
ยูเอ็นชื่มชมไทยฝ่าวิกฤตน้ำท่วม
เลขาฯยูเอ็น ถกนายก ฯ ชื่นชมรัฐบาลไทยฝ่าวิกฤตแก้น้ำท่วม ยันพร้อมช่วยเต็มที่ หนุนฟื้นฟู-ปรองดองด้าน “จตุพร” โร่ฟ้องสลายม็อบแดง
เลขาฯยูเอ็น ถกนายก ฯ ชื่นชมรัฐบาลไทยฝ่าวิกฤตแก้น้ำท่วม ยันพร้อมช่วยเต็มที่ หนุนฟื้นฟู-ปรองดอง ด้าน “จตุพร” โร่ฟ้องสลายม็อบแดง
นายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ ได้เดินทางมายังทำเนียบรัฐบาล เพื่อเข้าพบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อรับทราบถึงปัญหาอุทกภัยในประเทศไทย รวมถึงหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาภัยธรรมชาติ อันเป็นผลมาจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นภัยคุกคาม ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก
จากนั้นได้แถลงข่าวร่วมกัน โดยนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ไทยจะสนับสนุนภาระกิจของสหประชาชาติอย่างเต็มที่ ทั้งด้านการพัฒนาความมั่นคง และสิทธิมนุษยชน ส่วนข้อห่วงใยสถานการณ์อุทกภัยในประเทศไทยนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาล ได้มีแผนในระยะยาวไว้แล้วเพื่อไม่ให้เหตุการณ์เกิดดขึ้นอีกในอนาคต โดยขอบคุณสหประชาชาติที่ให้การช่วยเหลือไทย ในครั้งนี้
ส่วนความสัมพันธ์อาเซียนกับสหประชาชาติ นายกรัฐมนตรี หวังว่า จะให้มีความใกล้ชิดกันมากขึ้นโดยคาดว่า จะมีการรับรองปฏิญญาร่วมกันด้านการเป็นหุ้นส่วนอย่างสมบูรณ์ ในการประชุมสุดยอดอาเซียนที่บาหลีในสัปดาห์นี้
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้มีการหารือประเด็นการรักษาสันติภาพ สุขภาพ และสถานการณ์ในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง อาทิ เด็ก และสตรี รวมถึงการส่งกำลังทหารไปรักษาสันติสุขในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก
สำหรับโรงงานต่างๆ ของไทยที่ได้รับผลกระทบผลิตช้าลง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้สามารถคุมสถานการณ์ได้แล้ว และได้ตั้งคณะกรรมการ 3 ส่วนขึ้นมาดูแลฟื้นฟู ซึ่งคาดว่า ทุกอุตสาหกรรมจะฟื้นฟูได้ใน 45 วัน
ขณะที่นายบัน คี มูน กล่าวว่า ยูเอ็น และไทยมีความสัมพันธ์ที่เข้มแข็งมายาวนาน และมุ่งหวังที่จะสร้างความสัมพันธ์ต่อกันมากขึ้น ทั้งนี้รู้สึกตกใจที่ได้เห็นภาพอุทกภัยในประเทศไทยผ่านทางสื่อ แต่ก็ยืนยันจะทำงานอย่างใกล้ชิด และให้ความช่วยเหลือทุกด้่าน เพื่อให้ไทยฟื้นตัวได้โดยเร็ว และมีประสิทธิภาพ พร้อมกันนี้ได้แสดงความเสียใจต่อผู้ประสบภัย ที่ได้รับผลกระทบในชีวิต และทรัพย์สิน แต่ก็มั่นใจในภาวะผู้นำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และความร่วมมือของคนไทย ที่จะสามารถฟันฝ่าปัญหาครั้งนี้ไปได้ พร้อมขอบคุณประชาคมโลกที่ให้การช่วยเหลือประเทศไทยในวิกฤติครั้งนี้
เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวด้วยว่า เมื่อเริ่มแรกที่เกิดปัญหาอุทกภัย ยูเอ็นได้สอบถามรัฐบาลไทยถึงความต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งรัฐบาลไม่มีนโยบายในการขอความช่วยเหลือโดยตรงจากต่างประเทศ ยูเอ็นจึงพยายามช่วยเหลือในด้านเทคนิค และการข่นส่ง รวมถึงการช่วยเหลือในระดับทวิภาคี นอกจากนี้ กองทุนของสหประชาชาติยังได้ให้ความช่วยเหลือในระดับหนึ่ง
เลขาธิการสหประชาชาติ ยังกล่าวเตือนรัฐบาลไทยเรื่องโรคระบาดที่เกิดจากปัญหาน้ำท่วมขัง ซึ่งยูเอ็นพร้อมให้ความร่วมมือในการทำงานด้านสาธารณสุข ทั้งนี้เชื่อว่า รัฐบาลไทยจะสามารถฟื้นฟูประเทศและสร้างประเทศให้กลับมาดีได้ในอนาคตอันใกล้นี้ อย่างไรก็ตาม ในช่วงบ่ายของวันนี้ได้จะลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายด้วยตัวเอง
เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวอีกว่า ในการหารือนายกรัฐมนตรีได้สรุปแนวทางในการสร้างความปรองดองโดย เน้นย้ำว่า ให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง ซึ่งทางเลขายูเอ็นพร้อมให้การช่วยเหลือในเรื่องนี้ด้วย ขณะที่เลขาธิการสหประชาชาติ ยังแสดงความยินดีกับนายกรัฐมนตรี ที่เป็นสตรีคนแรกที่ได้เป็นผู้นำรัฐบาลไทย ซึ่งประชาคมโลกพร้อมให้การสนับสนุน และส่งเสริมบทบาทสตรี
“จตุพร” โร่ฟ้องสลายม็อบแดง
ทั้งนี้ ระหว่างนาย บัน คี มุน มาเยือนประเทศไทย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยะแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิ ปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ได้ถือโอกาส เข้ายื่นหนังสือและเอกสารเพิ่ มเติมเหตุการณ์การสลายการชุมนุมผ่านตัวแทนของนายนายบัน คี มุน เพื่อเรียกร้องในกรณีรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สั่งเจ้าหน้าที่สลายการชุมนุ มทางการเมืองเมื่อปี 2553
นายจตุพร กล่าวว่า เนื้อหาในหนังสือดังกล่าว เขียนเล่าความคืบหน้าสถานการณ์ ปัจจุบันต่อกรณีการสลายการชุมนุมว่าเป็นอย่างไรบ้าง ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน โดยเขียนถึงผู้ต้องหาบางส่วนที่ได้ถูกดำเนินการในเรื่องนี้บ้างแล้ว ซึ่งในเบื้องต้นจะทยอยส่งมอบสำนวนคดีดังกล่าวที่เกิดขึ้นกับเหยื่อสลายการชุมนุมทั้ง 91 ศพ รวมทั้งผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 2,000 คนต่อศาล
นายจตุพร อ้างว่า สิ่งที่น่าสนใจในขณะนี้ คือ มีทหารบางคนที่ไปให้ปากคำต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งระบุว่าการใช้อาวุธยิงสลายการชุมนุม เป็นการกระทำที่เกิดจากคำสั่งการของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่เป็นผู้นำรัฐบาลในขณะนั้น ซึ่งจะต้องมีการดำเนินการเอาผิดต่อคนสั่งการให้ได้
นายจตุพร กล่าวถึง พ.ร.ฎ.ขอพระราชทานอภัยโทษ ว่า ขณะนี้รายละเอียดของการขอพระทานอภัยโทษยังไม่มีใครทราบ เพราะเป็นวาระลับในการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี แต่โดยส่วนตัวในฐานะที่เคยอยู่ในเรือนจำ การได้รับพระทานอภัยโทษถือเป็นความหวังสูงสุดที่นักโทษทุกคนต้องการ จึงไม่อยากให้นำเรื่องความขัดแย้งและเรื่องของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มาเป็นปัญหาจนทำให้นักโทษคนอื่นๆ ได้รับผลกระทบด้วย







