
ไม่รื้อบิ๊กแบ็กดอนเมือง-นายกฯสั่งเร่งระบายน้ำช่วย
นายกฯระบุยังไม่รื้อบิ๊กแบ็กดอนเมืองหลังชาวบ้านร้องขอ แต่ให้เร่งระบายน้ำเหนือคันกั้นเพื่อลดผลกระทบชาวบ้าน
นายกฯระบุยังไม่รื้อบิ๊กแบ็กดอนเมืองหลังชาวบ้านร้องขอ แต่ให้เร่งระบายน้ำเหนือคันกั้นเพื่อลดผลกระทบชาวบ้าน
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งให้มีการรื้อแนวคันกั้นกระสอบทรายบิ๊กแบ็กบนถ.วิภาวดี-รังสิตบริเวณดอนเมืองตามที่ชาวบ้านในชุมชนย่านดอนเมืองร้องขอ แต่ได้ประสานให้ กรุงเทพมหานคร (กทม.) เร่งระบายน้ำเหนือคันกั้นบิ๊กแบ็กให้เร็วขึ้นภายใน 1-2วันนี้เพื่อลดผลกระทบให้กับประชาชน
“มีการเสนอในที่ประชุม ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ว่ามวลชนจะขอให้เปิดคันบิ๊กแบ็กในวันที่ 14 พ.ย.นี้ แต่ที่ประชุมเห็นว่าหากมีการเร่งระบายน้ำให้เร็วขึ้นก็จะไม่ส่งผลกระทบอะไร และ ศปภ.ยังไม่มีคำสั่งให้ลดระดับความสูงของบิ๊กแบ็กลงมา ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งให้รื้อ” น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวอีกว่า ส่วนการเยียวยาประชาชนที่อยู่นอกคันกั้นบิ๊กแบ็กนั้นมีอยู่แล้ว ได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทย กทม.ช่วยกัน โดยหลักผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดถ้าประชาชนได้รับผลกระทบต้องไปดูแลเยียวยา เช่น การตั้งโรงครัว เสริมเรือในจุดต่าง และการดูแลพี่น้องประชาชน ถือเป็นหน้าที่
"ยืนยันว่าการกั้นบิ๊กแบ๊กน้ำไม่ได้เพิ่มขึ้นเป็นแค่แนวคันกั้น แต่ประชาชนอาจรู้สึกว่าอีกฝั่งมีน้ำแต่อีกฝั่งน้ำลด โดยจะเร่งระบายน้ำภายใน 2 วันนี้ เนื่องจากวันนี้ภาพรวมระดับน้ำมีแนวโน้มที่ลดลง ประกอบกับมีการเร่งระบายน้ำ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนบริเวณดังกล่าวจะรู้สึกดีขึ้น"น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าว
ด้าน พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) กล่าวว่า ที่ประชุมศปภ. ได้ประเมินสถานการณ์ประจำวัน แล้ว และยังไม่มติอนุญาตให้รื้อบิ๊กแบ็กบริเวณวิภาวดีขาออกแต่อย่างใด และให้มีการเฝ้าระวังกันอย่างใกล้ชิด หากมีเดือดร้อนมากขึ้นก็ต้องพิจารณาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน และจะพิจารณากันเป็นรายวัน ว่าจะผ่อนผันกันอย่างไร
ทั้งนี้ ต้องพูดทำความเข้าใจกันไป ซึ่งในประเทศประชาธิปไตยต้องยอมรับความเห็นที่แตกต่าง เราเข้าในในความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน แต่ขอให้รับฟังเหตุผลถึงการดำเนินการใดๆ ในเวลานี้น้ำไปเกือบทุกที่ ก็ต้องเฉลี่ยๆ กันไป ทุกคนในพื้นที่ที่ประสบน้ำท่วมล้วนเดือดร้อนกันทั้งนั้น
พล.ต.อ.ประชา มั่นใจว่า การวางแนวคันกั้นน้ำบิ๊กแบ็กจะช่วยต้านทานการไหลของน้ำ และชะลอเวลาน้ำไหลไปยังแม่น้ำเจ้าพระยา โดยในเรื่องนี้ มีความสืบเนื่องจากการดำเนินการของ กทม. ด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำทะลักเข้าพื้นที่ กทม. มากขึ้นกว่าเดิม ขณะเดียวกัน ก็ได้เสริมจำนวนเครื่องสูบน้ำให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำจำนวนมาก เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำให้ดีขึ้น โดยเชื่อว่า จะบิ๊กแบ็กจะสามารถกั้นน้ำให้หยุดได้อยู่คลองบางซื่อ
หวั่นรื้อบิ๊กแบ็กทำน้ำทะลักกรุงเทพฯชั้นใน
นายสรรเสริญ สะมะลาภา ส.ส.เขตลาดพร้าว พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดเผยว่า หากศปภ. มีแนวคิดเรื่องการรื้อแนวกระสอบทรายบิ๊กแบ็ก ในส่วนหนึ่งส่วนใดออกก็ต้องสามารถตอบคำถามประชาชนได้ด้วยว่า รื้อออกเพราะสาเหตุใด เพราะการรื้อบิ๊กแบ็คออกเชื่อว่าน้ำจะไหลเข้าท่วม กทม. ชั้นในได้
"ขณะนี้จะเห็นว่า กทม. ได้ทำหน้าที่สูบน้ำออกอย่างเต็มประสิทธิภาพแล้ว จนน้ำในคลองบางซื่อ และคลองแสนแสบเหลืออีก 2 ซม. จะล้นตลิ่ง ดังนั้นหากมีน้ำจากที่อื่นไหลเข้ามาอีกเกรงว่าจะส่งผลให้น้ำท่วม กทม.ชั้นในได้"นายสรรเสริญกล่าว
ทั้งนี้ปัญหาน้ำท่วมใน กทม. ต่างจากพื้นที่อื่น เพราะ กทม.เป็นพื้นที่ที่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล เมื่อมีน้ำท่วมจะท่วมขัง และไม่สามารถควบคุมน้ำได้เพราะระบบท่อระบายน้ำใต้ กทม. มีลักษณะเหมือนรังผึ้ง น้ำจึงสามารถท่วมเอ่อล้นจากท่อไปได้เรื่อยๆ เมื่อน้ำท่วมแล้วก็จะขังไม่มีทางไหลไปไหนได้นอกจากการใช้วิธีสูบน้ำออก
"ศปภ. ต้องเลือกเอาซักอย่าง ไม่ใช่ว่าชาวบ้านโวยแล้วก็ต้องรื้อทุกทีไป เพราะกว่าจะกั้นบิ๊กแบ็กได้ก็ยาก วันนี้ ศปภ. ต้องตอบให้ได้ก่อนว่าชาวบ้านที่อยู่นอกคั้นบิ๊กแบ็กเดือดร้อนเพราะอะไร จากเดิมที่เคยตกลงว่าเมื่อกั้นบิ๊กแบ็กแล้วจะเร่งระบายน้ำออกทางตะวันออก แต่วันนี้ต้องถามว่าการระบายน้ำผ่านทางตะวันออกทำได้อย่างแท้จริงแล้วหรือไม่ ทำไมคนถึงยังเดือดร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ" นายสรรเสริญกล่าว







