posttoday
ปูแจงภาพรวมน้ำท่วมดีขึ้น

ปูแจงภาพรวมน้ำท่วมดีขึ้น

12 พฤศจิกายน 2554

นายกรัฐมนตรี เผยภาพรวมน้ำท่วมดีขึ้น ย้ำบิ๊กแบ็คช่วยชะลอน้ำ ให้กรมชลฯ- กทม.เร่งระบายน้ำ พร้อมกำหนดยุทธศาสตร์3R ฟื้นฟูประเทศ3ระยะ

นายกรัฐมนตรี เผยภาพรวมน้ำท่วมดีขึ้น ย้ำบิ๊กแบ็คช่วยชะลอน้ำ ให้กรมชลฯ- กทม.เร่งระบายน้ำ พร้อมกำหนดยุทธศาสตร์3R ฟื้นฟูประเทศ3ระยะ

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผยผ่านรายการ"รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน" ว่า สถานการณ์น้ำภาพรวมของภาคกลาง ถือว่าแนวโน้มดีขึ้น หลายจังหวัดเข้าสู่ปกติ แต่อาจจะค้างอยู่ในทุ่งบ้าง แต่ที่ลดลงชัดเจน เช่นพระนครศรีอยุธยา นครสวรรค์ สิงค์บุรี อ่างทอง ซึ่งในหลายพื้นที่ได้เริ่มต้นการฟื้นฟูความเสียหาย จัดบิ๊กคลีนนิ่งเดย์

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์น้ำกทม.สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) เร่งวางกระสอบทรายยักษ์(บิ๊กแบ็ก)ก็สามารถชะลอน้ำด้านเหนือ ช่วยชะลอน้ำฝั่งตะวันออกได้ส่วนหนึ่ง นอกจากนั้นการวางบิ๊กแบ็ก ทำให้การจัดการบริหารน้ำท่วมขังทำง่ายขึ้น แต่ทั้งนี้บิ๊กแบ็กก็ไม่สามารถหยุดน้ำได้ แค่ชะลอน้ำให้ช้าลง จึงไม่ได้ผล 100% จำเป็นต้องทำงานควบคู่กับด้านอื่นด้วย  จะเห็นได้ว่า ทางด้านเหนือกทม. ที่ดอนเมือง บางเขน สายไหมหรือเขตต่างๆจากการวางบิ๊กแบ็คทำให้น้ำขังในพื้นที่ดังกล่าวเริ่มลดลง

แต่เป็นวิธีการที่ดีในการชะลอน้ำเพื่อการเร่งระบายน้ำออกจากคลอง โดยให้กรมชลประทานรับผิดชอบในการระบายน้ำออกจากคลองรังสิต และให้กระทรวงมหาดไทย ดูแลเรื่องสำรวจความเสียหาย และมอบเงินเยียวยาให้เสร็จภายใน 45 วัน ตลอดจนมอบเครื่องสูบน้ำ 70 เครื่องให้ กทม.บริหารจัดการน้ำในพื้นที่ กทม.ชั้นใน

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่าที่ผ่านมารัฐบาลได้จัดเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ 70 กว่าตัวตามข้อเรียกร้องของกทม. เพื่อบริหารจัดการระบายน้ำให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น

"เห็นสัญญาณเป็นภาพที่ดีขึ้น นั้นหมายความว่าน้ำไหลตามถนนวิภาดีรังสิต พหลโยธิน ชะลอการไหลและลดระดับลง ยิ่งหากไม่มีน้ำทะเลหนุน ก็จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น ส่วนฝั่งตะวันตกจำเป็นต้องเร่งซ่อมแซมคันน้ำที่พังทั้ง 14 จุด คาดว่าจะแล้วเสร็จ 12-13 พ.ย.นี้ ซึ่งหากซ่อมเสร็จจะทำให้ นนทบุรี ปทุมธานี ระดับน้ำลดลง เพียงแต่ฝั่งตะวันตกนั้น คันกั้นน้ำไม่แข็งแรง และคลองระบายยังเป็นปัญหา" นายกฯ กล่าว และว่า นอกจากนั้น จะเร่งกู้ถนนสาย340 เพื่อให้สามารถลงใต้ ทดแทนในกรณีที่ ถนนพระรามสองน้ำท่วม ไม่สามารถเดินทางลงสู่ภาคใต้ได้

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่าขณะนี้มีมียอดบริจาคเข้ามาแล้ว 918 ล้านบาท เหลือยอดคงเหลือ 309 ล้านบาทซึ่งส่วนใหญ่ จ่ายไปกับการซื้ออุปโภค บริโภค ซื้อเรือยาง นอกจากนั้น ยังจ่ายในส่วนผู้เสียชีวิตไปแล้ว 353 รายจากยอดผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมขณะนี้ 533 ราย โดยยืนยันว่า จะใช้จ่ายอย่างโปร่งใส ตามระเบียบราชการ และมีความเหมาะสม

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า   นอกจากการแก้ปัญหาน้ำในวันนี้ สิ่งสำคัญที่ต้องให้ประเทศก้าวผ่านวิกฤติครั้งนี้ รัฐบาลกำหนดยุทธศาสตร์ฟื้นฟูประเทศเป็น 3 ระยะ หรือ 3R คือ

ระยะสั้นหรือระยะเร่งด่วนมีศูนย์ศปภ.ดูแลในส่วนนี้จนกว่าน้ำจะลดในช่วงเร่งด่วน 2-3 เดือน ส่วนระยะกลาง หรือการซ่อม ทำทุกอย่างกลับมาเป็นปกติโดยเร็วในระยะ 1 ปี ฟื้นฟูระบบต่างๆให้กลับมาทำงานเหมือนเดิม ดูแลเยียวยาโครงสร้างพื้นฐานให้กลับมาใช้งานได้เหมือนเดิม ทั้งภาคประชาชนและนิคมอุตสาหกรรม ได้แบ่งคณะกรรมการเป็น 3ชุด ดูแลโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด ดูแลโครงสร้างอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจ และดูแลเยียวยาจิตใจและทรัพย์สิน และยังมีการสนับสนุนจากหน่วยงานอื่นๆ เช่น การดูแลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองทัพ ฯลฯ จะรายงานตรงต่อนายกฯ โดยมอบให้รองนายกฯยงยุทธ รับผิดชอบ

"ระยะที่ 3 หรือระยะยาว ทำความเข้าใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น ธรรมชาติของน้ำและการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จะสร้างความเชื่อมั่นและฟื้นฟูประเทศกลับมาอย่างไร มีการออกระเบียบสำนักนายกฯตั้งคณะกรรมการ 2 ชุด คือ กยอ. มีดร.วีรพงษ์ รามางกูรเป็นประธาน มีรองนายกฯกิตติรัตน์เป็นรองประธาน ทำงานคู่กับคณะกรรมการอีกชุด คือ กยน. มีดิฉันเป็นประธาน และเรียนเชิญดร.สุเมธ ตันติเวชกุลเป็นที่ปรึกษา โอกาสนี้ขอขอบคุณดร.วีรพงษ์และดร.สุเมธที่ตอบรับคำเชิญในการที่จะเข้ามาช่วยชาติ" นายกฯ กล่าว

ในส่วนของกยน.ได้เรียนเชิญผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องน้ำ แต่ในเมืองไทยก็มีผู้เชี่ยวชาญในเรื่องน้ำอีกมาก และในอนาคตกยน.ก็คงมีโอกาสปรึกษาหารือกับผู้เชี่ยวชาญที่เหล่านี้ เพราะเรื่องนี้ต้องการคำแนะนำจากภาคเอกชนหรือวิชาการที่จะมาหารือวิธีการจัดการอย่างถาวร ต้องมาช่วยกันเพราะถือว่าวาระนี้เป็นวาระแห่งชาติ 

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าวันที่ 16-17 พ.ย. จะมีบุคคลสำคัญระดับประเทศเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ คือ นายบันคีมุน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ(UN) และนางฮิลลารี คลินตัน รมว.ต่างประเทศ ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งในการเดินทางมาในครั้งนี้จะมีการหารือถึงสถานการณ์ปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในประเทศไทย รวมทั้งร่วมหารือถึงแนวทางในการฟื้นฟูประเทศจากเหตุอุทกภัยร้ายแรงในครั้งนี้

"ก่อนที่จะไปประชุมอาเซียนซัมมิท ที่อินโดฯ จะมาคุยถึงสถานการณ์ในประเทศไทย รวมทั้งการฟื้นฟูประเทศจากเหตุน้ำท่วมรุนแรงในครั้งนี้" นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน"

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ในวันที่ 17-19 พ.ย. จะเดินทางไปร่วมประชุมอาเซียนซัมมิท ที่เมืองบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย โดยจะใช้โอกาสนี้ในการชี้แจงต่อเวทีระดับประเทศ รวมทั้งผู้นำประเทศที่สำคัญ เช่น นายบารัค โอมามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา, นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น และนายกรัฐมนตรีของจีน ถึงสถานการณ์อุทกภัยในประเทศไทย แนวทางการบริหารจัดการน้ำ ตลอดจนการฟื้นฟูเยียวยา และบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับทั้งประชาชนและภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นแก่นักลงทุนและระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรียังขอบคุณมิตรประเทศ อาทิ สวิตเซอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา และอีกหลายชาติ ที่ส่งคณะผู้เชี่ยวชาญมาให้คำแนะนำ ตลอดจนขอบคุณ ส.ส.ที่ลงมติผ่าน พ.ร.บ.งบประมาณปี 2555 ในวาระแรก และยืนยันว่าจะใช้งบฯ อย่างโปร่งใส และเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท