
นิคมฯบางชันมีลุ้น 7วันผันน้ำเข้าเป้าอาจไม่จม
ธเนศ วีระศิริ เลขาธิการวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ผู้ดูแลระบบป้องกันน้ำนิคมอุตสาหกรรมบางชัน
ธเนศ วีระศิริ เลขาธิการวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ผู้ดูแลระบบป้องกันน้ำนิคมอุตสาหกรรมบางชัน
กล่าวว่า สถานการณ์น้ำวันที่ 10 พ.ย. ดีขึ้นค่อนข้างมาก เพราะระบบผันน้ำฝั่งบึงกระเทียมที่เป็นแก้มลิง ซึ่งอยู่ด้านทิศเหนือของโรงงานออกไปคลองแสนแสบทำได้ดีขึ้น น้ำลดถึง 9 เซนติเมตร (ซม.) โดยวัดช่วงเช้าลดลง 5 ซม. และวัดช่วงค่ำลดลงอีก 4 ซม. ทำให้น้ำฝั่งบึงกระเทียมขณะนี้อยู่ที่ระดับ 1.10 ซม. ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีการเพิ่มเรือผันน้ำจาก 12 ลำ เป็น 22 ลำ ตั้งกระจายตลอดแนวคลองบางชันและบึงกระเทียม เพื่อเร่งผันน้ำออกไปคลองแสนแสบ
“วันนี้ ช่วงเช้าเพิ่ม 6 ซม. แต่ช่วงบ่ายลดลง 9 ซม. เพราะเราได้เครื่องสูบและเรือผันน้ำมาเพิ่ม ผันได้ดีขึ้น และพรุ่งนี้จะยิ่งดีกว่านี้ เพราะเราจะได้วอเตอร์เจ็ต หรือเครื่องผลักดันน้ำที่จะได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และทหารเรือมาอีก 1 เครื่อง ตั้งตรงประตูอี 11 ปลายคลองบางชัน เร่งผันน้ำลงแสนแสบให้ดีขึ้นอีก ถ้าสถานการณ์เป็นอย่างวันนี้ และผ่านช่วงพีกที่น้ำจะขึ้นสูงสุดในวันที่ 13 พ.ย.นี้ไปได้ รักษาสถานการณ์น้ำออกแสนแสบได้ รวมแล้วให้ผ่าน 7 วันนี้ไปได้ เราจะรอด” ธเนศ กล่าว
วิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมการป้องกันน้ำท่วมนิคมอุตสาหกรรมบางชัน ได้ประกาศแผนฉุกเฉินขั้นที่ 1 หรือเตือนภัยขั้นที่ 1 ภายในนิคมอุตสาหกรรมบางชันแล้ว เนื่องจากน้ำจากทางเหนือฝั่งถนนรามอินทรา มีนบุรี และคลองสามวา ไหลเข้าสู่บึงกระเทียมอย่างต่อเนื่องและเข้าสู่คลองแสนแสบจนระดับน้ำขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 1 เมตร ทางคณะทำงานจึงตัดสินใจประกาศภาวะฉุกเฉินขั้นที่ 1 ให้โรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ยกสิ่งของเครื่องจักรต่างๆ ขึ้นที่สูงทันที
ทั้งนี้ ระดับการเตือนภัยภายในนิคมฯ บางชันมีทั้งหมด 3 ระดับ ได้แก่ ระดับที่ 1 เมื่อระดับน้ำในคลองแสนแสบขึ้นสูง 1 เมตร จะประกาศเป็นภาวะฉุกเฉิน ให้ผู้ประกอบการยกของขึ้นที่สูง ระดับที่ 2 เมื่อระดับน้ำขึ้นมาอยู่ที่ 1.3 เมตร จะประกาศเตือนเตรียมการอพยพ และระดับที่ 3 เมื่อระดับน้ำขึ้นสูง 1.4 เมตร จะประกาศให้ผู้ประกอบการหยุดดำเนินกิจการทันที และอพยพออกจากพื้นที่
ยงยุทธ ทองสุข รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม คณะกรรมการป้องกันน้ำท่วมนิคมอุตสาหกรรมบางชัน กล่าวว่า การคุมสถานการณ์น้ำวานนี้ทำได้ดีขึ้น โดยระดับน้ำในคลองแสนแสบยังทรงตัวที่ระดับ 100 ซม. ขณะนี้ฝั่งบึงกระเทียมก็ลดลง แม้น้ำเหนือจากมีนบุรี คลองสามวา จะมาเติมมากขึ้นก็ดี ส่วนการวางกระสอบบิ๊กแบ็กบนถนนเสรีไทยฝั่งหน้าสำนักงานนิคมฯ บางชันเป็นการป้องกันไว้ก่อนเท่านั้น ไม่ได้กังวลว่าน้ำจะสูงขึ้นจนไหลท่วมมามากขึ้น เพราะล่าสุดได้ตั้งเครื่องสูบน้ำที่เอ่อท่วมถนนเสรีไทยบริเวณหน้าบริษัท สหยูเนี่ยน แล้ว สามารถคุมสถานการณ์น้ำได้ดีขึ้น น้ำสูงระดับ 3050 ซม. รถเล็กยังสามารถผ่านได้**อย่างไรก็ตาม นิคมฯได้รับ เครื่องปั๊มน้ำจากอุตสาหกรรมจังหวัดที่หามาจากจังหวัดต่างๆ มีจำนวน 52 เครื่องแล้ว เพิ่มจากวันที่ 9 พ.ย. ที่มีเพียง 29 ตัว ทำให้สามารถที่สูบน้ำได้ 1 ล้านลบ.ม. ต่อวัน ซึ่งยังมั่นใจว่าระบบการป้องกันน้ำในนิคมฯสามารถเอาอยู่ในขณะนี้ และโรงงานต่างๆ ก็ยังไม่มีการขนของหนีย้ายออกจากนิคมฯไปไว้ที่อื่น







