
ชาวนนท์จี้ผู้ว่าเร่งแก้น้ำท่วม
พ่อเมืองนนท์ฯไร้ข้อสรุปแนวทางแก้ปัญหาชาวบ้าน แต่ยัน 1 ธ.ค.น้ำลดกลับมาใช้ชิวิตได้ตามปกติ พร้อมนัดถกใหม่อีกรอบ 20 พ.ย.นี้ หาข้อยุติ
พ่อเมืองนนท์ฯไร้ข้อสรุปแนวทางแก้ปัญหาชาวบ้าน แต่ยัน 1 ธ.ค.น้ำลดกลับมาใช้ชิวิตได้ตามปกติ พร้อมนัดถกใหม่อีกรอบ 20 พ.ย.นี้ หาข้อยุติ
เมื่อเวลา 11.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายชุมชนคนรักเมืองนนท์ กว่า 300 คน ได้เดินทางมารวมตัวกันที่หน้าศาลากลางจังหวัดนนทบุรี เพื่อสอบถามนายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ถึงความคืบหน้าต่อการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่อ.บางบัวทอง บางกรวย บางใหญ่ และไทรน้อย โดยมีนายฉลอง เรี่ยวแรง สส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย เข้าร่วมรับฟังด้วย
ทั้งนี้ นายวิเชียร ได้ชี้แจงต่อประชาชน ว่า พื้นที่จ.นนทบุรีได้รับน้ำบ่ามาจาก จ.ปทุมธานี ชัยนาท และอ่างทอง ทั้งนี้ จังหวัดได้มีการประชุมเตรียมการรับมือมาตั้งแต่เดือนส.ค.ที่ผ่านมาก่อนจะเกิดวิกฤติ และน้ำได้เริ่มเข้าท่วมพื้นที่จ.นนทบุรี ตั้งแต่วันที่ 2 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้มีการประชุมทุกสัปดาห์เพื่อที่จะแก้ไขปัญหา
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าจังหวัดไม่ได้ให้ความสำคัญเฉพาะพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง ดังนั้น ที่มีการถามว่าพื้นที่ในเขตเทศบาลนครนนทบุรี และเทศบาลเมืองปากเกร็ด ไม่ท่วม ก็เพราะมีพื้นที่สูงกว่า นอกจากนี้ เมื่อเกิดเหตุทางจังหวัดก็ได้เตรียมการช่วยเหลือด้วยการ 1.อพยพประชาชนที่ประสบภัยไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย เช่น ศูนย์อพยพ 2.ได้เตรียมแพทย์ ถุงยังชีพ และยารักษาโรค นำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ยังอาศัยอยู่ในพื้นที่
นายวิเชียร ยอมรับว่า ที่เป็นปัญหาที่สุดสำหรับการช่วยเหลือ คือ เรือและรถสูงที่ไม่เพียงพอ เพราะน้ำท่วมครั้งนี้มากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ทำให้จำเป็นต้องตัดสินใจกู้จุดแรก คือ ที่โรงพยาบาลบางบัวทอง แต่ก็ไปแตกอีกจุดที่วัดระหาร จนลามไปถึงบางใหญ่ บางกรวย และไทรน้อย
จากนั้น ชาวบ้านได้สอบถามว่าจะทำอย่างไรให้น้ำในพื้นที่มีระดับลดลง โดยนายวิเชียร กล่าวด้วยสีหน้าตึงเครียดว่า ต้องทำความเข้าใจว่า ระดับน้ำในแต่ละพื้นที่มีไม่เท่ากัน ทั้งนี้ ก็ได้พยายามระบายน้ำในพื้นที่ลงแม่น้ำท่าจีนและแม่น้ำเจ้าพระยา แต่จากน้ำทะเลหนุนเมื่อวันที่ 17 พ.ย. ทำให้การระบายน้ำเป็นไปด้วยความยากลำบาก อย่างไรก็ดี จังหวัดสามารถระบายน้ำได้ 34 ล้านลบ.ม.ต่อวัน ด้วยวิธีการสูบ แต่นนทบุรีรับน้ำมา 470 ล้านลบ.ม. ดังนั้น หากไม่มีน้ำหนุนเข้ามาอีกคาดว่าน่าจะไม่เกิน 23 วัน ก็จะสามารถระบายออกได้หมด
นอกจากนี้ ชาวบ้านในพื้นที่อ.ไทรน้อย และบางบัวทอง ได้สอบถามถึงแนวความคิดในการกู้ถนนสาย 340 ตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี ด้วยการนำบิ๊กแบ็คมากั้นและสูบน้ำออก เพราะเกรงว่าจะเพิ่มระดับให้บ้านที่ถูกน้ำท่วมอยู่แล้วให้เพิ่มขึ้น อีกทั้ง ถนนพระราม 2 ที่ใช้สัญจรลงพื้นที่ภาคใต้ในขณะนี้ก็ไม้ได้รับผลกระทบ ซึ่งนายวิเชียร ยืนยันว่า การสูบน้ำออกจะได้รับผลกระทบไม่เกิน 1-2 ซม. ตามหลักคณิตศาสตร์
ทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่ต่างเสนอความเห็น เพราะว่าไม่พอใจการบริหารงานของทางจังหวัด ซึ่งมีชาวบ้านได้ให้ทางจังหวัดเปิดเผยที่แนวทางการระบายน้ำ ซึ่งแผนที่ได้ระบุว่าจังหวัดสามารถระบายออกไปได้ 2 ทาง คือ ทิศตะวันตก ติดกับแม่น้ำท่าจีน โดยจะให้ไหลผ่านคลองพระพิมล ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ 8 เครื่อง เพื่อสูบออกลงแม่น้ำท่าจีน ขณะที่คลองบางบัวทองได้มีการเปิดประตูระบายน้ำลงสู่เจ้าพระยา จากนั้น จะไปลงที่คลองบางใหญ่ ก่อนลงไปต่อยังคลองมหาสวัสดิ์
จากนั้น ชาวบ้านส่วนใหญ่ต่างสนับสนุนให้นายวิเชียร ประสานไปยังม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในการเปิดประตูระบายน้ำที่บริเวณคลองมหาสวัสดิ์ พร้อมทั้งระบุว่าหากทางผู้ว่าฯนนทบุรี ยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจะรวมตัวเพื่อเดินทางเข้าพบผู้ว่าฯกทม. ทำให้การเจรจาเป็นไปอย่างตรึงเครียด
จนกระทั่งนายฉลอง รับปากว่า จะประสานไปยังผู้ว่าฯกทม.ทันทีหลังจากเสร็จการหารือ ทำให้บรรยากาศการเจรจาได้ลดความตรึงเครียดลง ด้านนายวิเชียร ยืนยันเช่นกันว่าจะประสานผู้ว่าฯกทม.ให้เช่นกันโดยผ่านทางศปภ. เพื่อหาข้อสรุปในการเปิดประตูระบายน้ำคลองมหาสวัสดิ์
นอกจากนี้ นายฉลอง ยังได้ชี้แจงต่อประชาชนที่ร่วมหารือ โดยระบุว่าพื้นที่ที่น่าเป็นห่วงที่สุดในจังหวัด คือ อ.ไทรน้อย เพราะเกรงว่าอาจจะท่วมนานหนักกว่าพื้นที่อื่นประมาณ 4 เดือน ทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่เกิดความไม่พอใจอีกครั้ง จึงพยายามสอบถามมาตรการของผู้ว่าฯนนทบุรีในการทำให้น้ำที่ท่วมขังอยู่ทุกพื้นที่หมดไป โดยนายวิเชียร รับปากว่า วันที่ 1 ธ.ค. จะพยายามทำให้น้ำลดลงอย่างแน่นอน ไม่ใช่ถึงกับแห้งสนิท แต่สามารถทำให้ประชาชนกลับบ้านไปใช้ชีวิตตามปกติได้
ทั้งนี้ ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังได้สอบถามถึงมาตรการเยียวยาของทางจังหวัด ที่จะชดเชยให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบครัวเรือนละ 5 พันบาท เนื่องจากการร้องขอเพื่อรับค่าเยียวยาจะต้องประสานไปยังอบต.ในพื้นที่ของตัวเอง ซึ่งนายวิเชียร ระบุว่า ได้สั่งการไปยังอบต.ทุกพื้นที่อำนวยความสะดวกต่อประชาชน ด้วยการปรินท์ทะเบียนบ้าน พร้อมถ่ายรูปบ้านของประชาชนที่ได้รับผลกระทบมาให้ ส่วนแบบฟอร์มการขอความช่วยเหลือ ประชาชนสามารถปรินท์ได้เว็ปไซด์จังหวัด
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ และประชาชนจะได้รับเงิน 5 พันบาทก่อนน้ำลด ซึ่งประชาชนสามารถมารับเงินได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา โดยเพียงแสดงเอกสารราชการที่มีตัวเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ส่วนบ้านที่เสียหายเพียงบางส่วนจะได้รับเงิน 2 หมื่นบาท และบาทที่เสียหายทั้งหลังจะได้รับเงิน 3 หมื่นบาท จำเป็นต้องรอน้ำทรงตัวกว่านี้
ทั้งนี้ ระหว่างการหารือชาวบ้านได้เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างกว้างขวาง นายวิเชียร จึงสรุปว่าให้กลับมาหารือกันใหม่อีกครั้ง ในวันที่ 20 พ.ย. เวลา 13.00 น. อีกครั้ง พร้อมหาข้อสรุปและแนวทางที่ชัดเจนใหม่ ทั้งนี้ ตนต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาหาข้อสรุปเพื่อแก้ไขปัญหาในแต่ละพื้นที่ของตัวเอง โดยจะประชุมช่วงเช้า ก่อนจะมาสรุปให้ประชาชนอีกครั้งหนึ่งในวันดังกล่าวต่อไป
นายวิเชียร เปิดเผยภายหลังการหารือถึงแนวคิดในการทำคลองเทียมเพื่อระบายน้ำ โดยยืนยันว่าจะทำให้หลายพื้นที่ระดับน้ำลดลงอย่างแน่นอน แต่ไม่ถึงกับแห้งเลยทีเดียว และจะพยายามให้ประชาชนส่วนใหญ่กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ และยืนยันว่าวันที่ 1 ธ.ค. ระดับน้ำจะลดลงอย่างแน่นอน ส่วนการเจรจากับทางผู้ว่าฯกทม.เพื่อเปิดประตูระบายน้ำคลองมหาสวัสดิ์นั้น ก็ต้องรอผลสรุปอีกครั้งหนึ่งว่าจะได้รับความร่วมมือมากน้อยขนาดไหน
ทั้งนี้ พื้นที่อ.ไทรน้อย ที่กังวลกันว่าจะมีการท่วมขังนานกว่า 4 เดือน เป็นเพียงการประเมินการอย่างเลวร้ายที่สุด แต่มั่นใจว่าจะไม่ยาวนานขนาดนั้น เชื่อว่าเต็มที่แค่เพียง 2 เดือน แต่พยายามจะทำให้ดีที่สุด ส่วนการเยียวโดยเฉพาะพื้นที่ไทรน้อย ก็ยังคงให้ความช่วยเหลือต่อไป แม้พื้นที่อื่นจะมีระดับน้ำลดลงแล้วก็ตาม
ด้านนายฉลอง กล่าวว่า พื้นที่ไทรน้อยเป็นแอ่งกระทะ จึงมีน้ำท่วมมากกว่าพื้นที่อื่น โดยปกติธรรมชาติพื้นที่ดังกล่าวก็เป็นที่รับน้ำอยู่ ซึ่งคนพื้นที่จ.นนทบุรีจริงๆ จะเข้าใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพียงแต่ครั้งนี้มากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ส่วนการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตนไม่ได้ขอศปภ. แต่ได้ของบประมาณจากนายกรัฐมนตรี 50 ล้านบาท เพื่อซื้อของช่วยเหลือผู้ประสบภัย เนื่องจากทำเองจะได้เร็วกว่า
อย่างไรก็ตาม แนวคิดที่ผู้ว่าฯนนทบุรีในการทำคลองเทียมเพื่อระบายน้ำ เชื่อว่าจะสามารถช่วยได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น ทั้งนี้ แนวคิดการเปิดประตูระบายน้ำคลองมหาสวัสดิ์ จะพยายามเจรจากับผู้ว่าฯกทม. เพื่อให้ระดับน้ำในพื้นที่ลดลง 30-40 ซม. แต่หากไม่มีการช่วยเหลือ ก็ต้องคิด
ขณะที่ นายพรชัย พ้นชั่ว ผอ.โครงการชลประทานจ.นนทบุรี มองว่า ข้อเสนอประชาชนในการเปิดประตูระบายน้ำ จะช่วยลดระดับน้ำในหลายพื้นที่ เมื่อระดับลดลงแล้วจะมีการบล็อกด้วยบิ๊กแบ็ค เพื่อสูบน้ำออกจากพื้นที่ไปลงยังแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งนี้ คลองดังกล่าวเท่าที่รับรายงานมามีระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง 2-3 ซม. หากสูบน้ำไปได้ก็จะช่วยแบ่งเบาน้ำในพื้นที่จ.นนทบุรีไปได้ระดับหนึ่ง
นางทศสิริ พูลนวล ชาวบ้านนนทบุรี เปิดเผยว่า หลังจากจบการหารือ ตนจะเดินไปยื่นเรื่องต่อศาลปกครอง ให้ระงับการกู้ถนนสาย 340 และ 9 เนื่องจากหากมีการดำเนินการดังกล่าวจริง จะส่งผลให้บ้านเรือนที่มีน้ำท่วมขังสูงอยู่แล้วได้รับความเดือดร้อนเพิ่มขึ้น อีกทั้ง การกระทำต่างของทางราชการที่ผ่านมา ไม่เคยแจ้งต่อประชาชน ทำเหมือนว่าไม่มีตัวตน ดังนั้น จึงยอมไม่ได้ เพราะประชาชนส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบมากอยู่แล้ว







