
ปลดปธ.จัดซื้อของบริจาค ตั้ง รองปลัดพณ.-เสื้อแดง คุมแทน
หลังมีข่าวเรื่องการทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างถุงยังชีพที่อยู่ภายใต้การดูแลของ จำเริญ ยุติธรรมกุล
หลังมีข่าวเรื่องการทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างถุงยังชีพที่อยู่ภายใต้การดูแลของ จำเริญ ยุติธรรมกุล
ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี นั้นล่าสุดเมื่อวันที่ 9 พ.ย. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะประธานกรรมการกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยเปลี่ยนตัวประธานและคณะอนุกรรมการการบริหารจัดการถุงยังชีพและเครื่องอุปโภคแล้ว โดยให้ ราเชนทร์ พจนสุนทร รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน
สำหรับอนุกรรมการที่น่าสนใจ อาทิ รองอธิบดีกรมป้องกันสาธารณภัยเป็นรองประธาน อารี ไกรนรา เลขานุการ รมว.มหาดไทย พิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ โฆษกกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นแกนนำเสื้อแดง
ขณะที่ ประชา เตรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เข้ายื่นเรื่องให้ ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าไปตรวจสอบกรณีพรรคประชาธิปัตย์กล่าวหาเรื่องการจัดซื้อถุงยังชีพมีการทุจริตกระทำผิดต่อกฎหมาย
“กระทรวงมหาดไทยได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการจัดซื้อถุงยังชีพแล้ว แต่ยังไม่ได้ดำเนินการตรวจสอบใดๆ เนื่องจาก ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เกรงว่าจะมีข้อครหามีการสอบเพื่อช่วยกัน จึงสั่งการให้ผมทำหนังสือมายื่นให้ดีเอสไอในฐานะที่เป็นหน่วยงานกลางดำเนินการ” ประชา กล่าว
อย่างไรก็ตาม การจัดซื้อถุงยังชีพสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ก็เคยจัดซื้อบริษัทเดียวกันกับรัฐบาลชุดนี้ และในฐานะที่กำกับดูแลกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จะให้ความร่วมมือกับดีเอสไอตามที่ต้องการ ส่วนการสอบสวนข้าราชการระดับ 8 ที่ถูกระบุว่าใช้อำนาจเซ็นอนุมัติในการจัดซื้อถุงยังชีพนั้น ประชา กล่าวว่า ไม่น่าจะเป็นไปได้
ด้าน ธาริต กล่าวว่า การจัดซื้อถุงยังชีพของ ปภ.ตามงบประมาณที่ฝ่ายค้านนำมาอภิปราย หากพบความผิดจริงเป็นคดีพิเศษได้ทันทีตาม พ.ร.บ.ความผิดว่าด้วยการเสนอราคาหน่วยงานของรัฐ (ฮั้วประมูล) ซึ่งได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ รองอธิบดีดีเอสไอที่เข้าไปร่วมสอบสวนเรื่องดังกล่าวกับ ศปภ.มอบหมายเป็นผู้ดูแลเพราะมีข้อมูลเบื้องต้นอยู่แล้ว
นอกจากนี้ จะมอบหมาย ธานินทร์ เปรมปรีดิ์ รอง ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 2 ตั้งคณะทำงานเข้าไปตรวจสอบทัน โดยเบื้องต้นจะขอเอกสารเรียกข้าราชการที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ข้อมูล
“ต้องเรียกทุกคนที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล รวมทั้งประสานเรื่องเอกสารเพราะมีบริษัทเอกชนที่ ปภ.สั่งซื้อมาตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้วจนถึงชุดนี้ และคงต้องเรียกบริษัทที่ได้รับการว่าจ้างจาก ปภ.ให้จัดซื้อเข้ามาให้ข้อมูลด้วย ทั้งนี้คงไม่มีเรื่องดังกล่าวเพราะไม่ต้องการให้เกิดข้อครหาว่าตัดตอนเฉพาะรัฐบาลชุดนี้ จึงต้องสอบข้อมูลให้ครอบคลุมทั้งหมดเพราะผู้สั่งซื้อคือ ปภ.” ธาริต กล่าว
ด้าน ยงยุทธ กล่าวว่า การยื่นให้ดีเอสไอสอบนั้น เพื่อให้การดำเนินการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมาและเป็นที่ยอมรับไม่เกิดข้อกังขา เนื่องจากมีการตรวจสอบโดยหน่วยงานกลาง และหากพบผู้กระทำความผิดก็จะดำเนินการลงโทษ และส่งเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ปปท. เป็นต้น
จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงการยื่นถอดถอนรัฐมนตรีและ สส.เพื่อไทย กรณีแทรกแซงการทำงานหน่วยงานราชการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 266 นั้นว่ากำลังตรวจสอบรายละเอียดอยู่ และยืนยันว่ากรณีใดเข้าข่ายจะดำเนินการโดยเคร่งครัดจะไม่ละเว้นใครทั้งสิ้น
วิรัตน์ กัลยาศิริ สส.สงขลา ในฐานะหัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จะใช้เวลารวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานประมาณ 12 สัปดาห์ แต่ความเห็นเบื้องต้นก็พอที่จะเอาผิดได้
วันเดียวกันมีการประชุมพรรคเพื่อไทย ไพจิต ศรีวรขาน สส.นครพนม ได้อภิปรายแสดงความกังขาถึงการจัดซื้อถุงยังชีพของ ปภ. วงเงิน 80 ล้านบาท ที่ใช้เวลาจัดซื้อเพียงวันเดียว โดยเรียกร้องให้ ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย แสดงความรับผิดชอบ







