
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่4 และ 5 ตามพิมพ์เขียวของเเซยน
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ต่างๆ ของอาเซียนที่คณะทำงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาของอาเซียน
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ต่างๆ ของอาเซียนที่คณะทำงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาของอาเซียน
โดย..พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์
ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านทรัพย์สินทางปัญญาของอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ร่วมกันจัดทำขึ้นเพื่อจะเป็นกรอบและเป้าหมายในการกำหนดแผนปฏิบัติงานของอาเซียน เพื่อให้สามารถบรรลุตามพิมพ์เขียวที่ผู้บริหารระดับนโยบายของประเทศได้ตกลงกันไว้เมื่อหลายปีก่อน เพื่อให้อาเซียนรวมกันเป็น AEC (ASEAN Economic Community) ในปี ค.ศ. 2015 หรือ พ.ศ. 2558
ผู้เขียนได้คลี่เป้าหมายเชิงกลยุทธ์มาให้ดูกันแล้ว 3 เป้าหมายจากทั้งหมด 5 เป้าหมาย วันนี้ผู้เขียนขอหยิบเป้าหมายที่ 4 และ 5 มาคลี่กันต่อ ดูว่ามีรายละเอียดอะไรที่น่าสนใจบ้าง
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่ 4 เป้าหมายเชิงกลยุทธ์นี้กำหนดให้อาเซียนเข้าร่วมในเวทีทรัพย์สินทางปัญญาสากลอย่างแข็งขัน รวมถึงสร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคู่ค้าและสถาบันต่างๆ ที่เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาด้วย โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะพัฒนาความสามารถของประเทศสมาชิก (Capacity Building) ขณะเดียวกันก็ต้องสนองตอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) ในภูมิภาคด้วย
มีการยกตัวอย่างเวทีสากลที่อาเซียนควรจะเข้าร่วม เช่น เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการถาวรขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO–World Intellectual Property Organization) และองค์การการค้าโลก เพื่อให้อาเซียนมีเสียงในเวทีต่างๆ เหล่านี้ เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุด และถ้าเป็นไปได้ก็ให้อาเซียนมีท่าทีเดียวในเวทีเหล่านี้ ไม่ใช่ต่างคนต่างก็ว่ากันไป เพราะการมีท่าทีร่วมกันเป็นท่าทีเดียวจะทำให้อาเซียนเจรจาต่อรองรักษาผลประโยชน์ของภูมิภาคได้ดีกว่า
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่ 4 นี้ จึงเป็นเรื่องที่พูดถึงบทบาทของอาเซียนกับองค์การระหว่างประเทศและประเทศคู่ค้าที่สำคัญ และค่อนข้างกำหนดลงไปในรายละเอียด เช่น มีการพูดถึงว่ากิจกรรมและโครงการต่างๆ ของอาเซียนที่ทำร่วมกับคู่ค้าต้องไม่ให้ซ้ำซ้อนกัน เนื่องจากที่ผ่านมาส่วนใหญ่แล้วคู่ค้าสำคัญของไทย ซึ่งเป็นประเทศพัฒนาแล้วมักจะนิยมให้ความช่วยเหลือในเรื่องของการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญามากกว่าการช่วยเหลือด้านวิชาการ ซึ่งจะช่วยพัฒนาหรือเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเจ้าหน้าที่ และหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านทรัพย์สินทางปัญญา
นอกจากนี้ ยังกำหนดให้สำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาของอาเซียนเป็นศูนย์กลางของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (StakeholderCentric) ดำเนินงานอย่างโปร่งใสและเปิดเผยต่อสาธารณชน รวมทั้งสนองตอบต่อความต้องการของสาธารณชนด้วย เพื่อให้ระบบทรัพย์สินทางปัญญาได้รับการยอมรับมากขึ้นในภูมิภาค ให้เจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในอาเซียนมากขึ้น
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่ 5 เป้าหมายเชิงกลยุทธ์นี้เน้นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนด้วยกันเอง โดยกำหนดให้เพิ่ม (Intensified) ความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อเพิ่มความสามารถหรือประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่และสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาของอาเซียนในแต่ละประเทศสมาชิก เนื่องจากที่ผ่านมาอาเซียนค่อนข้างจะต้องพึ่งพาประเทศคู่ค้าที่เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ในการเพิ่มประสิทธิภาพของทั้งเจ้าหน้าที่และสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญา จึงเห็นว่าควรจะหันมาช่วยเหลือพึ่งพากันเองมากขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นระหว่างกันพัฒนาประสิทธิภาพได้ตรงตามความต้องการ อย่างไรก็ตาม เป้าหมายเชิงกลยุทธ์นี้ก็ยังย้ำว่า การพึ่งพาและร่วมมือกันเองนี้ไม่ได้หมายความว่า จะไม่พึ่งพาหรือติดต่อสัมพันธ์กับระบบทรัพย์สินทางปัญญาสากล แต่จะยังคงดำเนินการเข้าร่วมกับองค์กรทรัพย์สินทางปัญญาสากลอย่างเต็มที่ตามที่กำหนดไว้ในเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่ 4
จากเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ทั้ง 5 เหล่านี้ คณะทำงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาของอาเซียนได้กำหนดเป็นแผนปฏิบัติงานขึ้นมา ซึ่งไม่ใช่เพียงแผนปฏิบัติงาน แต่ก็ยังกำหนดเป็นผลของงานในแต่ละเรื่องด้วยว่า ถ้าดำเนินการตามแผนนี้แล้วจะมีผลอย่างไร ยิ่งกว่านั้นยังกำหนดประเทศด้วยว่าในเรื่องใดจะให้ประเทศสมาชิกใดเป็นผู้นำและรับผิดชอบ
เห็นอย่างนี้แล้ว ทำให้นึกถึงการบริหารจัดการของรัฐบาลไทยตอนต่อสู้กับน้ำท่วม น่าจะเอามาใช้บ้างจะได้มีผู้รับผิดชอบที่ชัดเจนเป็นเรื่องๆ ไป ไม่ต้องโทษกันไปโทษกันมาหรืออ้างได้ว่าเพิ่งเข้ามารับงานไม่กี่เดือน กลายเป็นรัฐบาลช่วงฝึกงานไป ประชาชนอย่างเราๆ เห็นแล้วก็ให้ทดท้อใจ มีทางทำได้ทางเดียวคือ ต้องหันมาช่วยเหลือตนเองตามมีตามเกิด นั่งนับวันรออย่างใจหายใจคว่ำว่าเมื่อไหร่น้องน้ำจะมา มาแล้วจะมากันแค่ไหน พี่ทรายจะช่วยเราได้ไหม แต่ทางที่ดีขอน้องน้ำอย่ามาตามนัดเลย รับรองพี่ทรายไม่โกรธแน่ๆ







