posttoday
เปิดโฉม กูรูสร้างประเทศ-วางระบบน้ำ

เปิดโฉม กูรูสร้างประเทศ-วางระบบน้ำ

09 พฤศจิกายน 2554

สถานการณ์น้ำท่วมประเทศได้กลายเป็นวิกฤตชาติเป็นที่เรียบร้อย แม้จะยังไม่ชัดเจนจะคลี่คลายเมื่อไหร่

สถานการณ์น้ำท่วมประเทศได้กลายเป็นวิกฤตชาติเป็นที่เรียบร้อย แม้จะยังไม่ชัดเจนจะคลี่คลายเมื่อไหร่

โดย...ทีมข่าวการเมือง

สถานการณ์น้ำท่วมประเทศได้กลายเป็นวิกฤตชาติเป็นที่เรียบร้อย แม้จะยังไม่ชัดเจนจะคลี่คลายเมื่อไหร่ แต่ผลกระทบที่มีต่อประชาชน สังคม เศรษฐกิจ เป็นเรื่องต้องเร่งเยียวยาฟื้นฟูหรือสร้างชาติกันใหม่เลยทีเดียว

วิธีคิดของรัฐบาลคือการออกแบบคณะกรรมการมากมายหลายคณะเพื่อแก้ไขปัญหา ล่าสุด ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีพร้อมจัดพิธีการถ่ายทอดสดแถลงข่าวใหญ่ เปิดตัวคณะกรรมการระดับชาติอีก 2 คณะ

คณะแรกชื่อว่า คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศเรียกโดยย่อว่า “กยอ.”

สาเหตุที่ตั้งกรรมการชุดนี้ก็เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ฟื้นความเชื่อถือ และสร้างความมั่งคั่งและมั่นคงของประเทศจากวิกฤตภัยธรรมชาติให้กลับฟื้นคืนมาในระยะยาวอย่างยั่งยืนและเป็นระบบ

ส่องกล้องดูที่มาที่ไปกรรมการชุดนี้ ประกอบด้วย วีรพงษ์ รามางกูร หรือ “ดร.โกร่ง” เป็นประธาน มีรองนายกฯ ยงยุทธ วิชัยดิษฐ และ กิตติรัตน์ ณ ระนอง และ รมว.คลัง เป็นกรรมการ เป็นที่น่าสนใจถึงโครงสร้างกรรมการที่ให้บุคคลภายนอกมานั่งหัวโต๊ะโดยมีรองนายกฯ ผู้กำกับนโยบายเป็นแค่กรรมการ

เปิดโฉม กูรูสร้างประเทศ-วางระบบน้ำ

ทั้งนี้ เป็นเพราะ ดร.โกร่ง มีประสบการณ์แก้ปัญหาเศรษฐกิจมาหลายรัฐบาลเป็นถึงรัฐมนตรีที่ปรึกษาตั้งแต่ยุค พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ จนกระทั่งมีชื่อมาตั้งแต่ช่วงเลือกตั้งว่าน่าจะเป็นนายกฯ ขัดตาทัพตามการทาบทามจากคนดูไบ หรือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อีกทั้งติดโผตำแหน่งขุนคลังเบอร์ 1 แต่ก็วืดไป แม้จะไม่ได้กินตำแหน่งเสนาบดี

ทว่าฝีมือการทำงานก็เป็นที่ยอมรับของพรรคเพื่อไทย การดึงมาร่วมงานทีมเศรษฐกิจของพรรค ขณะเดียวกันยังเป็นที่รู้จักของบรรดานักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งทางการเมืองพรรคเพื่อไทยอาจเชื่อว่าจะสามารถเรียกความเชื่อมั่นจากนานาประเทศได้ จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ ดร.โกร่ง ได้รับการทาบทามมาทำงานตรงนี้ และมานั่งหัวโต๊ะคอยกำกับรองนายกฯ สองรายอีกที

กรรมการชุดนี้อุดมด้วยกูรูชั้นนำของประเทศ แต่ละรายคุ้นหน้าคุ้นตาเคยทำงานกับรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ มาก่อน ไม่ว่าจะเป็น พันศักดิ์ วิญญรัตน์ ประธานที่ปรึกษานายกฯ ผู้ออกแบบนโยบายประชานิยมมากมาย วิษณุ เครืองาม อดีตเลขาธิการ ครม. ซึ่งหลังพ้นตำแหน่งได้ร่วมงานทางการเมืองกับพรรคไทยรักไทยมาระยะหนึ่ง ถึงขั้นขึ้นเวทีปราศรัยแต่ได้วางมือทางการเมืองไปเป็นอาจารย์สอนหนังสือและให้ความเห็นทางข้อกฎหมาย หลักธรรมาภิบาลผ่านรายการทีวีดาวเทียม การมาทำงานตรงนี้หนีไม่พ้นมาดูรายละเอียดข้อกฎหมายต่างๆ

นอกจากนี้ ยังมีอดีตผู้บริหารระดับนำในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เชี่ยวชาญการค้า การลงทุน ร่วมเป็นกรรมการ ไม่ว่าจะเป็น ประเสริฐ บุญสัมพันธ์ อดีตเอ็มดี ปตท. ผู้เคยมีกระแสข่าวถูกทาบทามให้เป็น รมว.พลังงาน ในรัฐบาลปัจจุบัน แต่สุดท้ายหลุดโผ กิจจา ผลภาษี อดีตอธิบดีกรมชลประทานผู้คร่ำหวอดเกี่ยวกับระบบระบายน้ำ การสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำและเคยเป็นที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) และ ศุภวุฒิ สายเชื้อ กรรมการผู้จัดการ บล.ภัทร ประธานสภาอุตสาหกรรม ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประธานสมาคมธนาคารแห่งประเทศไทย เลขาธิการนายกฯ เลขาธิการ ครม. โดยมีเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นกรรมการและเลขานุการ

สำหรับอำนาจหน้าที่ กยอ. มีดังนี้ 1) ระดมความคิดเห็นและความรู้เพื่อจัดทำเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการกำหนดยุทธศาสตร์ประเทศในระยะยาว เสนอแก่รัฐบาล รวมถึงข้อเสนอในการจัดตั้งองค์กรถาวร วิธีการบริหารจัดการ การบริหารการเงิน การสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน การเสนอแนวทางการปฏิบัติราชการแผ่นดินในการฟื้นฟูพัฒนาและอื่นๆ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาวิกฤตของประเทศจากภัยธรรมชาติในระยะยาวและวางอนาคตการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

2) รายงานการทำงานแก่คณะรัฐมนตรีเป็นประจำ 3) เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานของ กยอ. ให้ถือเป็นหน้าที่ของส่วนราชการ และหน่วยงานอื่นของรัฐที่ต้องให้ความร่วมมือและสนับสนุนการปฏิบัติงานของ กยอ. 4) ให้ความเห็นชอบในการว่าจ้างที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบของ กยอ. และกำหนดค่าตอบแทนตามความจำเป็น 5) แต่งตั้งที่ปรึกษา คณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ ตามที่ กยอ.มอบหมาย 6) ดำเนินการอื่นๆ ตามที่นายกฯ หรือ ครม.มอบหมาย

ทั้งนี้ ตามคำสั่งสำนักนายกฯ ระบุด้วยว่า สศช.อาจว่าจ้างที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความสามารถมาช่วยงานได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม เพื่อดำเนินงานตามระเบียบนี้

“นั่นหมายความว่า การวางยุทธศาสตร์ฟื้นฟูประเทศอาจจำเป็นต้องศึกษารูปแบบจากนานาประเทศที่เคยมีประสบการณ์เผชิญภัยพิบัติรุนแรงจนกระทั่งวางแผนป้องกันและสร้างประเทศ”

เหมือนอย่างช่วงที่ผ่านมา ที่คนในรัฐบาลเคยให้สัมภาษณ์หลังผู้บริหารของประเทศจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้เข้าพบนายกฯ ในการให้ข้อมูลถึงแผนการป้องกันภัยพิบัติระยะยาว และนำไปสู่คำว่า “นิวไทยแลนด์” ตามที่ พิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พลังงาน เคยกล่าวไว้

คณะกรรมการชุดที่ 2 ชื่อว่า คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เรียกโดยย่อว่า “กยน.” มีนายกฯ เป็นประธาน แต่ต้องจับตาที่สุด เห็นจะเป็นการแต่งตั้ง ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล อดีตเลขา สศช. อดีตเลขา กปร.และเป็นเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนาผู้ทำงานใกล้ชิดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเป็นที่ปรึกษา ว่ากันว่า กิตติรัตน์ ณ ระนอง เป็นผู้ติดต่อมาร่วมงาน มองเป็นอื่นไม่ได้นอกจากการประสานแนวความคิดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ การบริหารจัดการน้ำตามที่นายกฯ รับสนอง

ขณะที่กรรมการมีทั้งอดีตข้าราชการประจำลูกหม้อกระทรวงเกษตรฯ นักวิชาการไม่ว่าจะเป็น ธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ ปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มีอดีตปลัดกระทรวงเกษตรฯ ปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา อดีตอธิบดีกรมชลประทาน ได้แก่ ปราโมทย์ ไม้กลัด กิจจา ผลภาษี ซึ่งเป็นกรรมการชุดแรกก็มาเป็นกรรมการชุดนี้ด้วย และยังมีอดีตข้าราชการทำงานเข้าขาสมัยรัฐบาลทักษิณ ไม่ว่าจะเป็น รัชทิน ศยามานนท์ อดีตอธิบดีกรมการผังเมืองและอดีตผู้ว่าราชการจังหวัด ศรีสุข จันทรางศุ อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม นิพัทธ พุกกะณะสุต อดีตปลัดกระทรวงการคลัง

กลุ่มนักวิชาการด้านน้ำ ได้แก่ รอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร ชูเกียรติ ทรัพย์ไพศาล อดีตอาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ มหาวิทยาลัยเกษตร ศาสตร์ สนิท อักษรแก้ว ประธานสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยและยังเคยเป็นเลขานุการ รมต.เกษตรฯ สมบัติ อยู่เมือง นักวิชาการจากศูนย์วิจัยภูมิสารสนเทศเพื่อประเทศไทยภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ฯ สมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติและเคยเป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (จาตุรนต์ ฉายแสง)

เปิดโฉม กูรูสร้างประเทศ-วางระบบน้ำ

 

นอกจากนี้ ยังมีสองผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำและเป็นทีมงานศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ได้แก่ เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม อุทยาน สิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ คณะกรรมการผลักดันน้ำ ร่วมเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

กรรมการฝ่ายข้าราชการประจำที่ทำหน้าที่สนับสนุนด้านข้อกฎหมาย ได้แก่ อัชพร จารุจินดา เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา อำพน กิตติอำพน เลขาธิการ ครม. อธิบดีกรมชลประทานคนปัจจุบัน อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง สุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

อำนาจหน้าที่ 1) ทบทวนนโยบาย แผนงานและแผนปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำ ระดมความคิดเห็น และความรู้เพื่อจัดทำเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการแก้ปัญหาและวางระบบการบริหารจัดการน้ำของประเทศ รวมทั้งจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบและวางกรอบ ยุทธศาสตร์การลงทุนด้านการบริหารจัดการน้ำของประเทศเสนอแก่รัฐบาล ทั้งนี้ให้สอดรับกับยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและการสร้างอนาคตประเทศ

2) รายงานการทำงานแก่คณะรัฐมนตรีเป็นประจำ 3) เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานของ กยน. ให้ถือเป็นหน้าที่ของส่วนราชการและหน่วยงานอื่นของรัฐที่ต้องให้ความร่วมมือและสนับสนุนการปฏิบัติงานของ กยน. 4) ให้ความเห็นชอบในการว่าจ้างที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบของ กยน.และกำหนดค่าตอบแทนตามความจำเป็น 5) แต่งตั้งที่ปรึกษา คณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ ตามที่มอบหมาย และ 6) ดำเนินการอื่นๆ ตามที่นายกฯ หรือ ครม.มอบหมาย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท