
ฝั่งธนฯเจอปัญหาระบายน้ำ"คลองตื้น-ขยะเกลื่อน"
พบระบายน้ำพบระบายน้ำไร้ประสิทธิภาพส่งลงทะเลไม่ได้ คลองตื้นเขิน-ขยะเกลื่อนขวางทางน้ำ ตร.เตรียมเส้นทางสำรองลงใต้แทนพระราม2
พบระบายน้ำไร้ประสิทธิภาพส่งลงทะเลไม่ได้ คลองตื้นเขิน-ขยะเกลื่อนขวางทางน้ำ ตร.เตรียมเส้นทางสำรองลงใต้แทนพระราม2
เมื่อช่วงวันที่ 10 พ.ย. ได้มีการประชุมร่วมกันของบุคลากรใน 5 เขต ได้แก่ เขตจอมทอง เขตบางบอน เขตบางขุนเทียน เขตธนบุรี และเขตราษฎร์บูรณะ ทั้งผู้บริหารระดับผอ.เขต สก. สข. ภาคประชาชน และและอาจารย์จากเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ บางมด โดยมีนายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร สมาชิกสภากทม.เขตจอมทอง และประธานสภากทม. เป็นประธานในที่ประชุม เพื่อรับมือกับปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่
นายสุทธิชัย กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ที่แก้ปัญหาน้ำทั้งหมดไม่ได้ให้ความสำคัญกับพื้นที่ทางฝั่งธนบุรีเลย ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้ง 5 เขตจึงต้องมาประชุมหารือกันเพื่อแก้ปัญหาบ้านของเราด้วยตัวเอง
ทั้งนี้ในที่ประชุมเห็นปัญหาตรงกันว่า ระบบระบายน้ำในพื้นที่มีปัญหา โดยเฉพาะการลำเลียงน้ำผ่านคลองธรรมชาติทั้งคลองหลัก คือคลองสนามชัย คลองราชมนตรี และคลองย่อยต่างๆ ที่มีอยู่จำนวนมากในพื้นที่ แต่ถึงวันนี้ยังไม่สามารถส่งน้ำลงทะเลได้ โดยเฉพาะบริเวณประตูระบายน้ำขุนราชพินิจใจที่จะส่งน้ำลงทะเลได้ใกล้ที่สุดวันนี้กลับยังไม่มีน้ำลงไปถึง
"ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าฝั่งธนฯจะอยู่ประมาณ 20-30 ลบ.ม./วัน ขณะที่การระบายออกจากพื้นที่ถ้าสามารถระบายอย่างเต็มศักยภาพจะทำได้เต็มที่ 20ล้านลบ.ม./วัน น้ำที่เหลือจะตกค้างอยู่ในพื้นที่ฝั่งธนบุรี ซึ่งจะทำให้มีน้ำท่วมขังสูงได้ในระดับ 1 เมตร แต่ปัญหา คือ การระบายน้ำในพื้นที่ยังไม่สามารถส่งน้ำไปถึงโครงการแก้มลิงเลย ซึ่งปัญหาหลักๆ คือ คลองต่างๆ ตื้นเขิน และปัญหาขยะจำนวนมากที่ขวางทางน้ำในคลองต่างๆ ทำให้ระบบระบายน้ำในคลองต่างๆ ยังไม่สามารถทำงานได้เต็มที่"นายสุทธิชัยกล่าว
ปัญหาที่จะต้องแก้อย่างเร่งด่วน คือ การระดมคนมาจัดการกับขยะต่างๆ ที่ขวางคลองต่างๆ ที่มุดใต้พระราม 2 ออกไปให้หมดก่อน และการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในจุดต่างๆ ที่จะเร่งน้ำในคลองให้ลงสู่คลองเฉลิมชัยพัฒนาและคลองขุนราชพินิจใจออกสู่ทะเลให้เร็วที่สุด นอกจากนี้ทั้ง 5 เขตจะต้องวางแผนในการสูบน้ำร่วมกันให้เป็นระบบ เพื่อให้การระบายน้ำ เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ตร.ห่วงพระาม2ช่วงเอกชัย-บางบอนน้ำท่วม
พล.ต.ต.นรบุญ แน่นหนา ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง กล่าวว่า สถานการณ์ตอนนี้ มีเพียง ถ.พระราม 2 ที่ยังสามารถใช้เป็นเส้นทางไปยังภาคใต้ได้ ยังไม่มีจุดไหนที่ท่วม แต่มีจุดน่าเป็นห่วงคือ ถ.พระราม 2 บริเวณ กม.ที่ 17-24 (เอกชัย- บางบอน) ที่ถนนต่ำ แต่หากมีน้ำท่วมจริง ก็เป็นระยะทางสั้น ๆ และระดับน้ำไม่ท่วมสูง ก็จะใช้วิธีลาดยางมะตอยทับไป เพื่อให้ผิวถนนสูงกว่าระดับน้ำ แต่หากระดับน้ำสูงมาก ก็จะต้องใช้ถนนเส้นอื่นที่เตรียมไว้คือ การเร่งกู้ทางหลวงหมายเลข 9 (ถ.กาญจนาภิเษก) ทั้งเส้น สาย 340 (บางบัวทอง-สุพรรณบุรี) และสาย 346 (บางเลน-กำแพงแสน) ที่บางช่วงยังมีท่วมสูงอยู่ กว่า 1-1.5 ม. ทั้งนี้ กรมทางหลวง ยืนยันว่าจะสามารถกู้ได้สำเร็จ ภายในวันที่ 11 พ.ย.นี้
ทั้งนี้ หากสถานการณ์เลวร้ายที่สุด คือ ถ.พระราม 2 ถูกน้ำท่วม และทางหลวงหมายเลข 9 ยังกู้ไม่สำเร็จ ก็จะต้องใช้เส้นทางเลี่ยง คือ ออกจาก กทม. ใช้ทางด่วนโทลเวย์ ไปลงที่ ถ.สายเอเชีย (ทางหลวงหมายเลข 32) ไปทาง จ.พระนครศรีอยุธยา เลี้ยวเข้า อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ไปที่ จ.สุพรรณบุรี แล้วจึง วกกลับเข้า จ.นครปฐม ตามเส้นทางถนน อ.กำแพงแสน เส้นทางนี้จะต้องอ้อมไปกว่า 300 กิโลเมตร แม้ว่าจะอ้อมไป แต่ก็ยังถือว่าดีกว่าไม่มีถนนลงสู่ภาคใต้เลย







