posttoday
ตั้งกรรมการ 8 คณะ ตัดถนนสู้ นิวไทยแลนด์

ตั้งกรรมการ 8 คณะ ตัดถนนสู้ นิวไทยแลนด์

10 พฤศจิกายน 2554

ความไร้ประสิทธิภาพในการแก้ไขและบรรเทาปัญหาอุทกภัย เป็นข้อหาหนักหน่วงที่รัฐบาล โดยศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้

ความไร้ประสิทธิภาพในการแก้ไขและบรรเทาปัญหาอุทกภัย เป็นข้อหาหนักหน่วงที่รัฐบาล โดยศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้

ไม่ว่ารัฐบาลจะปฏิเสธอย่างไร แต่ประเด็นข้อกล่าวหา ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าที่ไม่แม่นยำถูกต้อง ทำให้ขาดความเชื่อมั่น การลังเลต่อการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า จนกว่าจะตัดสินใจก็ไม่ทันท่วงที การไม่สนใจเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจนมีการรื้อทำลาย ขัดขวางการสร้างคันกั้นหรือปิดประตูระบายน้ำ แม้กระทั่งของบริจาค ทั้งข้อหาเก่าอย่างกักของบริจาคเพื่อแจกจ่ายเฉพาะพื้นที่ของนักการเมืองฟากรัฐบาล การแอบอ้างติดป้ายชื่อบนถุงบรรจุของบริจาค และล่าสุดข้อกล่าวหาเรื่องการใช้เงินจัดซื้อของบริจาคสูงเกินจริง ซึ่งนายกรัฐมนตรีรับปากว่าจะตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง

เหล่านี้ทำให้ภาพการทำงานของนายกรัฐมนตรี รัฐบาล และ ศปภ. สอบตกในสายตาประชาชน ไม่เว้นแม้แต่มวลชนกลุ่มเสื้อแดง ฐานสนับสนุนที่เหนียวแน่นของรัฐบาลก็วิพากษ์แนวทางการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลอย่างเสียหาย

เหล่านี้อาจเป็นเหตุผลให้นายกรัฐมนตรีต้องปรับกระบวนการทำงานใหม่ ก่อนภาพของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเสียหายไปมากกว่านี้

แม้ก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 202/2554 เมื่อวันที่ 12 ต.ค. แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย 3 คณะ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.คมนาคม เป็นประธาน ด้านเศรษฐกิจ กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน ด้านสังคม พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน แต่ข้อกล่าวหาโจมตีการทำหน้าที่ก็ดังมากกว่าผลงาน ในที่สุด 4 พ.ย.ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีก็มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 230/2554 เรื่อง การแต่งตั้งคณะกรรมการและกลไกการปฏิบัติงานฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการทั้งสามชุด และแต่งตั้งคณะกรรมการและกลไกการปฏิบัติงานดังต่อไปนี้

ตั้งกรรมการ 8 คณะ ตัดถนนสู้ นิวไทยแลนด์

 

1.คณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย (กฟย.) มี ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธาน มีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบด้านโครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม ความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของประชาชน

2.คณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ด้านโครงสร้างพื้นฐาน (กคฐ.) มี พล.อ.อ.สุกำพล เป็นประธาน มีหน้าที่เสนอแนะมาตรการ กำหนดแนวทาง แผนงานและโครงการฟื้นฟูด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ เช่น ถนน สะพาน ไฟฟ้า ประปา ซ่อมแซมสถานที่ราชการ โรงเรียน โรงพยาบาล ศาสนสถาน โบราณสถาน แหล่งน้ำ ชลประทาน

3.คณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และความเป็นอยู่ของประชาชน (กศอ.) มี กิตติรัตน์ เป็นประธาน มีหน้าที่ประเมินผลกระทบด้านเศรษฐกิจ เสนอแนะมาตรการ กำหนดแนวทาง ช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาให้แก่ภาคการเกษตร ที่อยู่อาศัย และภาคธุรกิจ เช่น ผู้ประกอบการขนาดเล็ก ขนาดกลาง วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อย แรงงาน ท่องเที่ยว รวมถึงการฟื้นฟูนิคมอุตสาหกรรม

4.คณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยด้านฟื้นฟูคุณภาพชีวิต (กคช.) มี พล.ต.อ.โกวิท เป็นประธาน มีหน้าที่เสนอแนะมาตรการ กำหนดแนวทาง ในเรื่องที่เกี่ยวกับการรักษาพยาบาล การฝึกอาชีพ การศึกษา การฟื้นฟูสภาพจิตใจ

5.คณะกรรมการบริหารศูนย์ปฏิบัติการรักษาความสงบเรียบร้อยปลอดภัยและการจราจร (กรจ.) มี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

6.คณะกรรมการบริหารศูนย์สนับสนุนการปฏิบัติการ (กปก.) มี พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม เป็นประธาน มีหน้าที่สนับสนุนการบูรณะฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย

7.คณะกรรมการสื่อสารสาธารณะ (กสส.) มี ธงทอง จันทรางศุ เป็นประธาน มีหน้าที่กำหนดมาตรการและแนวทางการสื่อสารเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน

8.คณะที่ปรึกษาด้านบริหารจัดการน้ำ (คปน.) มีบุคคลที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นประธาน เพื่อให้คำปรึกษา ข้อแนะนำประกอบการตัดสินใจแก่นายกรัฐมนตรีในการกำหนดยุทธศาสตร์ แนวทาง และมาตรการในการ บริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ

คณะกรรมการทั้ง 8 ชุด จะมี คณะกรรมการบริหารศูนย์ปฏิบัติการขับเคลื่อนการ บริหารการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (กบภ.) มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เป็นฝ่ายอำนวยการ และบูรณาการการทำงาน ซึ่งจะมี ศูนย์ปฏิบัติการขับเคลื่อนการบริหารการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่รับผิดชอบงานธุรการของ กบภ.

และต่อมาในวันที่ 8 พ.ย. นายกรัฐมนตรีก็แต่งตั้งคณะกรรมการ 2 ชุด ได้แก่

1.คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) โดยมอบหมายให้ สุเมธ ตันติเวชกุล เป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับมอบหมายเป็นประธานกรรมการ

2.คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) มี วีรพงษ์ รามางกูร เป็นประธานกรรมการ ยงยุทธ และกิตติรัตน์ เป็นรองประธานกรรมการ

บัณฑูร สุภัควณิช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะกรรมการทั้ง 8 ชุด จะร่วมกันกำหนดยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูประเทศใน 3 ระยะ

1) ระยะเฉพาะหน้า มี พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการ ศปภ. ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 12 เดือน เป็นการกอบกู้ภัยเร่งด่วนที่เกิดขึ้น ทั้งการรับเรื่องร้องทุกข์ และแก้ไขปัญหาความต้องการ รับบริจาค ส่งมอบสิ่งของ รักษาพยาบาล ให้ที่พักพิงชั่วคราว และจัดการเรื่องน้ำท่วม

2) ระยะสั้น ยงยุทธ ในฐานะประธาน กฟย. รับช่วงต่อมาจากชุด พล.ต.อ.ประชา แต่เป็นการทำงานระยะยาว 1 ปี เกี่ยวกับการเยียวยา ให้เงินช่วยเหลือ เงินกู้ สิทธิประโยชน์ต่างๆ

และ 3) ระยะยาว เป็นการดำเนินการเพื่อสร้างความเชื่อมั่น ฟื้นความเชื่อถือ โดยแต่งตั้งคณะกรรมการ 2 คณะ คือ คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ หรือ กยอ. โดยมี วีรพงษ์ เป็นประธานวางยุทธศาสตร์โดยรวมของประเทศ และคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ หรือ กยน. มี สุเมธ เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนาเป็นที่ปรึกษา เพื่อจัดทำโครงการลงทุนระบบระบายน้ำสำคัญ เช่น การสร้างเขื่อน การปฏิรูปที่ดินเพื่อจัดทำแก้มลิง การวางระบบท่อ หรือการสร้างคลองระบายน้ำออกสู่ทะเล

“ทั้งสองคณะต้องเร่งวางยุทธศาสตร์ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อเป็นแนวทางในการกู้เงินมาลงทุนโครงการสำคัญต่างๆ ของรัฐบาลจะไปกู้เงินต้องมีแผนงานที่ชัดเจนก่อน เชื่อว่า การกู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่เพียงพอต่อการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ ซึ่งจำเป็นต้องกู้เงินเพิ่มมากกว่านี้ ดังนั้นในอนาคตจะนำสินค้าเกษตรที่ประเทศไทยมีศักยภาพ เช่น ข้าว ไก่ กุ้ง หมู หรือสินค้าเกษตรชนิดอื่นๆ ไปแลกเปลี่ยนกับเครื่องมือเครื่องจักรกับประเทศใหญ่ เช่น เนเธอร์แลนด์ หรือจีน ที่มีศักยภาพสูง นับเป็นแนวทางเพื่อดึงดูดนักลงทุนมาลงทุนในประเทศเช่นกัน”

นี่คือคำอธิบาย “นิวไทยแลนด์” ที่เคยพูดกันมาก่อนหน้านี้ ซึ่งจะใช้งบประมาณกว่า 9 แสนล้านบาท

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท