posttoday
ยาสูบขอย้ายหนีโรจนะ

ยาสูบขอย้ายหนีโรจนะ

18 พฤศจิกายน 2554

ชี้น้ำท่วมกระทบผลิต/ขนส่งนิคมร้องจ๊ากกลัวต่างชาติหนี

ชี้น้ำท่วมกระทบผลิต/ขนส่งนิคมร้องจ๊ากกลัวต่างชาติหนี

โรงงานยาสูบหารือหนีน้ำท่วม ขอย้ายโรงงานใหม่ออกจากนิคมฯ โรจนะ หวั่นประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมช.คลัง กล่าวว่า ได้สั่งการให้กรรมการโรงงานยาสูบไปทบทวนการสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะที่ถูกน้ำท่วมหนัก หากจะเดินหน้าสร้างต่อก็ต้องสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วม

“ถ้าไม่มีระบบป้องกันก็ต้องย้ายไปที่อื่น เพราะขณะนี้โรงงานเพิ่งก่อสร้างตอกเสาเข็มเท่านั้น จึงถือว่าเสียหายไม่มาก ” นายบุญทรง กล่าว

ด้านนายต่อศักดิ์ โชติมงคล ผู้อำนวยการโรงงานยาสูบ กล่าวว่า คณะกรรมการจะหารือภายใน 1 เดือน ให้ได้ข้อสรุปว่ามีความจำเป็นต้องย้ายสถานที่ก่อสร้างโรงงานยาสูบแห่งใหม่หรือไม่ จากการประเมินเบื้องต้นพบว่าหากน้ำท่วมนิคมฯ อีก แม้จะมีการป้องกันโรงงานได้ แต่ก็กระทบการขนส่งสินค้าอยู่ดี

นอกจากนี้ หากโรงงานยาสูบน้ำท่วมไม่สามารถดำเนินการได้เป็นเวลา 6 เดือน จะทำให้กระทบกับรายได้ที่ต้องส่งเข้ารัฐถึง 3 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้เมื่อได้ข้อสรุปแล้วหากมีการเปลี่ยนแปลงก็ต้องเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป

สำหรับผลกระทบน้ำท่วมทำให้ยอดขายบุหรี่เดือน ต.ค. ลดลงไปถึง 30% คิดเป็นรายได้ที่หายไปประมาณ 2,000 ล้านบาท คาดว่าในเดือน พ.ย. จะผลิตเพิ่มเพื่อชดเชยยอดขายที่ลดลงไปได้

ทั้งนี้ รัฐบาลที่ผ่านมาได้ย้ายสถานที่ก่อสร้างโรงงานยาสูบมาเป็นที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา จากที่สมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี เคยกำหนดให้สร้างที่ จ.เชียงใหม่ โดยมูลค่าก่อสร้างโรงงานยาสูบแห่งใหม่อยู่ที่ 1.62 หมื่นล้านบาท

น.ส.อมรา เจริญกิจวัฒนกุล กรรมการบริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ กล่าวว่า หากโรงงานยาสูบย้ายโรงงานออกจากนิคมอุตสาห กรรมโรจนะตามที่เป็นข่าว จะกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะส่งผลเสียอย่างไรบ้าง เพราะที่ผ่านมายังไม่เคยมีลูกค้าแสดงความจำนงที่จะย้ายฐานการผลิตออกไปจากนิคมฯ ของบริษัท

“เราขายที่ดินให้โรงงานยาสูบนานแล้ว ตอนนี้เริ่มเห็นการก่อสร้างอาคารบางส่วน แต่ไม่ทราบจริงๆ ว่าเขาจะย้ายออก ถ้าเป็นจริงคงส่งผลกระทบ เพราะแม้แต่หน่วยงานรัฐยังไม่เชื่อมั่น แล้วจะเรียกความเชื่อมั่นจากต่างชาติได้อย่างไร”น.ส.อมรา กล่าว

บริษัทมีแผนก่อสร้างพนังคอนกรีตสูง 4 เมตรรอบนิคมฯ ยาว 67 กิโลเมตร เพื่อป้องกันน้ำท่วมและฟื้นความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ โดยคาดว่าต้องใช้เงินลงทุนประมาณ 20-30 ล้านบาทต่อกิโลเมตร หรือคิดเป็นมูลค่าลงทุนรวมประมาณ 1,300-2,000 ล้านบาท

“คาดว่าเงินลงทุนนี้จะได้รับการสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจากรัฐบาลตามโครงการช่วยเหลือ” น.ส.อมรา กล่าว

อย่างไรก็ดี มองว่าการเรียกความเชื่อมั่นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย บริษัททำได้เพียงการฟื้นฟูและป้องกันในพื้นที่เท่านั้นแต่การบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพเป็นหน้าที่ของภาครัฐ

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท