
สภาทนายรับลูกเล็งฟ้องรัฐทำน้ำท่วม
สัก กอแสงเรือง ประธานสภาทนายความ
สัก กอแสงเรือง ประธานสภาทนายความ
เปิดเผยว่า การที่ประชาชนจะรวมตัวเข้าชื่อฟ้องรัฐบาลที่แก้ปัญหาน้ำท่วมผิดพลาดเป็นสิทธิที่ทำได้ หากผู้ฟ้องเห็นว่ามีส่วนได้รับความเสียหายจากการบริหารงานของรัฐบาลโดยตรง และสามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าเกิดจากความล้มเหลวของรัฐบาล รวมถึงมีหลักฐานประจักษ์ ซึ่งต้องมีกระบวนการพิสูจน์ที่เป็นรูปธรรมหรือเป็นเหตุทำให้เกิดความเสียหายแก่บุคคล เช่น ทุพพลภาพ สูญหาย และถึงแก่ความตาย แต่ใจความสำคัญอยู่ที่ผู้ร่วมลงชื่อฟ้องทั้งหมดต้องเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ซึ่งถ้าหากพิสูจน์ได้ ก็สามารถเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไปได้
สัก กล่าวว่า แม้ว่ารัฐบาลจะอ้างว่าเป็นเรื่องของภัยธรรมชาติ เป็นเหตุสุดวิสัยทำให้เกิดความเสียหายขึ้น แต่หากผู้ฟ้องสามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่ารัฐบาลงดเว้นการกระทำการ จงใจประมาทเลินเล่อ หรือสร้างเงื่อนไขอื่นที่ทำให้เกิดความเสียหายมากกว่าที่ควรจะเป็นและรู้สึกว่ามาตรการเยียวยาที่รัฐบาลควรจะให้ไม่เพียงพอและไม่ทั่วถึง ก็สามารถอาศัยช่องทางกระบวนการยุติธรรมยื่นฟ้องกับรัฐบาลได้
ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ได้หารือกับสภาทนายความแล้ว พบว่ามีอยู่ 23 ประเด็นที่เป็นรูปธรรมพอที่จะฟ้องร้องถึงความเสียหายว่ามีอะไรบ้าง ใครบ้างที่จะเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งจะรวบรวมผู้ที่มีความรู้เพื่อร่างประเด็นนำไปเสนอว่ามีใครบ้างที่ได้รับความเสียหาย ก่อนที่จะยื่นฟ้องหน่วยงานต่างๆ อาจมีทั้งรัฐบาล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือกรุงเทพมหานคร
ณรงค์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้จะช่วยเหลือคนจนเป็นหลัก แต่เมื่อมีคนเห็นด้วยจำนวนมากจึงตัดสินใจฟ้องร้องเป็นประเด็นสาธารณะ โดยไม่จำกัดอยู่เพียงแค่บ้านที่ประสบปัญหาน้ำท่วมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบ้านที่ยังไม่ถูกน้ำท่วมและที่ได้รับความเสียหายจากการขาดรายได้
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่เคยถอดใจถึงขั้นลาออก เพราะประชาชนเลือกมาจะถอดใจกันง่ายๆ ไม่ได้ แต่ยอมรับว่าเป็นปุถุชนคนธรรมดา เจอปัญหาแบบนี้ก็ต้องมีบ้างในเรื่องของความรู้สึก เมื่อถามว่า จากนี้ไปจะต้องร้องไห้อีกกี่ครั้ง ยิ่งลักษณ์ ชี้แจงว่า ที่ร้องไห้นั้นไม่ใช่ความอ่อนแอ ใครไม่เจอกับตัวคงไม่รู้ มันเป็นอารมณ์ร่วมเมื่อเห็นประชาชนเป็นทุกข์ก็ทนไม่ได้







