใหญ่ในไทย สำนักเลขาธิการอาเซียนได้ส่งเจ้าหน้าที่ของ ASEAN Emergency Rapid Assessment Team (ERAT) เข้าร่วมประเมินพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย

ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน กับความร่วมมือกรณีภัยพิบัติ

 

ความมั่นคงทางด้านอาหารถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญต่อประชาคมอาเซียนมายาวนาน และเพื่อตอบสนองต่อความผันผวนของราคาอาหารที่เกิดจากทั้งภัยธรรมชาติและวิกฤตการณ์ทางการเงิน จึงเกิดความร่วมมือกันในการกำหนดยุทธศาสตร์เพื่อนำไปสู่การสร้างความมั่นคงทางอาหารในภูมิภาคในระยะยาว อาทิ แผนบูรณาการความมั่นคงทางด้านอาหารของอาเซียน แผนกลยุทธ์ความมั่นคงทางด้านอาหารของอาเซียน

สำหรับมาตรการรองรับความขาดแคลนทางด้านอาหาร ที่ดำเนินการเป็นรูปธรรมแล้ว ได้แก่ โครงการนำร่องเพื่อการสำรองข้าวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ประเทศสมาชิกเห็นชอบร่วมกันให้จัดตั้งการสำรองข้าวฉุกเฉินแห่งอาเซียนขึ้น โดยปัจจุบันมีปริมาณข้าวสำรองรวม 8.7 หมื่นเมตริกตัน

สำหรับประเทศไทย กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เป็นกรรมการในคณะกรรมการสำรองอาหารเพื่อความมั่นคงแห่งภูมิภาคอาเซียน และได้รับมอบหมายให้จัดตั้งสำนักงานเลขาธิการขึ้น เพื่อทำหน้าที่ประสานงานและช่วยเหลือการดำเนินงานของคณะกรรมการฯ ดังนั้นกระทรวงพาณิชย์ โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีจึงได้จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการสำรองอาหารแห่งอาเซียน (AFSRB Secretariat) ขึ้น โดยมีสถานที่ตั้งอยู่ที่สำนักบริหารการค้าข้าว กรมการค้าต่างประเทศ

นอกเหนือจากความร่วมมือในการสำรองข้าวในประชาคมอาเซียนแล้ว คณะกรรมการสำรองอาหารเพื่อความมั่นคงแห่งภูมิภาคอาเซียนซึ่งเป็นตัวแทนของแต่ละประเทศสมาชิก ยังทำหน้าที่ประสานการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านนโยบาย สำรอง การผลิต การบริโภคและการเก็บรักษาสินค้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าว นอกจากนั้นยังทำหน้าที่ทบทวน ประเมิน คาดคะเนสถานการณ์ภายในกลุ่มประเทศอาเซียน และของโลก ทั้งด้านการผลิต การบริโภค การค้า ราคา ฯลฯ รวมถึงทบทวนพิจารณาความเหมาะสมของปริมาณข้าวสำรองฉุกเฉินของอาเซียนเป็นระยะๆ

อย่างไรก็ตามเป็นที่น่ายินดีที่นับตั้งแต่มีการสำรองข้าวเพื่อยามฉุกเฉินแห่งอาเซียน ยังไม่มีการขอระบายข้าวจากประเทศสมาชิกในทางปฏิบัติเลย ทั้งนี้อาจเป็นเพราะมีการกำหนดให้ใช้ได้เฉพาะภาวะหรือสถานการณ์ที่ประเทศสมาชิกอาเซียนได้รับความเดือดร้อนจากความหายนะรุนแรงที่เกิดจากธรรมชาติ หรือการกระทำของมนุษย์จนทำให้ประเทศนั้น ๆ ไม่สามารถที่จะรับภาระด้วยการสำรองอาหารแห่งชาติ และไม่สามารถที่จะจัดหาอาหารได้อย่างเพียงพอโดยผ่านการค้าปกติได้ ซึ่งที่ผ่านมายังไม่ได้มีสถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เนื่องจากประเทศสมาชิกอาเซียนที่มีทั้งประเทศที่ผลิตข้าวได้อย่างเพียงพอ และไม่เพียงแต่พอกับความต้องการบริโภคเท่านั้น โดยรวมแล้วยังสามารถผลิตข้าวได้เกินความต้องการบริโภคภายในประเทศอีกด้วย

ท้ายสุดแล้ว การเกิดของเออีซีมีประโยชน์หลายประการ อาทิ การหาแหล่งผลิตสินค้าที่ต้นทุนต่ำ การลดต้นทุนการผลิตจากตลาดที่มีขนาดใหญ่ขึ้น การวางโครงสร้างระบบขนส่งให้มีประสิทธิภาพไว้รองรับการเป็นตลาดเดียวของอาเซียน การลดข้อจำกัดของสินค้าผ่านแดน ความช่วยเหลือระหว่างมิตรประเทศในอาเซียน

ที่สำคัญการวางรากฐานเหล่านี้ยังส่งผลให้อาเซียนสามารถพึ่งพากันในช่วงเวลาวิกฤตจากภัยธรรมชาติที่มิอาจเลี่ยงได้

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท