
ตลาดเทคโนโลยีรุ่ง
...ธนพล ไชยภาษี
เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ไต้หวันประกาศผลประกอบการไตรมาส 4 เติบโตขึ้นไปได้กระฉูดครับ ถึง 9.22% และประกาศว่าเศรษฐกิจหลุดจากภาวะถดถอยแล้ว โดยส่วนหนึ่งเป็นเพราะการส่งออกเริ่มฟื้นตัว โดยเฉพาะสินค้าประเภทเทคโนโลยี อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทั้งหลาย
เป็นตัวอย่างที่ผมอยากจะบอกว่า อุตสาหกรรมสินค้าประเภทเทคโนโลยี ถือว่าเป็นตลาดที่อนาคตไกลที่สุดในโลกก็ว่าได้ เศรษฐกิจจะถดถอยอย่างไรก็ช่าง แต่เจ้าของผู้ผลิตสินค้าประเภทนี้ยังสามารถทำกำไรได้อย่างเป็นล่ำเป็นสัน
ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด ก็คือ บริษัท แอปเปิล ของ สตีฟ จ็อบส์ เมื่อไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว ซึ่งแม้ว่าจะเป็นปีที่เศรษฐกิจยังทรุดๆ ทรงๆ แต่กำไรของแอปเปิลเพิ่มขึ้นไปมากถึง 50% เป็นผลมาจากยอดขายผลิตภัณฑ์มือถือไอโฟนในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีที่มากถึง 8.7 ล้านเครื่องทั่วโลก และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของบริษัทที่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
ตัวอย่างที่ว่ามาไม่ใช่เรื่องเกินจริงครับ เพราะปีที่แล้วหลายบริษัทก็กระโดดเข้ามาร่วมวงขอส่วนแบ่งในตลาดสินค้าประเภทนี้มากขึ้น อย่างกูเกิล ก็ออกมือถือสมาร์ตโฟน เน็กซัส วัน มาร่วมด้วย มาถึงต้นปีนี้แอปเปิลก็ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่าง แท็บเล็ต ไอแพด อีกต่างหาก
ส่วนในไทย โอเปอเรเตอร์ทั้งหลายก็คึกคักกับการเปิดตัวให้บริการสมาร์ตโฟน ทั้งแบล็คเบอร์รี่และไอโฟน แข่งขันกันดุเดือดมาจนถึงปีนี้ทีเดียว
ทำไมสินค้าประเภทนี้ทั้งคอมพิวเตอร์และสมาร์ตโฟนถึงมาแรงไม่หยุด ไม่สนกระแสว่าเศรษฐกิจโลกจะซบเซาอย่างไรก็ตาม?
อย่างหนึ่งต้องยอมรับว่า โลกกำลังบูมและเห่อกับกระแสของเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Online Social Network) อย่างหนัก ถือเป็นเทรนด์ใหม่ของคนทั่วโลกทีเดียวครับ ที่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ไปตรงไหน ก็สามารถติดต่อกันได้เป็นเครือข่ายถึงกันหมด
เครือข่ายสังคมออนไลน์นี่แหละครับ ที่เป็นตัวผลักดันให้ตลาดสินค้าเทคโนโลยี ทั้งคอมพิวเตอร์แบบพกพา และมือถือสมาร์ตโฟน ซึ่งทำงานเสมือนกับเป็นคอมพิวเตอร์พกพาขนาดจิ๋ว ที่นำติดตัวไปได้ทั่วโลก มียอดขายสูงขึ้นไม่หยุด
สิ่งเหล่านี้ถือเป็นเรื่องใหม่ที่น่าตื่นเต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดเอเชีย อย่างข้อมูลในเมืองไทยเองนั้น ปรากฏว่าแนวโน้มของการใช้บริการข้อความเสียง หรือการคุยโทรศัพท์นั้นอยู่ในทิศทางขาลง สวนทางกับการส่งข้อมูลดาตา ออนไลน์ ซึ่งอยู่ในทิศทางขาขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ หรือการดาวน์โหลดข้อมูลเพื่อการบันเทิง
ในสหรัฐเองถือเป็นตัวอย่างทีชัดเจนที่สุด โทรศัพท์สมาร์ตโฟน แบล็คเบอร์รี่ ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม และครองตลาดโทรศัพท์มือถือในสหรัฐมาหลายปี เพราะผู้ใช้สามารถติดต่อกันผ่านระบบข้อความกันได้อย่างรวดเร็ว คนอเมริกันจึงเลือกวิธีติดต่อกันในช่องทางนี้มากกว่าที่จะยกมือถือพูดคุยกัน เพราะในสหรัฐโทร.ก็เสีย รับก็ต้องจ่าย
ตราบใดที่กระแสสังคมออนไลน์ยังไปต่อได้ ตลาดสินค้าประเภทนี้จะยังรุ่งอีกนาน โดยไม่แคร์กระแสเศรษฐกิจโลกครับ







