
ปชป.ค้านกู้ 340-ตร.ทางหลวงชี้หากทางใต้ขาดต้องอ้อมอยุธยา-สุพรรณบุรี 300 กม.
สามารถ ราชพลสิทธิ์ สส.ระบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะ รมช.คมนาคมเงา พรรคประชาธิปัตย์
สามารถ ราชพลสิทธิ์ สส.ระบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะ รมช.คมนาคมเงา พรรคประชาธิปัตย์
กล่าวว่า การกู้ถนนสาย 340 บางบัวทองสุพรรณบุรี ของกรมทางหลวง เพื่อใช้สำรองกรณีถนนพระราม 2 ถูกน้ำท่วมนั้น จะทำให้น้ำท่วมในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ตั้งแต่พื้นที่เขตฝั่งธนบุรี พุทธมณฑล ศาลายา บางใหญ่ บางบัวทอง และไทรน้อยหนักมากขึ้น เพราะการที่วางแนวบิ๊กแบ็กตลอดสองข้างถนนสาย 340 และใช้วิธีการสูบน้ำออกจากพื้นที่แนวถนน จะเป็นการเพิ่มปริมาณน้ำให้ท่วมสูงในเขตที่อยู่อาศัยของชาวบ้านตลอดสองฝั่งถนนแทนพื้นที่ถนน“ถ้ารัฐบาลทำจริงจะทำให้พี่น้องประชาชนย่านนั้นต้องจมน้ำอยู่อีกนาน นอกจากนี้การกู้ทางหลวง 340 ยังไม่ได้เป็นการตอบโจทย์เส้นทางสำรองในการเดินทางสายใต้ เพราะขณะนี้ถนนพระราม 2 ที่เป็นเส้นหลักในการเดินทางลงใต้นั้นยังไม่ได้รับผลกระทบรุนแรงจากภาวะน้ำท่วม ยังพอที่จะหาทางป้องกัน ”
“รัฐบาลควรจะรอให้ระดับน้ำของถนนสาย 340 ลดลงได้ระดับปกติ เพื่อให้ท่อหรือคูคลองสามารถรองรับปริมาณน้ำได้ก่อน จึงค่อยคิดกู้ถนนสาย 340 จะดีกว่า ผมอยากขอให้รัฐบาล ศปภ.และหน่วยงานที่เกี่ยงข้องเปิดใจให้กว้างที่จะรับฟังความเห็นต่างที่มีประโยชน์เพื่อส่วนรวม ดีกว่าการดื้อรั้นดันทุรังทำตามที่คิด โดยไม่คำนึงถึงความจริง และยังเป็นการซ้ำเติมทุกข์ให้พี่น้องประชาชนเพิ่มขึ้นอีก” นายสามารถ กล่าวทิ้งท้าย
นายสุพจน์ ทองอำนาจ กำนันตำบลบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี เปิดเผยว่า ช่วงที่ผ่านมาระดับน้ำที่ อ.บางบัวทอง ลดลงวันละ 11.5 เซนติเมตร แต่พอมาช่วง 12 วันที่ผ่านมา ระดับน้ำกลับคงที่ และเพิ่มขึ้นเฉลี่ยวันละ 1.53 เซนติเมตร จึงขอตั้งข้อสังเกตว่าระดับที่เพิ่มขึ้นนั้นอาจมาจากกรณีที่รัฐบาลได้นำถุงทรายขนาดยักษ์ (บิ๊กแบ๊ก) มากั้นที่บริเวณถนนสาย 340 เพื่อกู้เป็นเส้นทางที่ใช้สัญจรไปในพื้นที่ภาคใต้ ทั้งนี้ อยากให้รัฐบาลและผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวด้วย เพราะถ้าทำให้พื้นที่ดังกล่าวกระทบอีก ชาวบ้านคงคัดค้าน เพราะขณะนี้ทุกคนหวังให้น้ำลดลงเพราะน้ำท่วมเกือบ 1เดือนแล้ว
ด้าน พล.ต.ต.นรบุญ แน่นหนา ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง (ผบก.ทล.) กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับ ศปภ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเตรียมเส้นทางสำรองหากถนนพระราม 2 ถูกน้ำท่วมว่า สถานการณ์ตอนนี้มีเพียง ถ.พระราม 2 ที่ยังสามารถลงไปที่ภาคใต้ได้ ยังไม่มีจุดไหนที่ท่วม มีเพียงที่น่าเป็นห่วง คือ ถนนพระราม 2 กม.ที่ 1724 (เอกชัยบางบอน) ที่ถนนต่ำ แต่หากมีน้ำท่วมจริงแต่เป็นระยะทางสั้นๆ และน้ำไม่ท่วมสูงก็จะใช้วิธีการลาดยางมะตอยทับไปเพื่อให้ผิวถนนสูงกว่าระดับน้ำ แต่หากระดับน้ำสูงมาก ก็จะต้องใช้ถนนเส้นอื่นที่เตรียมไว้ คือ การเร่งกู้ทางหลวงหมายเลข 9 (ถนนกาญจนาภิเษก) ทั้งเส้น สาย 340 (บางบัวทองสุพรรณบุรี) และสาย 346 (บางเลนกำแพงแสน) ที่บางช่วงยังใช้ได้
อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์เลวร้ายที่สุด คือ ถนนพระราม 2 ถูกน้ำท่วม และทางหลวงหมายเลข 9 ยังกู้ไม่สำเร็จ ก็จะต้องใช้เส้นทางเลี่ยง คือ ออกจาก กทม.ใช้ทางด่วนโทลล์เวย์ไปลงที่ถนนสายเอเซีย (ทางหลวงหมายเลข 32) ไปทาง จ.พระนครศรีอยุธยา เลี้ยวเข้า อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ไปที่ จ.สุพรรณบุรี แล้วจึงวกกลับเข้า จ.นครปฐม ตามเส้นทางถนน อ.กำแพงแสน เส้นทางนี้จะต้องอ้อมไปกว่า 300 กิโลเมตร แต่แม้ว่าจะอ้อมไป ก็ยังถือว่าดีกว่าไม่มีถนนลงสู่ภาคใต้เลย







