
อีสเทิร์นซีบอร์ด-กระทรวงพัฒนาการปห่งชาติ
วีรพงษ์ รามางกูร ในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.)
วีรพงษ์ รามางกูร ในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.)
เปิดเผยว่า แผนการฟื้นฟูประเทศต้องใช้เวลาถึง 10 ปี โดยขณะนี้ที่วางไว้จะใช้รูปแบบการสร้างอีสเทิร์นซีบอร์ด สมัย พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งเป็นโมเดลที่น่าจะนำมาใช้ได้ขณะนี้
พรชัย รุจิประภา ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะอดีตรองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า การนำโมเดลของแผนพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก หรืออีสเทิร์นซีบอร์ดมาใช้เป็นแผนการฟื้นฟูประเทศเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เนื่องจากอีสเทิร์นซีบอร์ดเป็แผนบูรณาการประเทศแผนแรกของไทย ซึ่งในสมัยนั้นมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และรัฐมนตรีกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ทั้ง คมนาคม อุตสาหกรรม พลังงาน และอื่นๆ มาร่วมเป็นกรรมการ โดยมี สศช.ทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขาฯ
ทั้งนี้ หลักการของแผนอีสเทิร์นซีบอร์ดเป็นการบูรณาการเชิงพื้นที่ มีการวางระบบสาธารณูปโภคให้สอดคล้องกัน ทั้ง ถนน ไฟฟ้า ประปา อุตสาหกรรม และชุมชน โดยตอนนั้นใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นตัวนำ เป็นเรื่องของเชื้อเพลิง เพื่อดึงภาคอุตสาหกรรมเข้าไปและเกิดเป็นนิคมขึ้นมา จะเห็นได้ว่ามีการวางท่อก๊าซเชื่อมโยงระหว่างในนิคม มีการตั้งโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิง ตลอดจนเกิดอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขนาดใหญ่ ในขณะที่พื้นที่ที่เป็นทุ่งก็สร้างเขตชุมชนขึ้นมา มีการพัฒนาเมือง วางผังเมืองให้เหมาะสม
“การบูรณาการพื้นที่จะต้องไปพร้อมกัน การทำงานต้องมีหน่วยงานมากกว่า 1 กระทรวง จะมาใช้มติ ครม.อย่างเดียวในการทำงานไม่ได้ ประเทศไทยต้องมีการจัดวางเมืองกันใหม่ แต่คงไม่ถึงกับต้องย้ายเมืองหลวงหรือย้ายนิคม” พรชัย กล่าว
ขณะเดียวกัน วิษณุ เครืองาม หนึ่งใน กยอ. กล่าวว่า ได้รับการทาบทามจากวีรพงษ์ให้มาช่วยดูแลในเรื่องกฎหมาย เพราะอาจจะมีการจัดตั้งองค์กรถาวรขึ้นมา แต่จะเป็นรูปแบบใดนั้นยังไม่ทราบ ในอดีตที่เคยมีมาก่อน เช่น กระทรวงพัฒนาการแห่งชาติ ส่วนเรื่องกระทรวงน้ำนั้นคงเป็นเรื่องของคณะกรรมการอีกชุดหนึ่งจะพิจารณา เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการจัดการน้ำโดยตรง
สำหรับกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติ เริ่มก่อตั้งเมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2506 เป็นหน่วยงานระดับกระทรวงที่ตั้งขึ้นในสมัยรัฐบาลของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ในคณะรัฐมนตรีคณะที่ 29 ของไทย โดยรวบรวม กรม กอง ที่มีหน้าที่ในการพัฒนาประเทศมาอยู่รวมกัน ไม่กระจัดกระจายเพื่อให้เกิดผลการพัฒนาโดยเร็ว ทั้งงานด้านพลังงาน การพัฒนาที่ดิน ทางหลวง สหกรณ์ และทรัพยากรธรณี ฯลฯ
ทั้งนี้ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงนี้ ได้แก่ สำนักงานเลขานุการรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง สำนักวิชาการและวางแผน สำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ กรมชลประทาน กรมทรัพยากรธรณี กรมทางหลวง กรมพัฒนาที่ดิน กรมวิเทศสหการ กรมสหกรณ์ที่ดิน กรมสหกรณ์พาณิชย์และธนกิจ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และการพลังงานแห่งชาติ
ทั้งนี้ ภายหลังการรัฐประหารโดยจอมพลถนอม กิตติขจร ได้มีการยุบกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติ เมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2514







