
รื้อบิ๊กแบ็กบาน
หลายชุมชนเหนือคันกั้นนัดรวมพลังวันนี้กทม.ป่วนกรุงมั่วอพยพซ้ำรอยศปภ.
หลายชุมชนเหนือคันกั้นนัดรวมพลังวันนี้กทม.ป่วนกรุงมั่วอพยพซ้ำรอยศปภ.
ชาวบ้านไม่สนคำสั่งรัฐ นัดรื้อกระสอบยักษ์วันนี้
ประชาชนในอีกหลายชุมชนที่ยังอยู่ในสภาพต้องจมน้ำอยู่อีกนาน ได้แสดงความไม่พอใจ ประกาศจะพากันมารื้อบิ๊กแบ็กทั้งสองฝั่งถนนวิภาวดีรังสิต ในวันที่ 15 พ.ย. แม้ว่าวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา รัฐบาลโดยศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) และกรุงเทพมหานคร (กทม.) มีความเห็นร่วมกันว่า จะแก้ไขปัญหาชาวบ้านเขตดอนเมืองรื้อกระสอบทรายยักษ์ หรือบิ๊กแบ็ก โดยการปรับบิ๊กแบ็กให้เป็นฝายน้ำล้น ความกว้าง 10 ม.แทน เพื่อลดความเดือดร้อนให้กับชุมชนที่อยู่ด้านเหนือของแนวคันกั้น
นายปกรณ์ภัทร ทิพย์เอื้อตระกูล ประธานชมรมสิ่งแวดล้อมปทุมธานี เปิดเผยว่า ในเวลา 16.00 น. วันที่ 15 พ.ย. จะนำประชาชนชาวรังสิตจำนวน 800-900 คน มารื้อบิ๊กแบ็ก เบื้องต้นนี้ได้ประสานกับแกนนำชุมชนรัตนโกสินทร์ 200 ปี ชุมชนตลาดสี่มุมเมือง ชุมชนรังสิต และได้รับการตอบรับมาแล้ว
“เปิด 6 ม.ยังไม่พอ มันต้องเปิดให้หมด เพราะเปิดไปเมื่อคืนวันที่ 1314 พ.ย. ยังทำให้น้ำรังสิตลดได้ถึง 5 ซม. ถึงมีเจ้าหน้าที่อยู่เราก็ไม่กลัว ติดคุกก็ต้องติด พอเสร็จเรื่องแล้วเราจะไปร่วมฟ้องศาลปกครองด้วย”
“เราขอให้กำลังใจชาวดอนเมืองที่ต่อสู้เพื่อรื้อบิ๊กแบ็ก ซึ่งถือว่าทำถูกต้องแล้ว เพราะ กทม.ไม่มีสิทธิกักน้ำจนทำให้รังสิตจม อำนาจไม่ได้อยู่กับนักการเมืองแต่อยู่ที่ประชาชน ดังนั้นควรให้ประชาชนจัดการกันเอง” นายปกรณ์ภัทร กล่าว
นายศักดิ์ชัย ทองวัฒนา ประธานชมรมคนรักเมืองเอก หมู่บ้านเมืองเอก ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี เปิดเผยว่า นายเสรีศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต ประมาณการว่า หากมีบิ๊กแบ็กวางขวางน้ำอีกประมาณ 2 เดือนน้ำในเมืองเอกถึงจะลด
ทั้งนี้ คำนวณจากมีน้ำด้านเหนือประมาณ 3,000 ล้าน ลบ.ม. หากระบายไปทางตะวันออกวันละ 15 ล้าน ลบ.ม. ด้านตะวันตก 30 ล้านลบ.ม. ไปตามธรรมชาติเดือนเศษๆ ก็จะหมด แต่เมื่อบิ๊กแบ็กขวางไว้น้ำก็ชะลอตัวและยกระดับสูงขึ้นถึง 1.3 ม.
“หมู่บ้านเมืองเอกมี 2,000 ครัวเรือน 4,500 ไร่ 7.2 ตร.กม. ระดับน้ำสูงเฉลี่ย 2 ม. เท่ากับมีปริมาณน้ำในหมู่บ้าน 14.2 ล้าน ลบ.ม. จะต้องสูบออกวันละ 1 ล้าน ลบ.ม. ใช้เวลา 2 เดือนถึงจะหมด เราอยู่กันไม่ได้ อีกอย่างการวางบิ๊กแบ็กก็ทำให้ทางด้านใต้บิ๊กแบ็ก น้ำลดลง 10ซม.เท่านั้น ส่วนด้านเหนือบิ๊กแบ็กกลับยกตัวสูงขึ้นถึง 20 ซม.” นายศักดิ์ชัย กล่าว
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ถ้าไม่มีการรื้อบิ๊กแบ็กและปัญหาที่ไหนอีก กทม.จะเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังอยู่ให้ออกไปได้ภายใน 2 สัปดาห์ ส่วนพื้นที่ตามตรอก ซอกซอย ยังต้องใช้เวลาเพราะขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ต่างระดับสูงและต่ำแตกต่างกัน
พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศปภ. กล่าวว่า หลังจากนี้ทางศปภ.และ กทม. จะระดมเจ้าหน้าที่ไปเก็บขยะที่เป็นปัญหาน้ำเน่าเหม็นให้ และยังจัดอาหารอย่างดีไปแจกจ่ายแก่พี่น้องประชาชนด้วย
ด้านนายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เลขานุการคณะทำงานจัดการน้ำในพื้นที่วิกฤต กล่าวว่า คนดอนเมืองคงไม่ได้อยู่แช่น้ำแบบนี้นานนับเดือนแน่ เพราะวัดระดับน้ำที่ประตูระบายน้ำคลองรังสิตลดลงวันละ 3 ซม. เชื่อว่าภายใน 10 วัน ระดับน้ำจะลดลง 30 ซม. ถึงวันนั้นน้ำจะอยู่ในระดับตลิ่ง
นายวีระ วงศ์แสงนาค ประธานคณะกรรมการบริหารจัดการ ศปภ. เปิดเผยว่า ภายใน 2 สัปดาห์สถานการณ์จะดีขึ้น เพราะเชื่อว่า จะสามารถระบายน้ำที่ท่วมขังอยู่ใน กทม.ประมาณ 900 ล้าน ลบ.ม. ทั้งที่อยู่ในพื้นที่ชั้นในและชั้นนอกได้ทั้งหมดภายในเวลาดังกล่าว ถึงเวลานั้นถนนสายหลักจะกลับมาใช้ได้
ฝั่งตะวันออกนั้นสภาพการณ์ดีขึ้นตามลำดับ สามารถเปิดประตูระบายน้ำคลองเชียงรากน้อยและคลองบ้านพร้าว ระบายออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้เต็มบานแล้ว
สำหรับฝั่งตะวันตกนั้นยังน่าเป็นห่วง ยังมีน้ำปริมาณมากแต่สามารถเปิดประตูระบายน้ำลงสู่ทะเลได้แล้ว 3 จุด คือ คลองมหาสวัสดิ์ คลองบางกอกน้อย และคลองโยง
ค่ำวันเดียวกัน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ได้ลงนามประกาศให้ประชาชนที่อยู่อาศัยในซอยอินทามระ 131 ซอยประดิพัทธ์ 125 และซอยพหลโยธิน 15 อพยพเพราะปริมาณน้ำในคลองบางซื่อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ไม่นานก็ได้มีประกาศยกเลิก โดยมีคำชี้แจงผ่านทวิตเตอร์ว่า ข้อมูลผิดพลาด สร้างความหัวเสียให้กับประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวอย่างมาก







