
รู้ไหม..เรื่องเที่ยว
รู้ไหม...เคยมีการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติ 5,089 คน เมื่อปี พ.ศ. 2548 พบว่า
รู้ไหม...เคยมีการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติ 5,089 คน เมื่อปี พ.ศ. 2548 พบว่า
โดย..วีระศักดิ์ โควสุรัตน์
สิ่งดึงดูดใจทางด้านการท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวต่างชาติให้คะแนนสูงสุด คือ อัธยาศัยของคนไทย รองลงมา คือ เรื่องช็อปปิ้ง เรื่องอาหาร เรื่องชายหาด เรื่องสถานบันเทิง เรื่องสปา เรื่องการเดินป่าและล่องแก่ง การท่องเที่ยวในชุมชน กอล์ฟ และดูการแสดงของสัตว์ ตามลำดับ
ควรบอกด้วยว่า... ผลสำรวจนี้ระบุ การบริการทางเพศ เป็นสิ่งดึงดูดใจที่ชาวต่างชาติให้คะแนนไว้สูงกว่ากอล์ฟเสียด้วย!
สิ่งดึงดูดใจที่นักท่องเที่ยวให้คะแนนสูงสำหรับกัมพูชา คือ ที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ กรณีนี้กัมพูชาได้คะแนนสูงกว่าไทยด้วย ส่วนสิงคโปร์ เด่นในการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กับสวนสนุก ส่วนลาวมีคะแนนสูงในเรื่องวิถีชีวิตกับแหล่งท่องเที่ยวรูปแบบภูเขาน้ำตก
รายได้จากการท่องเที่ยวที่ไทยได้รับคิดเป็น 10 เท่าของรายได้จากการส่งออกข้าว และคิดเป็น 9 เท่าของการส่งออกสินค้า สิ่งทอ คิดเป็น 8 เท่าของการส่งออกคอมพิวเตอร์ในปีที่แล้ว (2553)
รายได้จากการท่องเที่ยวของไทยมีสัดส่วนเป็น 5% ของ GDP ประเทศไทย ส่วนกัมพูชามีรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นสัดส่วนถึง 13% ของ GDP และลาวมีรายได้จากการท่องเที่ยวสูงถึง 20% ของการส่งออกทั้งหมดของลาว ดังนั้นการสร้างความร่วมมือเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง หรือ GMS จะได้รับการตอบสนองที่ดีจากลาว กัมพูชา เพราะเขาพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวในสัดส่วนสูงมากกว่าไทยเสียอีก
เมื่อปี ค.ศ. 1950 นักท่องเที่ยวที่เดินทางข้ามประเทศมีแค่ 25 ล้านคนทั่วโลก แต่ 50 ปีต่อมา จำนวนนักท่องเที่ยวข้ามประเทศมีเพิ่มเป็น 935 ล้านคนทั่วโลก
เมื่อปี ค.ศ. 1950 รายได้จากการท่องเที่ยวรวมกันทั่วโลกมีมูลค่าเพียง 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ 50 ปีต่อมา รายได้เรื่องนี้ก้าวกระโดดเป็น 8.7 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
ไทยเคยมีรายได้จากการท่องเที่ยวเพียง 196 ล้านบาท เมื่อปี พ.ศ. 2503 แต่พอผ่านไป 50 ปี ไทยมีรายได้จากเรื่องท่องเที่ยวสูงถึง 5.9 แสนล้านบาท (ไม่นับเงินไทยเที่ยวไทยนะครับ)
รู้ไหม...คนไทยออกไปเที่ยวต่างประเทศใช้จ่ายไปถึง 1.3 แสนล้านบาทต่อปี และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งปริมาณคนไทยไปเที่ยวเมืองนอก และปริมาณเงินที่ไปใช้ (แปลว่า คนไทยน่าจะรวยขึ้น มีประสบการณ์เห็นโลกสากลมากขึ้น แต่เป็นสากลมากขึ้นหรือไม่ อันนี้งานศึกษาข้อมูลไม่ได้บอก)
รู้ไหมว่า...ถนนที่ท้องถิ่นตัดเพื่อเข้าสู่ชายหาดหลายแห่ง ทำให้ป่าชายเลนถูกรบกวนสภาพการมีน้ำขึ้นน้ำลงตามปกติ ทำให้ป่าชายเลนนั้นเสื่อมโทรมลงเรื่อยๆ กลายเป็นพื้นที่ทิ้งร้าง หมดชีวิตชีวา และทำให้ที่ส่วนนั้นถูกบุกรุกจับจองไปในที่สุด
รู้ไหมว่า...ป่าบนดอยอินทนนท์มีกุหลาบพันปีอยู่ที่ขอบป่าพรุอ่างกา ซึ่งเป็นระบบนิเวศที่อยู่ในเขตอบอุ่น แต่ถนนที่ตัดสู่ยอดดอย ทำให้อ่างมีพื้นที่รับน้ำลดลงน้อย ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อระบบนิเวศบนดอย
รู้ไหมว่า...การตัดถนนบนดอยอินทนนท์ ทำให้มวลอากาศแห้งผ่านเข้าไปถึงใจกลางป่าเทียมเมฆแห่งเดียวของประเทศ ซึ่งต้องการความชื้นและเย็น นักวิชาการตั้งข้อสังเกตว่า ต้นไม้ริมถนนของป่าเทียมเมฆ เริ่มยืนต้นตายให้เห็นแล้ว
รู้ไหม...ถ้าประเทศไทยวางนโยบายที่ไม่สมดุล ดูแลมูลค่าและคุณค่าของการท่องเที่ยวอย่างไม่มีคุณภาพ ขาดความยั่งยืนแล้วจะเกิดอะไรขึ้น และได้เกิดอะไรขึ้นไปบ้างแล้ว
ถ้ายังไม่รู้...ขอแนะนำให้อ่านหนังสือเล่มใหม่ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย หรือ สกว. ให้ ศ.ดร.มิ่งสรรพ์ ขาวสอาด เมธีวิจัยอาวุโส รวบรวมเขียนขึ้น เป็นหนึ่งในชุดความรู้เกี่ยวกับนโยบายสาธารณะด้านท่องเที่ยวที่อ่านง่ายแต่ลึกซึ้งครับ







