
รสนาโวยรัฐไม่เหลียวแลฝั่งธนฯ
"รสนา"จวกรัฐไม่เหลียวแลฝั่งธนบุรี จวกยับทำงานเฉพาะในห้องแอร์ "คำนูณ" เตือน รัฐห้ามฉวยจังหวะกู้เงิน
"รสนา"จวกรัฐไม่เหลียวแลฝั่งธนบุรี จวกยับทำงานเฉพาะในห้องแอร์ "คำนูณ" เตือน รัฐห้ามฉวยจังหวะกู้เงิน
การประชุมวุฒิสภา เพื่อพิจารณาวาระด่วนเรื่อง ปัญหาสถานการณ์การเกิดอุทกภัยอย่างร้ายแรงในพื้นที่ กทม.และพื้นที่ในหลายจังหวัดของประเทศ ในช่วงบ่ายสว.ได้สลับกันอภิปรายเป็นจำนวนมาก โดยเนื้อหาส่วนใหญ่เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาน้ำท่วมฝั่งธนบุรี
น.ส.รสนา โตสิตระกูล สว.กทม. กล่าวว่า ฝั่งตะวันตกของกทม.หรือฝั่งธนบุรีถูกทอดทิ้งจากภาครัฐมาตลอดในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมโดยที่ผ่านมามักมีการอ้างว่าไม่มีเครื่องอุปกรณ์จนต้องยอมปล่อยให้สถานการณ์ปล่อยไปเป็นยถากรรม ทั้งนี้ เส้นทางคูคลองของฝั่งธนบุรีส่วนใหญ่เป็นลักษณะแนวขวางจะมีเพียงไม่กี่คลองที่เป็นลักษณะเส้นตรงจากเหนือลงใต้ไปทะเล คือ คลองพระราชมนตรี และคลองสนามไชย โดยจากการลงพื้นที่กับชาวบ้านในพื้นที่พบว่าก่อนวันที่ 30 ต.ค.น้ำไหลไปได้ช้ามาก และเครื่องสูบน้ำบนสถานีสูบน้ำคลองพระราชมนตรี 10 เครื่องมีการเปิดใช้แค่ 2 เครื่องเท่านั้นทั้งที่เครื่องสูบน้ำดีมีกำลังในระบายประมาณล้านลบ.ม.ต่อวัน
"ถนนพระรามสองถือว่าเป็นเส้นเลือดใหญ่ของประเทศในการติดต่อกับพื้นที่จังหวัดภาคใต้หากถูกตัดขาดจะทำให้เกิดปัญหาทันที ดังนั้น ควรเร่งผลักดันน้ำลงสู่ทะเลผ่านสองคลองนี้เป็นการเร่งด่วนเพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับถนนพระรามสอง แต่ปรากฎว่าไม่มีหน่วยงานภาครัฐส่วนไหนนำสรรพกำลังมาช่วยกันผลักดันน้ำยกเว้นกรมอู่ทหารเรือ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องเร่งทำแต่เวลานี้ส่วนใหญ่วางแผนอยู่แต่ในห้องแอร์และบอกว่าเรียบร้อยหมดแล้ว" น.ส.รสนา กล่าว
นายคำนูณ สิทธิสมาน สว.สรรหา กล่าวว่า เรียกร้องให้กทม.และศูนย์ปฎิบัติการช่วยผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ยุติความขัดแย้งกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) ระหว่างกันในเรื่องของเครื่องสูบน้ำ ซึ่งการทำงานในภาวะวิฤกกติเช่นนี้ควรลดขั้นตอนของทางราชการลง เช่น ขอความร่วมมือโดยวาจาและค่อยส่งหนังสือราชการไปตามขั้นตอนภายหลัง เป็นต้น และไม่ต้องคำนึงถึงมารยาทมากนักโดยเฉพาะการที่นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ระบุว่ากระทรวงไม่ได้รับผิดชอบพื้นที่ตอนล่างของคลองมหาสวัสดิ์ โดยเมื่อเห็นมีประเด็นไหนแก้ไขได้ก็ควรเร่งทำเพื่อข่วยเหลือประชาชน
"ผมเห็นด้วยกับแนวความคิดของนายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ระบุว่าจากนี้ไปคนไทยต้องปรับเปลี่ยนชีวิตจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะปริมาณน้ำฝนต้องเพิ่มมากขึ้น จึงอยากให้รัฐบาลชุดนี้เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส ซึ่งโอกาสนี้ไม่ใช่เฉพาะแต่การกู้เงินมาเยียวยาฟื้นฟูเท่านั้น แต่ต้องเปลี่ยนดำเนินการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างด้วย" นายคำนูณ กล่าว
นายคำนูณ กล่าวว่า ในช่วงที่รัฐบาลเตรียมแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 เพื่อเปิดทางตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญนั้นอยากให้มีการตั้งสภาปฎิรูปประเทศไทยเพื่อให้มีการปฎิรูปประเทศและพิจารณาข้อเสนอของคณะกรรมการปฎิรูปประเทศไทยทั้งในส่วนของนพ.ประเวศ วะสี และ นายอานันท์ ปันยารชุน อย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อประชาธิปไตยอย่างเดียว
"ที่สำคัญไม่เห็นด้วยกับการกู้เงินเพื่อฟื้นฟู 100 % รวมไปถึงการทำโครงการนิวไทยแลนด์เพราะในภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวนขณะนี้และมีแนวโน้มดัชนีจีดีพีกำลังถดถอยอาจจะส่งผลเสียหายในระยะยาว ซึ่งในส่วนนี้คณะกรรมาธิการการเงินการคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน วุฒิสภา มีข้อเสนอว่าควรใช้มาตรการทางภาษีแทนด้วยการจัดเก็บภาษีกับบุคคลที่ไม่ถูกน้ำท่วมหรือบุคคลที่ถือครองทรัพย์สินเป็นจำนวนมากเกินไป จะช่วยให้รัฐบาลไม่ต้องกู้เงินเต็มวงเงิน 100%" นายคำนูณ กล่าว







