posttoday
มาร์คฉะ 4 ปม ผิดผลาด อย่าแบ่งสีแก้ปัญหา

มาร์คฉะ 4 ปม ผิดผลาด อย่าแบ่งสีแก้ปัญหา

13 พฤศจิกายน 2554

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อเสนอแนะรัฐบาลแก้ปัญหาว่า

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อเสนอแนะรัฐบาลแก้ปัญหาว่า

สิ่งที่ต้องมีการทบทวนทั้งหมด ได้แก่ 1.การบริหารจัดการน้ำในเขื่อน มีการอ้างว่ารัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์จงใจกักน้ำในเขื่อนเพื่อให้เกิดน้ำท่วมในอนาคต โดยเฉพาะศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ขึ้นข้อความว่ารัฐบาลชุดที่แล้วมีส่วนรับผิดชอบด้วย ทั้งนี้ตัวเลขน้ำในเขื่อนภูมิพลระหว่างปี 2552-2553 ที่ฝ่ายรัฐบาลนำมากล่าวอ้างนั้น ไม่ควรนำมาเปรียบกับปีนี้ เพราะขณะนั้นเป็นช่วงเกิดภัยแล้ง แต่ระดับน้ำในเขื่อนภูมิพลปี 2554 วันที่ประกาศยุบสภา ต่ำกว่าเกณฑ์การกักเก็บต่ำสุด ส่วนวันที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้ามารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ระดับน้ำในเขื่อนภูมิพลอยู่ที่ 60-70% ถือเป็นเกณฑ์ปกติ ซึ่งช่วงที่ควรระบายน้ำออกเขื่อน คือ ระหว่างเดือน ส.ค. และ ก.ย. ก่อนที่พายุนกเตนและพายุอื่นจะเข้ามาในเดือน ต.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่มีน้ำขึ้นสูงมากที่สุด

อภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีใครทราบล่วงหน้าว่าพายุจะเข้ามาเมื่อไร แต่การตัดสินใจเชิงนโยบายเป็นเรื่องสำคัญ การที่รัฐบาลชะลอการปล่อยน้ำในเขื่อนเอง เพราะคิดว่าถ้าทำแล้วจะทำให้เกษตรกรได้เก็บเกี่ยว ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเอามาเป็นประเด็นการเมืองกล่าวหารัฐบาลชุดที่แล้ว เพราะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ในรัฐบาลชุดนี้กับชุดที่แล้วเป็นคนคนเดียวกัน ดังนั้นในอนาคตระบบตรงนี้จะต้องมีการทบทวน เพราะมีปัญหาเรื่องข้อมูลการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กับกรมชลประทานที่ไม่ตรงกันเกี่ยวกับปริมาณน้ำ

มาร์คฉะ 4 ปม ผิดผลาด อย่าแบ่งสีแก้ปัญหา

 

อภิสิทธิ์ กล่าวว่า อีกเรื่องคือระบบการระบายน้ำที่เชื่อมมาถึงอุโมงค์ระบายน้ำ กทม. ที่พบว่าต่างคนต่างทำ ไม่เชื่อมโยงกับจุดอื่นๆ สิ่งที่ทำได้ คือ การเชื่อมโยงด้วยระบบสารสนเทศ โดยต้องทำตั้งแต่ต้นน้ำว่าถ้าปล่อยน้ำแล้วจะมีการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำอย่างไรในพื้นที่อื่นๆ ที่เชื่อมโยง โดยให้มีศูนย์กลางการบริหารเพียงจุดเดียว

2.ความสมดุลในการระบายน้ำลงสู่ทะเล ปกติแม่น้ำเจ้าพระยารับน้ำประมาณ 40% แม่น้ำท่าจีน 30% แม่น้ำบางปะกง 30% เพื่อระบายน้ำลงสู่ทะเล แต่ปีนี้ทำไมบางช่วงแม่น้ำเจ้าพระยารับน้ำมากกว่า 60% ขณะที่แม่น้ำที่เหลือไม่ได้ใช้เต็มที่ ถ้ารองผู้ว่าฯ กทม. ไม่ออกมาบอกว่าทางตะวันออกของ กทม.ไม่เปิดการระบายน้ำเต็มที่ เชื่อว่าสถานการณ์คงหนักกว่านี้แน่ เรื่องนี้สามารถตรวจสอบได้ด้วยการดูการใช้ไฟฟ้าของพื้นที่เหล่านั้น เช่นเดียวกับฝั่งตะวันตก เมื่อการบริหารรับไม่ไหวทำให้ประตูระบายน้ำพัง 14 แห่ง ตรงนี้ต้องทบทวนและดูแลให้ดีขึ้น

3.ระบบการจัดการน้ำที่ไม่ได้รองรับปัญหาน้ำหลาก พบว่ามีการวิเคราะห์ผิดพลาด เพราะเอาเกณฑ์ปกติที่น้ำผ่านเป็นตัววัด เช่น เขื่อนเจ้าพระยา แต่ปรากฏว่าเมื่อมี “น้ำทุ่ง” ส่งผลให้การวิเคราะห์ผิดพลาดในเรื่องความเร็วและระดับความสูงของน้ำ ดังนั้นต่อไปนี้จะบริหารจัดการน้ำทุ่งอย่างไร เพราะที่ผ่านมารัฐบาลยืนยันว่ามวลน้ำก้อนใหญ่ลงทะเลแล้ว ซึ่งก็คือ “น้ำท่า” หรือน้ำในแม่น้ำ แต่น้ำที่สร้างความเสียหายให้กับนิคมอุตสาหกรรมคือน้ำทุ่ง เหมือน กทม.ทำงานอย่างเต็มที่ แต่ระบบการระบายน้ำออกแบบที่เป็นน้ำฝนเท่านั้น ไม่ได้รองรับน้ำหลากและน้ำตามท่อระบายน้ำ

4.การสื่อสาร การส่งสัญญาณ ประเด็นนี้รัฐบาลถูกวิจารณ์มาก เข้าใจดีว่าทุกฝ่ายต่างทำงานและตั้งใจดี แต่การจัดการส่วนนี้เป็นปัญหา การที่รัฐบาลยืนยันว่าควบคุมสถานการณ์อยู่ แต่เมื่อไม่เป็นอย่างที่พูดจึงเกิดปัญหากระทบความเชื่อถือเป็นความเสียหายมากกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งไม่ควรให้ประชาชนตามการเตือนภัยจากเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ หรือนักวิชาการอิสระ ศปภ.ควรเป็นหลัก แม้จะคลาดเคลื่อนได้ แต่ต้องระวังไม่ให้ประมาท

อภิสิทธิ์ กล่าวว่า สุดท้ายที่ต้องให้ความสำคัญ คือ ความโปร่งใส การบริหารจัดการถุงยังชีพ โดยไม่ควรเลือกปฏิบัติแบ่งสี นายกฯ ต้องทบทวนอย่าให้การเมืองเข้าไปยุ่งกับการบริหารน้ำท่วม หรือหวังผลการเมืองในการจัดการบนความเดือดร้อนของประชาชน รัฐบาลควรส่งสัญญาณว่าจะตรวจสอบจริงจังชัดเจน ถ้าปล่อยผ่านไปเท่ากับรัฐบาลก็ต้องร่วมรับผิดชอบด้วย

“ที่ผ่านมาเรียกร้องให้ผมเล่นการเมืองอย่างสร้างสรรค์ แต่ผมโดนทุกข้อกล่าวหาตั้งแต่ปล่อยจระเข้ แกล้งแพ้เลือกตั้ง เก็บน้ำในเขื่อน ถ้ายังเป็นอยู่อย่างนี้มันจะเรียกความเชื่อมั่นไม่ได้ ขอให้พวกท่านสบายใจได้ ไม่มีใครอยากฉวยโอกาสเพื่อรอส้มหล่นให้เกิดความวุ่นวาย ขอให้พวกท่านอย่าสร้างเงื่อนไขขึ้นมาเอง และกองทัพได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าได้สนองตอบการทำงานของรัฐบาล ไม่ได้เป็นรัฐอิสระจนต้องมีการแก้ไข พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม” อภิสิทธิ์ ทิ้งท้าย

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท