
ประเด็นร้อน7พ.ย.
น้ำท่วมยังคงขยายวงกว้างสร้างความเดือดร้อนให้เขตต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร (กทม.) มากขึ้น
น้ำท่วมยังคงขยายวงกว้างสร้างความเดือดร้อนให้เขตต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร (กทม.) มากขึ้น หากรัฐบาลยังไม่ประสานกับ กทม. เพื่อจัดการให้น้ำไหลลงทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพ วันนี้คงต้องตามลุ้นว่า น้ำจะถล่มเข้าไปในเขตเศรษฐกิจชั้นในของกทม.ถึงจุดไหน ด้านแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ วันนี้คณะกรรมการฟื้นฟูฯ ชุดรองนายกฯ กิตติรัตน์ จะมีการประชุม เพื่อหาข้อสรุปไปเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 8 พ.ย.นี้
1.สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ กทม.วันนี้ คงหนีไม่พ้นภาวะย่ำแย่สุดขีดแน่นอน เมื่อน้ำจากห้าแยกลาดพร้าวได้เข้ามาท่วมพื้นที่เขตจตุจักรทั้งหมด และมีแนวโน้มว่าจะมุ่งหน้าสู่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หลังจากมีน้ำบางส่วนได้เอ่อมายังถนนพหลโยธินด้านหน้าห้างบิ๊กซี สาขาสะพานควาย ทำให้ต้องติดตามว่า กทม. จะประกาศให้พื้นที่ใกล้เคียงอพยพเพิ่มเติมอีกหรือไม่
รวมทั้งจากสถานการณ์น้ำท่วมในบริเวณดังกล่าว ยังต้องรอดูท่าทีจากศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ว่า จะย้ายสถานที่ทำงานเป็นครั้งที่ 2 จากกระทรวงพลังงานไปที่อื่นหรือไม่ จากครั้งแรกต้องเผ่นจากสนามบินดอนเมืองมาแล้ว เพราะได้ข่าวว่า มีการไปติดต่อขอเช่าพื้นที่ศูนย์แสดงสินค้าไบเทค ย่านบางนา ไว้แล้ว
2.ส่วนฝั่งธนบุรี เข้าขั้นสาหัสไม่แพ้กัน เมื่อน้ำจากถนนเพชรเกษม เข้าท่วมเขตบางขุนเทียน เขตบางบอนในบางส่วนมีระดับน้ำสูงถึง 50 ซม. นอกจากนี้ จะมีมาตรการอย่างไรกับถนนพระราม 2 ซึ่งถือเป็นเส้นทางสายหลักในการเดินทางสู่ภาคใต้ หากบริหารจัดการน้ำที่จะท่วมข้ามถนนพระราม 2 เพื่อไหลไปลงทะเลไม่ดี การสัญจรลงภาคใต้คงถูกตัดขาด เพราะทางเลี่ยงซึ่งต้องอ้อมไปถนนทางหลวงหมายเลข 340 บางบัวทองสุพรรณบุรี ยังไม่สามารถกู้ได้ในวันที่ 7 พ.ย.นี้ ตามแผนเดิม
3.ด้านการประชุม ศปภ.วันนี้ มีวาระพิเศษ คือ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. จะเข้าร่วมประชุมกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในเวลา 10.00 น. เพื่อสรุปความต้องการของ กทม.ว่า มีเครื่องมือประเภทใดบ้างที่อยากให้ ศปภ.สนับสนุนให้ เพื่อเร่งระบายในฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกของ กทม. และแนวทางการบริหารจัดการน้ำตลอดเดือน พ.ย.ด้วย ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงที่ กทม.จะต้องรับมือกับปัญหาน้ำท่วมเกือบทุกเขต
4.นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการฟื้นฟูช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ประชุมร่วมกับคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล มีประเด็นน่าสนใจ คือ พิจารณามาตรการเยียวยาผู้ประกอบการภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเพิ่มเติม และติดตามความคืบหน้าของการพิจารณาโครงการที่จะนำมาฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะสั้น 1 ปีและโครงการระยะยาว รวมถึงประเมินผลกระทบในเบื้องต้นของปัญหาด้วย
5.การประชุมวุฒิสภาที่มี พล.อ.ธีรเดช มีเพียร ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม มีวาระสำคัญพิจารณาปัญหาสถานการณ์การเกิดอุทกภัยอย่างร้ายแรงในพื้นที่ กทม.และพื้นที่ในหลายจังหวัดของประเทศ โดยการประชุมครั้งนี้จะเปิดให้ สว.อภิปรายแสดงความคิดเห็นเสนอทางออก และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องจะเข้ามาชี้แจงต่อที่ประชุมด้วย ซึ่งการประชุมวุฒิสภาวันนี้ จะเป็นครั้งแรกที่ฝ่ายนิติบัญญัติสามารถประชุมได้หลังจากสภาผู้แทนราษฎรต้องเลื่อนประชุมหลายครั้งเพราะติดปัญหายน้ำท่วม
6.คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ที่มี นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ซึ่งเป็นการประชุมนัดแรกเตรียมพิจารณามาตรการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัย โดยจะมีมาตรการด้านภาษีสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนเพิ่มเติมและขยายการลงทุนใหม่ และสิทธิประโยชน์สำหรับผู้พัฒนานิคม และเขตประกอบการอุตสาหกรรมที่ต้องการจะลงทุนสร้าง หรือปรับเปลี่ยนระบบสาธารณูปโภค เพื่อป้องกันน้ำท่วมในอนาคต 14.00 น. ที่ชั้น 18 อาคารจามจุรี สแควร์
7.คณะกรรมการภาคเอกชนร่วม 3 สถาบัน (กกร.) ที่ประกอบด้วย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย จะหารือเกี่ยวกับมาตรการฟื้นฟูผู้ประกอบการได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะมาตรการของภาครัฐที่ออกมาเพื่อช่วยเหลือภาคเอกชน แต่ยังไม่มีเงื่อนไขเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติ จึงต้องการรัฐบาลเร่งออกรายละเอียด และแนวทางปฏิบัติให้เร็วที่สุด เพื่อให้ภาคเอกชนได้เข้าใช้สิทธิประโยชน์ของรัฐบาลอย่างรวดเร็ว







