
แสนแสบระบายช้าระทึกบางกะปิ-บางชัน
แม้ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) จะมั่นใจว่ากระสอบยักษ์จะช่วยลดปริมาณน้ำที่ไหลเข้ามาทางด้านทิศเหนือของ กทม.
แม้ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) จะมั่นใจว่ากระสอบยักษ์จะช่วยลดปริมาณน้ำที่ไหลเข้ามาทางด้านทิศเหนือของ กทม.
จากวันละ 10-20 ล้าน ลบ.ม. ลงได้ครึ่งหนึ่ง หรืออาจถึง 60% แต่ด้านตะวันออก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ก็วิตกถึงระดับน้ำในคลองแสนแสบที่เพิ่มสูงขึ้นวันละ 5-10 ซม. จากน้ำในคลองสามวาที่ไหลเข้ามาเติม ล่าสุด กทม.ประกาศอพยพประชาชนในบางพื้นที่ของเขตหนองจอกแล้ว
ทั้งนี้ บึงกระเทียมด้านทิศเหนือของนิคมอุตสาหกรรมบางชัน เขตมีนบุรี รับน้ำจนเต็มปริ่มและไหลเข้าท่วมถนนหม่อมเจ้าสง่างาม สุประดิษฐ์ สูง 1030 ซม. ขณะที่คลองหลอแหลด้านทิศตะวันตกของนิคมฯ บางชันปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นใกล้ถึงขอบตลิ่ง ส่วนระดับน้ำในคลองแสนแสบที่เพิ่มสูงขึ้นเริ่มส่งผลกระทบทำให้บริเวณแยกบางชันถนนเสรีไทยน้ำท่วมสูง 20 ซม.
พ.อ.ปิยะพงษ์ กลิ่นพันธ์ รองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 12 รักษาพระองค์ ซึ่งเป็นหน่วยทหารที่ดูแลและป้องกันนิคมฯ บางชัน เปิดเผยว่า ปัญหาในขณะนี้คือการผันน้ำลงคลองแสนแสบไปลงอุโมงค์ยักษ์ทำได้ล่าช้า จึงเร่งระบายน้ำคลองบางชัน ซึ่งไหลผ่านกลางนิคมให้ไหลลงสู่คลองแสนแสบอย่างต่อเนื่อง โดยต้องเฝ้าระวังตลอด 24 ชม.
ด้าน ปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวภายหลังตรวจประตูระบายน้ำคลองลาดพร้าว ซอยลาดพร้าว 6-4 ว่า ปัญหาที่พบคือ ขยะจำนวนมากในคลองและเรื่องทางเทคนิคเครื่องสูบน้ำที่ไม่สามารถใช้งานได้เต็มที่ โดยจะนำไปเสนอให้ที่ประชุม ศปภ.พิจารณาติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำที่ปลายคลองลาดพร้าวให้คลองแสนแสบระบายได้เร็วขึ้น
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ ศปภ.ได้สนับสนุนเครื่องสูบน้ำ 24 เครื่อง ซึ่งจะทำให้ศักยภาพการระบายน้ำในพื้นที่ กทม.ตะวันออกดีขึ้นกว่า 1 เท่าตัว หากไม่มีน้ำใหม่เข้ามาเพิ่มคาดว่าจะสามารถระบายน้ำออกจากถนนสายหลักได้ภายใน 2 สัปดาห์ และบริเวณตรอกซอยต่างๆ อาจจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ในวันที่ 7 พ.ย. จะประชุมร่วมกับ ศปภ.เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาและบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ กทม.ต่อไป
ทั้งนี้ ในพื้นที่ฝั่งตะวันออกน้ำได้ท่วมขังถนนนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม ตัดถนนรามอินทราช่วง กม. 8 ระดับน้ำสูงประมาณ 60 ซม. และไหลเข้าบริเวณด้านหน้าห้างโลตัส ถนนสุขาภิบาล 1 ซึ่งน่าวิตกว่าอีกไม่นานน้ำก็จะไหลเข้าพื้นที่เขตบางกะปิ ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ
ด้านสถานการณ์ฝั่งตะวันตก ทองเปลว กองจันทร์ ผู้อำนวยการส่วนสำนักอุทกวิทยาและบริหารน้ำกรมชลประทาน กล่าวว่า จากการตรวจสอบปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสัก พบว่าปริมาณน้ำทางตอนเหนือลดลงอย่างเห็นได้ชัด
สำหรับน้ำค้างทุ่งในพื้นที่ทางด้านฝั่งตะวันตกประมาณ 2,733 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งอยู่ในพื้นที่ กทม. 80 ล้าน ลบ.ม. โดยได้บริหารจัดการน้ำตามมาตรการที่กำหนดไว้คือ ลดปริมาณน้ำที่จะไหลเข้าสู่ ปตร.บรมธาตุ และ ปตร.พลเทพ อย่างต่อเนื่อง และเร่งซ่อมแซมแนวคันกั้นน้ำที่เหลืออีก 10 จุด จากที่ชำรุดทั้งหมด 14 จุด จะให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 13 พ.ย.นี้
ส่วนมาตรการการเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขังนั้น จะอาศัยช่วงที่น้ำทะเลลดระดับต่ำลง เร่งระบายออกสู่ทะเลทางแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำท่าจีนโดยเร็วที่สุด โดยการเปิดประตูระบายน้ำให้น้ำไหลตามแรงโน้มถ่วง รวมทั้งติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำและเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม
ด้านสถานการณ์ถนนพระราม 2 ซึ่งเสี่ยงจะถูกน้ำท่วมตัดขาดการคมนาคมในเร็วๆ นี้นั้น น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว. เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวว่า ศปภ. เตรียม วางกระสอบยักษ์ในพื้นที่ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี เพื่อช่วยชะลอน้ำไม่ให้เข้าท่วมถึงถนนพระราม 2 และพื้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาที่มั่นใจว่าช่วงเวลาวันที่ 7-9 พ.ย. น้ำทะเลจะไม่หนุนสูง ทำให้กรมชลประทานสามารถเปิดประตูระบายน้ำลงสู่ทะเลได้ดี ประมาณ 30 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน







