
เห็นใจครับ
...สันทัด กรณี
ยิ่งใกล้วันพิพากษา ยิ่งได้เห็นกระบวนท่าพิสดาร รบกันตั้งแต่บนดิน กลางอากาศ และใต้บาดาล
มองภาระหน้าที่ความรับผิดชอบที่แบกอยู่เต็มบ่าขององค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทั้ง 9 ท่าน...
มองแล้วน่าเห็นใจอย่างที่สุด
นับแต่อัยการส่งเรื่องฟ้องคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัว 7.6 หมื่นล้านบาท ทุกสายตาของทุกฝ่าย รวมทั้งคนที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ต่างสนใจมองไปข้างหน้าว่าศาลฎีกาฯ จะตัดสินอย่างไร
ยึดไม่ยึด ยึดหมด หรือยึดบางส่วนคืนบางส่วน...
คุยกันมานมนาน วันนี้ก็ยังคุยกันอยู่
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการตั้งทฤษฎีขึ้นมามากมาย
เมื่อบวกกับการคาดเดาพยากรณ์ว่าเสียงข้างมากของท่านผู้พิพากษาศาลฎีกาฯ จะชี้ไปทางไหน ยิ่งกลายเป็นแรงกดดันต่อผู้มีหน้าที่วินิจฉัยคดีทั้ง 9 ท่าน
ซ้ำ...ยังมีบรรดาคนชอบคณิตศาสตร์ ความน่าจะเป็น ผสานกับศาสตร์แห่งความได้เสีย บวกเข้ากับทฤษฎีแห่งความโลภ ถอดสมการความคุ้มค่า มองว่าคุ้มที่ต้องจ่าย พากันออกมาวิจารณ์ แรกก็เสียงค่อยๆ แผ่วๆ และแรงขึ้นตามลำดับ จนกลายเป็นข่าวลือ ว่ามีความพยายามวิ่งเต้นหยิบยื่นเงินจำนวนมหาศาลเพื่อให้คุณทักษิณได้ทรัพย์ที่ถูกยึดคืน
ซ้ำ...คุณทักษิณพยายามสื่อสารในทุกช่องทางอย่างไม่ยอมขาดตอนว่า กระบวนการยุติธรรมของไทยถูกแทรกแซงเพื่อให้เขาถูกยึดทรัพย์
ครับ...วิพากษ์ วิจารณ์ คาดการณ์ เดาสุ่ม
ส่วนใหญ่ไม่มองเนื้อหา สาระแห่งคดีกันหรอก มันยาว ทำความเข้าใจยาก ไม่เหมือนเดินเกมสนองตัณหากิเลสหรือจิตใต้สำนึกของมนุษย์
ข่าวลือที่ออกมาพูดอย่างเป็นการเป็นงานของบุคคลระดับโฆษกพรรคการเมืองใหม่ก็เช่นกัน
“
มีข่าวลือจากหลายวงการ ไม่ว่าวงการสื่อ วงการธุรกิจ มีการทุ่มเงินกว่า 5,000 ล้านบาท เพื่อพลิกคดียึดทรัพย์ให้ได้ เพราะต้องการแค่ 5 เสียง จาก 9 เสียงของคณะผู้พิพากษา แต่เชื่อว่าสุดท้ายศาลสถิตยุติธรรมก็จะให้ความเป็นธรรม ดังนั้นคิดว่ารัฐบาลควรเข้าไปตรวจสอบเส้นทางการเงินด้วย”เพียง คุณสำราญ รอดเพชร โฆษกพรรคการเมืองใหม่ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พูดในการแถลงข่าว มันก็เกิดโกลาหลกันไปทั่ว
บุคคลในกระบวนการยุติธรรม ออกมาปฏิเสธ
บุคคลในรัฐบาลออกมาปฏิเสธ
บุคคลที่ถูกมองว่าเป็นเจ้าของสินบนก็ปฏิเสธ
ครับ...เรื่องแบบนี้ไม่เป็นผลดีกับใคร
แต่เป็นผลร้ายที่กระแทกใส่ศาลฎีกาฯ เต็มๆ
เพราะในวันที่ 26 ก.พ. ไม่ว่าคำพิพากษาคดียึดทรัพย์คุณทักษิณจะออกมาในรูปแบบใด ก็ไม่มีทางหลบเลี่ยงรอดพ้นจากกระแสวิพากษ์วิจารณ์
เพราะอย่างที่เห็นๆ กัน คนไทยถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มความขัดแย้ง
หนึ่งอะไรๆ ก็ต้องทักษิณ ทักษิณถูก ทักษิณใช่ๆ
หนึ่งอะไรๆ ก็ไม่เอาทักษิณ ทักษิณผิด ทักษิณไป๊ๆ
ไม่ว่าคำตัดสินออกมาเช่นไร ศาลฎีกาฯ ทั้ง 9 ท่าน ไม่รอดจากการถูกวิจารณ์ และเลี่ยงไม่พ้นถูกนำไปขยายประเด็นเพื่อการเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมือง
ครับเขียนมาถึงตรงนี้ ก็ด้วยความเห็นใจใน 9 ผู้พิพากษา ทั้งยังเกิดความรู้สึกว่า คนที่ไม่อยากเห็นบ้านนี้เมืองนี้มีความสงบสุขเนี่ย...ไม่ใช่แค่กลุ่มเดียว!







