
สธ.รับมอบเครื่องติดตามสัญญาณชีพ
รมว.สธ. พร้อม เลขา สพฉ. รับมอบเครื่องเฝ้าติดตามสัญญาณชีพ เพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินจากเหตุอุทกภัย
รมว.สธ. พร้อม เลขา สพฉ. รับมอบเครื่องเฝ้าติดตามสัญญาณชีพ เพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินจากเหตุอุทกภัย
ที่อาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 17 ต.ค. นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.ชาตรี เจริญชีวะกุล เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) รับมอบเครื่องเฝ้าติดตามสัญญาณชีพผู้ป่วย รุ่น IntelliVue MP5 จำนวน 10 เครื่องมูลค่า 3.5 ล้านบาท โดยกลุ่มธุรกิจเพื่อการแพทย์และการดูแลสุขภาพ บริษัทฟิลิปส์อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมกันนี้บริษัทโซวิค จำกัด ได้บริจากจากเรือเพื่อใช้ในการกู้ชีพทางน้ำ 2 ลำ พร้อมสนับสนุนเงินจำนวน 300,000 บาท และ Mr.Vaibhav jain บริจาคเงิน 100,000 บาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วย
นพ.ชาตรี เจริญชีวะกุล เลขาธิการ สพฉ. กล่าวว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่ผ่านมา การเคลื่อนย้าย ลำเลียงผู้ป่วยส่งรักษาต่อโรงพยาบาลที่เป็นพื้นที่ปลอดภัยนั้น สิ่งสำคัญคือต้องคำนึงถึงเความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นหลัก ดังนั้นเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ต้องมีประสิทธิภาพ และครบครัน จะช่วยให้ทีมแพทย์หรือผู้ปฎิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินสามารถวิเคราะห์ถึงปัญหาและความผิดปกติที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยรักษาชีวิตและนำส่งผู้ป่วยในภาวะวิกฤตการถึงโรงพยาบาลจุดหมายได้อย่างปลอดภัย
“ต้องขอบคุณบริษัทฟิสิปส์อิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งบริษัทโซวิค ที่อนุเคราะห์เครื่องมือทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพ และเรือกู้ชีพ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งในการมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน ทั้งนี้ สพฉ.จะจัดสรรเครื่องมือ และอุปกรณ์ต่างๆ ให้โรงพยาบาลสนาม รวมทั้งรถพยาบาลฉุกเฉินได้ใช้ประโยชน์ต่อไป” นพ.ชาตรีกล่าว
ด้านนายวิโรจน์ วิทยาเวโรจน์ ผู้จัดการทั่วไปกลุ่มธุรกิจเพื่อการแพทย์และการดูแลสุขภาพฟิลิปส์ กล่าวว่า ทางบริษัทฟิลิปส์เล็งเห็นถึงความสำคัญในด้านความพร้อมของอุปกรณ์ เครื่องมือแพทย์ในรถพยาบาลขณะเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวการณ์ที่ต้องขนย้ายผู้ป่วยออกจากพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วม ดังนั้นฟิลิปส์จึงมอบเครื่องเฝ้าติดตามสัญญาณชีพผู้ป่วยชนิดเคลื่อนย้ายได้สำหรับติดตั้งในรถพยาบาล เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเฝ้าติดตามความผิดปกติของผู้ป่วยในขณะลำเลียงได้อย่างต่อเนื่อง และทำให้สามารถแจ้งกับทางแพทย์ผู้รักษาเพื่อเตรียมการรักษาได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ และเพื่อประโยชน์ต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน







