posttoday
ต่างชาติเอือมไทยกั๊กข้อมูลแถมมั่วติงระวังเสียความน่าเชื่อถือ

ต่างชาติเอือมไทยกั๊กข้อมูลแถมมั่วติงระวังเสียความน่าเชื่อถือ

09 พฤศจิกายน 2554

ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตจากหายนภัยต่างๆ หนทางหนึ่งที่จะช่วยลดความตึงเครียด ความตื่นตระหนก และผลเสียหายที่เกิดขึ้นได้อย่างดีที่สุด

ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตจากหายนภัยต่างๆ หนทางหนึ่งที่จะช่วยลดความตึงเครียด ความตื่นตระหนก และผลเสียหายที่เกิดขึ้นได้อย่างดีที่สุด

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตจากหายนภัยต่างๆ หนทางหนึ่งที่จะช่วยลดความตึงเครียด ความตื่นตระหนก และผลเสียหายที่เกิดขึ้นได้อย่างดีที่สุด ก็คือการทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ และผู้ที่มีส่วนได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยอาศัยข้อมูลที่แม่นยำ ถูกต้อง และรวดเร็วต่อสถานการณ์ให้เป็นพลังสำคัญ

ส่วนหน่วยงานที่จะทำหน้าที่ให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ดีที่สุด โดยพื้นฐานตามมาตรฐานสากลแล้วก็หนีไม่พ้นหน่วยงานส่วนกลางของประเทศ หรือก็คือรัฐบาล เพราะเป็นผู้กุมอำนาจบริหารจัดการสูงสุด

อย่างไรก็ตาม กับเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ในรอบ 50 ปีของประเทศไทย ที่สาหัสจนถึงขนาดเข้าท่วมพื้นที่กรุงเทพฯ ศูนย์กลางเศรษฐกิจและเมืองหลวงของประเทศ ได้พิสูจน์ให้โลกได้เห็นแล้วว่า รัฐบาลไทย ตลอดจนเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐมีประสิทธิภาพที่อ่อนด้อยเพียงไรในการทำความเข้าใจกับประชาชน รวมถึงบรรดาชาวต่างชาติ

จนกลายสภาพน้ำท่วมที่หนักหนาสาหัสมากพออยู่แล้วให้เป็นวิกฤตซ้อนทับวิกฤต

เรียกได้ว่า ถ้าเปรียบเหตุอุทกภัยให้มีสถานะเทียบเท่าสงคราม รัฐบาลไทยภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ถือว่าพ่ายศึกตั้งแต่ยังไม่ออกรบ เพราะบัญชาการประสานงานข้อมูลผิดพลาดมาตั้งแต่ต้น จนทั้งทหารและพันธมิตรคร้านที่จะไว้วางใจ

ต่างชาติเอือมไทยกั๊กข้อมูลแถมมั่วติงระวังเสียความน่าเชื่อถือ

เว็บไซต์ข่าวด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวระดับโลกอย่างอีทีเอ็น เขียนบทความระบุว่า รัฐบาลไทยล้มเหลวไม่เป็นท่ากับการเรียกความเชื่อมั่นจากมติมหาชน เพราะไม่ยอมรายงานข้อมูลตามความเป็นจริงกับสาธารณชน

แต่ที่แย่ไปกว่านั้น ก็คือการปล่อยข้อมูลออกมาแบบสะเปะสะปะ พานให้ผู้รับสารสับสนจนพานไม่เชื่อ และเลือกที่จะหันไปแสวงหาข้อมูลจากทางอื่นตามมาตรฐานความเชื่อของตนเองแทน ซึ่งก็มีทั้งที่จริงบ้าง เท็จบ้าง และแฝงไว้ด้วยอคติบ้าง

ขณะที่หนังสือพิมพ์วอลสตรีตเจอร์นัล ได้เขียนบทความลงความเห็นว่า สาเหตุที่รัฐไม่สื่อสารกับสาธารณชนอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นลักษณะที่จำเป็นมากที่สุดในสถานการณ์วิกฤต ก็เนื่องมาจากรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ของรัฐทั้งหมดมัวแต่ห่วงกังวลกับผลประโยชน์ทางการเมือง หรือชื่อเสียงหน้าตาของตนเองมากกว่าชาติบ้านเมือง

ผลลัพธ์ที่ได้เลยทำให้เครือข่ายสังคมออนไลน์ กลายเป็นสื่อยอดฮิตที่มีผู้เข้ามาใช้บริการเพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัว เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับน้ำท่วมนับตั้งแต่เกิดวิกฤตอุทกภัยเป็นต้นมา แทนที่จะรับฟังและเชื่อข้อมูลจากหน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบและทำงานเกี่ยวข้องกับเหตุอุทกภัยนี้โดยตรง

ขนาดประชาชนคนไทยที่พูดภาษาเดียวกันกับรัฐบาลยังต้องพึ่งพาสื่อเอกชนที่ไม่ใช่รัฐ แล้วชาวต่างชาติต่างภาษาที่จะเดินทางเข้ามาทำธุรกิจหรือพักผ่อนในเมืองไทย และหวังจะพึ่งข้อมูลข่าวสารจากหน่วยราชการไทยเพื่อประกอบการตัดสินใจ ก็ยิ่งต้องเรียกว่าอยู่ในขั้นมืดบอดสนิท

ทั้งนี้ อีทีเอ็น ระบุว่า เว็บไซต์เดียวที่พอจะเป็นแหล่งข้อมูลให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติในยามหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้คือ เว็บไซต์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่มีข้อมูลอัพเดตสถานการณ์น้ำท่วมได้ค่อนข้างดี โดยระบุว่าส่วนไหนท่วม ส่วนไหนไม่ท่วม และยังปลอดภัยดีอยู่ มาเที่ยวได้เต็มที่

แต่ทั้งหมดก็เป็นเพียงข้อมูลดิบด้านเดียวที่ไม่อาจเสริมความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้

เพราะเมื่อหันไปอ่านรายงานข่าวที่สำนักข่าวต่างประเทศเผยแพร่ออกมา ภาพเครื่องบินจมน้ำที่สนามบิน ถนนสายหลักท่วมท้นไปด้วยน้ำ คนกรุงเทพฯ หันมาใช้เรือเป็นยานพาหนะ กลายเป็นอาวุธที่ส่งผลทางจิตวิทยาชั้นดีที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นของผู้ที่จะมาเยือน และยังทำให้เกิดความสงสัยกังขาภายในใจว่าข้อมูลของรัฐบาลไทยจริงหรือมั่ว ชัวร์หรือไม่ โดยในขณะนี้ประเทศอังกฤษและสวิตเซอร์แลนด์ได้ออกแถลงการณ์เตือนไม่ให้พลเรือนของประเทศเดินทางมาไทยแล้วหากไม่มีเหตุจำเป็นใดๆ

ขณะที่เว็บไซต์ข่าวภาษาอังกฤษที่รัฐบาลไทยมีอยู่ รวมทั้งที่หาได้จากสื่อไทย แม้จะช่วยอัพเดตข้อมูลของสถานการณ์น้ำท่วมได้ค่อนข้างดี แต่อีทีเอ็นระบุว่าข้อมูลที่ปรากฏเหล่านี้บางครั้งก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการสะท้อนข่าวลือที่มีอยู่ คือไม่ได้ช่วยพิสูจน์ข้อไหนเท็จข้อไหนจริง แถมมัวแต่มุ่งสนใจที่จะโจมตีกันเองระหว่างรัฐบาลกลางและอำนาจส่วนท้องถิ่นอย่างผู้ว่าฯ กทม.

นอกจากนี้ ที่เลวร้ายไปกว่านั้นก็คือ รัฐบาลไทยบางหน่วยงานกลับเลือกที่จะเงียบหรือวางเฉย ซึ่งถ้าจะพูดให้ง่ายเข้าก็คือ กั๊กข้อมูลไว้

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติหลายราย ระบุว่า ตัวอย่างที่เห็นได้ไม่ใกล้ไม่ไกลก็คือ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ของไทย ภายใต้การดูแลของชุมพล ศิลปอาชา โดยหน่วยงานต่างชาติหลายรายต่างพากันบ่นว่าไม่เคยได้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมจากรัฐมนตรีท่องเที่ยวท่านนี้เลย ยกเว้นก็แต่แถลงการณ์ที่เผยแพร่เมื่อกลางเดือน ต.ค.ว่า น้ำท่วมครั้งนี้จะไม่มีผลต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวแน่นอน

แต่เนื่องจากภาพข่าวที่เผยแพร่ออกมาคัดค้านกับสิ่งที่รัฐมนตรีท่องเที่ยวของไทยพูดอย่างสิ้นเชิง ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการเดินทางมายังประเทศไทย

หลักฐานยืนยันก็คือ ข้อมูลจำนวนผู้โดยสารของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย ที่ระบุว่า จำนวนนักเดินทางที่เข้ามาใช้บริการสนามบินสุวรรณภูมิในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ต.ค.ที่ผ่านมาลดลง 7% จาก 1.3 แสนคนต่อวัน เหลือเพียง 8 หมื่นคนต่อวัน

กระนั้นกระทรวงท่องเที่ยวฯ ของประเทศไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ทำให้นักท่องเที่ยวเชื่อมั่นโดยตรงกลับยังคงเงียบกริบ ไร้วี่แววข้อมูลที่จะช่วยเหลือนักท่องเที่ยว จนบรรดาผู้รู้ด้านการท่องเที่ยวอดที่จะแสดงความห่วงใยไม่ได้ว่า หากคิดจะรอให้สถานการณ์จบลงก่อนแล้วค่อยมาชี้แจงทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยว ถึงตอนนั้นก็อาจจะสายเกินแก้ไปแล้ว

ทั้งนี้ บรรดานักวิเคราะห์ชาวต่างชาติส่วนหนึ่งมองว่า การขาดแคลนข้อมูลที่กระจ่างชัดหนักแน่นจากรัฐบาลในช่วงวิกฤตเช่นนี้ ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์กระแสข่าวลือทะลักจนพลเรือนทั้งไทยและเทศสับสนอลหม่านไปตามๆ กัน

ความสับสนดังกล่าวก่อให้เกิดความไหวหวั่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับชาวต่างชาติโดยตรงอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เนื่องจากเข้าไม่ถึงแหล่งข้อมูลที่พอจะเชื่อถือได้

หากรัฐบาลไทยยังไม่เห็นความสำคัญและละเลยความสำคัญของการเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา หนทางที่เหลือก็คือต้องทำใจยอมรับให้ได้ว่า นานาประเทศอาจจะรับฟัง แต่ไม่เชื่อถือรัฐบาลไทยอีกต่อไป 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท