posttoday
อุตฯโต้พาณิชย์มั่วนิ่ม ยันน้ำตาลยังไม่ขาด

อุตฯโต้พาณิชย์มั่วนิ่ม ยันน้ำตาลยังไม่ขาด

23 กุมภาพันธ์ 2553

 

โพสต์ทูเดย์ — กระทรวงอุตฯ สวนกลับพาณิชย์ยันน้ำตาลไม่ขาด ผู้ใช้ไม่ต้องตื่นตระหนก พร้อมออกมาตรการคุมเข้มไม่ให้ลักลอบจำหน่ายผิดประเภท

นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย เรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำตาลทรายโควตา ก. ตึงตัวว่า จากการตรวจสอบสถานการณ์ปริมาณน้ำตาลทรายในประเทศ ยืนยันไม่มีปัญหาขาดแคลนแน่ และจะไม่ขึ้นราคาในประเทศ แม้ราคาน้ำตาลทรายในตลาดโลกปรับตัวสูงมาก

อย่างไรก็ตาม กรณีกระทรวงพาณิชย์ขอให้จัดสรรน้ำตาลทรายโควตาพิเศษประมาณ 5 แสนกระสอบ เพื่อนำไปบริหารเอง ไม่ให้เกิดภาวะขาดแคลนนั้น ยืนยันว่ามีปริมาณน้ำตาลเพียงพอ ไม่จำเป็นต้องจัดสรรให้กระทรวงพาณิชย์แต่อย่างใด และการประชุมครั้งนี้ทางกระทรวงพาณิชย์ ก็ไม่ได้เสนอเรื่องเข้ามาตามที่เสนอข่าว

ขณะที่ นายประเสริฐ ตปนียางกูร เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) กล่าวว่า ปี 2552/2553 ได้กำหนดปริมาณน้ำตาลทรายเพื่อการบริโภคในประเทศ 2.1 ล้านตัน เพิ่มจาก 1.9 ล้านตัน ในปี 2551/2552 และมีการขึ้นงวดน้ำตาล 52 งวด งวดละ 4.03 หมื่นตัน เพิ่มขึ้นจากงวดละ 3.65 หมื่นตัน ในปี 2551/2552 ซึ่งสามารถบริหารจัดการเพิ่มปริมาณน้ำตาลทรายออกจำหน่ายได้ หากเกิดภาวะขาดแคลน โดยขณะนี้ยังมีน้ำตาลค้างกระดานไม่ได้จำหน่ายและน้ำตาลที่ยังไม่ได้ขึ้นงวดรวมมากกว่า 1.7 ล้านตัน ซึ่งขอให้มั่นใจว่ามีน้ำตาลเพียงพอบริโภคในประเทศ ไม่มีความจำเป็นที่ผู้ใช้น้ำตาลทั่วประเทศจะต้องเก็บสำรองน้ำตาลไว้

นอกจากนี้ ยังออกมาตรการคุมเข้มป้องกันไม่ให้มีการกักตุนหรือลักลอบ 4 ด้าน ได้แก่ 1.กรมการค้าภายในและสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายจะกำกับดูแลการขึ้นงวดการจำหน่ายน้ำตาลให้เป็นไปตามประกาศกำหนด ป้องกันไม่ให้มีการกักตุน 2.ขอความร่วมมือกับกรมศุลกากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงกลาโหม และจังหวัดที่มีเขตแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน เข้มงวดการลักลอบขาย เพิ่มความเข้มงวดตรวจจับป้องกันไม่ให้มีการลักลอบส่งออกน้ำตาลโดยผิดกฏหมาย

3.ให้คณะกรรมการน้ำตาลทรายกำกับดูแลการใช้น้ำตาลทรายโควตา ค. ของบริษัทผู้ผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกให้เป็นไปตามสิทธิที่ได้รับ และให้ปฏิบัติตามที่ประกาศกำหนดอย่างเคร่งครัดด้วย โดยมีบทลงโทษผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามด้วยการตัดสิทธิการใช้น้ำตาลทรายโควต้า ค. เป็นระยะเวลา 5 ปี และ 4.ขอความร่วมมือโรงงานน้ำตาล 46 แห่ง ให้ระวังการขายน้ำตาลโควตา ก. ทั้งผู้ซื้อ ผู้ค้าส่ง (ยี่ปั๊ว) และผู้ผลิตสินค้าส่งออกที่ได้รับสิทธิซื้อน้ำตาลทรายโควตา ค. เพื่อลดโอกาสซื้อน้ำตาลทรายไปลักลอบขาย เก็บสำรอง กักตุน หรือลักลอบการขายยังประเทศข้างเคียง ตลอดจนลดผลกระทบต่อปริมาณน้ำตาลทรายสำหรับบริโภคในประเทศ โดยให้มีการบันทึกรายชื่อ ที่อยู่ และสถานที่เก็บรักษาน้ำตาลทรายยี่ปั๊วหรือผู้ซื้อและผู้รับน้ำตาลทรายปลายทาง หากมีการนำน้ำตาลไปจำหน่ายต่อให้กับผู้อื่น รวมทั้ง ไม่อนุญาตให้มีการต่ออายุใบอนุญาตขนย้ายน้ำตาล ซึ่งมีอายุ 15 วันเพื่อไม่ให้มีการกักตุนน้ำตาลในโรงงานนายประเสริฐ กล่าวว่า นอกจากนี้ภายใน 10 วันจะมีการติดตามเส้นทางการขนย้ายน้ำตาล ของผู้ใช้น้ำตาลโควตาค. (บริษัทผู้ผลิตสินค้าเพื่อส่งออก) จนวน 106 ราย ที่ขอใช้สิทธิ์ซื้อน้ำตาลโควต้า ค. มีการใช้น้ำตาลโควตา ก.ในการผลิตสินค้าจริงหรือไม่

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี