
กทม.เปิด 17 หน่วยแพทย์ช่วยปชช.
กทม.ได้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ประจำตามจุดต่างๆ 17 จุด ดูแลปชช.ผลกระทบน้ำท่วม
กทม.ได้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ประจำตามจุดต่างๆ 17 จุด ดูแลปชช.ผลกระทบน้ำท่วม
นพ.พีระพงษ์ สายเชื้อ รองปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ที่มีน้ำท่วมสูงในหลายพื้นที่ กทม.ได้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่จากสำนักการแพทย์และสำนักอนามัยออกประจำตามจุดต่างๆ 17 จุด ตั้งแต่วันที่ 24 ต.ค.เป็นต้นมา เพื่อดูแลประชาชนที่เข้าไม่ถึงบริการการแพทย์และสาธารณสุข โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โดยให้บริการทุกวันไม่เว้นวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงไปรับบริการการแพทย์และสาธารณสุขได้ยังหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ในสถานที่ดังต่อไปนี้
เขตดอนเมืองที่สำนักงานเขตหลักสี่ เขตสายไหมที่ศูนย์บริการสาธารณสุข 61 เขตบางพลัดที่เชิงสะพานพระราม 7 เขตหลักสี่ที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เขตบางเขนที่ตลาดรามอินทรากิโลเมตรที่ 4 เขตทวีวัฒนาที่คู่ขนานลอยฟ้า พุทธมณฑลสาย 3 พื้นที่ด้านหน้าวังทวีวัฒนา สมาคมชาวปักษ์ใต้ เขตลาดพร้าวที่โรงเรียนวัดสามัคคีธรรม สำนักงานเขตลาดพร้าว โรงเรียนเพ็ชรถนอม เขตตลิ่งชันที่ศูนย์อำนวยการย่อย (ขนส่งพื้นที่ 2) ซ.สวนผัก 4 เขตบางกอกใหญ่ ที่ ปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 13 หน้าธนาคารกรุงไทย เขตหนองแขม ที่โรงเรียนวัดหนองแขม สำนักงานเขตหนองแขม โรงเรียนวัดศรีนวลธรรมวิมล เขตลาดกระบัง ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
ทั้งนี้ หาก กทม.มีการเปิดจุดบริการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เพิ่มเติมจะแจ้งให้ประชาชนทราบต่อไป
ด้านนายกฤษฎา กลันทานนท์ ผู้อำนวยการสำนักการคลัง กทม. กล่าวว่า สถานพยาบาลนอกสังกัด กทม.พร้อมให้บริการเบิกจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาลข้าราชการและลูกจ้าง กทม.ให้แก่สถานพยาบาลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มอีก 5 แห่ง ได้แก่ 1. โรงพยาบาลคีรีมาศ จ.สุโขทัย 2. โรงพยาบาลน้ำยืน จ.อุบลราชธานี 3. โรงพยาบาลลานกระบือ จ.กำแพงเพชร 4. โรงพยาบาลปะเหลียน จ.ตรัง และ 5. โรงพยาบาลศรีขรภูมิ จ.สุรินทร์ โดยขณะนี้มีสถานพยาบาลนอกสังกัด กทม.เข้าร่วมโครงการระบบเบิกจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาลแล้วทั้งสิ้น 377 แห่ง
สำหรับข้าราชการ ลูกจ้าง กทม. และข้าราชการบำนาญ สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป กรณีผู้ป่วยนอกสามารถใช้บริการได้หลังจากลงทะเบียน 15 วัน สำหรับผู้ป่วยในสามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลได้ทันทีที่สมัครลงทะเบียน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โทร. 0 2224 0486 หรือเบอร์ภายในโทร. 1187







