
บางชัน-ลาดกระบัง ยังสุดฤทธิ์
สถานการณ์น้ำทะลักล้อมนิคมอุตสาหกรรมบางชันยังน่าเป็นห่วง
สถานการณ์น้ำทะลักล้อมนิคมอุตสาหกรรมบางชันยังน่าเป็นห่วง
เพราะปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น จนต้องประสานกับ กทม.ให้เปิดประตูระบายน้ำเพิ่มอีก 20-30 ซม. แต่ก็ยังน่าเป็นห่วง
ขณะที่โรงงานยำยำและขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ยังเดินหน้าเปิดตามปกติ เพราะน้ำท่วมเส้นทางบางส่วน ยังเดินทางเข้าออกได้ ถนนเสรีไทยยังไม่ท่วม และตั้งกระสอบทรายสูงประมาณ 2 เมตร
พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม กล่าวว่า วันนี้จะไปดูนิคมฯ บางชัน และนิคมฯ ลาดกระบัง ที่ยังเหลืออยู่ เพราะน้ำเริ่มซึมเข้านิคมฯ แล้ว จะไปดูว่ามีกำลังทหารเพียงพอหรือไม่ และกระสอบทรายที่ใช้ทำพนังกั้นน้ำพอหรือไม่ เพราะเราเหลืออยู่อีก 2 แห่งเท่านั้น ซึ่งจะต้องรักษาชื่อเสียงไว้ก่อน
“ต้องพยายามอย่างเต็มที่จะเอาให้อยู่สำหรับ 2 นิคมอุตสาหกรรมที่เหลืออยู่ ถ้าไม่เช่นนั้นก็ล้มเหลวหมดทุกนิคมอุตสาหกรรม ยังมีเวลาแก้ปัญหาอยู่ เราก็จะทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ส่วนที่ยังคงมีชาวบ้านบางส่วนไม่เข้าใจและบุกทำลายรื้อคันกั้นน้ำนั้น ทางทหารก็พยายามชี้แจงทำความเข้าใจกับชาวบ้านแถวนั้น โดยต้องส่งหน่วยปฏิบัติการจิตวิทยาไปช่วยในการชี้แจงทำความเข้าใจด้วยว่า ผลประโยชน์และผลเสียหายมันเกิดขึ้นอย่างไร ถ้าชาวบ้านเข้าใจทุกอย่างก็คงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย” รมว.กลาโหม กล่าว
พล.อ.ยุทธศักดิ์ พร้อมด้วย พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รอง ผบ.ทบ. เดินทางมาตรวจมาตรการป้องกันน้ำท่วมที่นิคมฯ ลาดกระบัง ซึ่งได้จัดกำลังจากกองพันทหารราบมณฑลทหารบกที่ 11 (พัน ร. มทบ.11) ถึง 115 นาย เข้าช่วยเหลือตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค. และมีกำลังจากทัพภาคที่ 1 มาช่วยอีก จนมีกำลังทั้งหมด 581 นาย ก่อนที่จะเดินทางไปนิคมฯ บางชัน
รมว.กลาโหม กล่าวว่า 2 นิคมฯ นี้มีความสำคัญ เพราะน้ำเริ่มเข้าแล้ว จึงต้องหาทางแก้ไข ตอนนี้มีการเพิ่มเครื่องสูบน้ำพร้อมอุดทางน้ำที่เป็นจุดอ่อนเพื่อไม่ให้น้ำเข้านิคมฯ แต่สิ่งสำคัญของนิคมฯ บางชันคือ ต้องผันน้ำไปคลองแสนแสบให้เร็วที่สุด เพราะต้องต่อสู้กับเวลา โดยเฉพาะกลางเดือนนี้น้ำทะเลหนุนสูง ส่วนนิคมฯ ลาดกระบังต้องเสริมแนวคันคูให้สูงขึ้น เพราะช่วง 45 วันนี้น้ำเพิ่มขึ้นทุกวัน วันละ 5 ซม.
ยงยุทธ ทองสุข รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม คณะกรรมการป้องกันน้ำท่วมนิคมอุตสาหกรรมบางชัน กล่าวว่า สถานการณ์น้ำวันนี้แรงขึ้น น้ำจากทางเหนือที่มาจากรามอินทราและสี่แยกมีนบุรีเข้ามาเติมมากขึ้น ฝั่งคลองกระเทียมน้ำสูงขึ้น จึงประสานกับ กทม.ขอให้เปิดประตูน้ำระบายเพิ่มอีก 20-30 ซม. ทางฝั่งบึงกระเทียม ยอมรับว่าสถานการณ์ยังน่าห่วง แม้ข้างในนิคมฯ จะยังแห้ง เพราะมีน้ำมาเติมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
สมคิด แท่นวัฒนกุล รองผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า สถานการณ์นิคมฯ ลาดกระบังน่าเป็นห่วง เพราะน้ำในคลอง 8 คลอง 9 และคลอง 10 เอ่อล้นจนเป็นผืนเดียวกัน และจะไหลมาทางลาดกระบัง น้ำในคลอง 13 ก็ไหลเข้าคลองลำปลาทิวตรงมายังนิคมฯ ลาดกระบัง ขณะที่คันดินรอบนิคมฯ รับน้ำได้ที่ความสูง 1.6 เมตร ขณะนี้น้ำรอบนิคมฯ สูง 1.4-1.5 เมตรแล้ว จึงทำให้มีจุดเสี่ยงที่อาจรับน้ำไม่ไหว







